โลกเปลี่ยน ไทยต้องปรับ ทางเลือกใหม่ของการเมืองไทย ก้าวข้ามความขัดแย้ง สานพลังประชาราษฎร์ ร่วมสร้างชาติให้ยั่งยืน

วัน: 17 สิงหาคม 2022

“พล.อ.ประวิตร” หนุนวิสาหกิจร่วมโครงการบริหารที่ดิน พัฒนาที่ทำกินสร้างรายได้เกษตร มั่นคง ยั่งยืน

,

“พล.อ.ประวิตร” หนุนวิสาหกิจร่วมโครงการบริหารที่ดิน
พัฒนาที่ทำกินสร้างรายได้เกษตร มั่นคง ยั่งยืน

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี . ได้เป็นประธานการประชุมทางไกล และตรวจเยี่ยม “โครงการบริหารจัดการที่ดิน อย่างยั่งยืน 12 พื้นที่ 8จังหวัด” ผ่านระบบ วีดีโอคอนเฟอเรนซ์ โดย มีสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) หรือ บจธ.ร่วมประชุม ทั้งนี้ เพื่อรับทราบความก้าวหน้าของการดำเนินงาน และปัญหาข้อขัดข้องของวิสาหกิจชุมชน 12 พื้นที่ ใน 8จังหวัด โดย พล.ท.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์ ผู้ช่วยโฆษก รองนายกรัฐมนตรีได้รายงานความคืบหน้าผลการดำเนินงานตามโครงการบริหารจัดการที่ดิน อย่างยั่งยืน ประกอบด้วย 8 พื้นที่
1.จ.เชียงราย ประกอบด้วย กลุ่มศาสตร์พระราชา วัดพุทธอุทยานดอยอินทรีย์ ,กลุ่มเชียงรายอุ่นไอรักษ์ ,กลุ่มเกษตรกรรมยั่งยืนโยนกนคร
2.จ.เชียงใหม่ ประกอบด้วย กลุ่มเกษตรยั่งยืนบ้านดงหลวง ,กลุ่มปฏิรูปที่ดินบ้านห้วยม่วงเพื่อการผลิตลำไยคุณภาพ
3. จ.ตาก ได้แก่ กลุ่มศาสตร์พระราชาบ้านมั่นคงเมืองแม่สอด
4.จ.นครราชสีมา ได้แก่ กลุ่มไร่นาสวนผสมเกษตรกรฐานรากช่องโคพัฒนา
5. จ.จันทบุรี ได้แก่ กลุ่มเกษตรกรรุ่นใหม่พัฒนา
6. จ.ฉะเชิงเทรา ได้แก่ กลุ่มเกษตรประมงธรรมชาติ
7. จ.เพชรบุรี ได้แก่ กลุ่มแก้วกล้า
8. จ.สุราษฎร์ธานี ประกอบด้วย กลุ่มรวมพลังสร้างอาชีพวัดประดู่ ,กลุ่มสหกรณ์การเกษตรสหพันธ์เกษตรกรภาคใต้(ชุมชนน้ำแดงพัฒนา)
อย่างไรก็ตามทุกวิสาหกิจชุมชน ต่างมีการดำเนินโครงการมาอย่างต่อเนื่อง ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และประสบผลสำเร็จ เป็นรูปธรรม ชาวบ้านและเกษตรกร มีความสุข อยู่ดีกินดี รวมถึงหน่วยงานของภาครัฐในพื้นที่ ได้ให้การช่วยเหลือสนับสนุน อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็น กรมป่าไม้,กรมพัฒนาที่ดิน,กรมส่งเสริมสหกรณ์,องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น,กรมพัฒนาชุมชน,กรมพลังงาน,กรมทางหลวงกองทัพภาค และหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ตลอดจนสถาบันการศึกษาในพื้นที่ เป็นต้น
นอกจากนี้ พล.อ.ประวิตร ย้ำในที่ประชุมว่าได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประสาน บจธ. เร่งให้ความช่วยเหลือโครงการต่างๆ อย่างต่อเนื่อง และสนับสนุนตามที่ร้องขอของพี่น้องเกษตรกร เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่สามารถทำการเกษตรของตนเองได้รวดเร็วยิ่งขึ้น เพื่อให้มีรายได้ ความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น พร้อมกล่าวเสริมว่า รัฐบาลมีความห่วงใย ความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน ในทุกพื้นที่ และพร้อมให้ความช่วยเหลือ อย่างดีที่สุด ต่อไป


ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่: 17 สิงหาคม 2565

“พล.อ.ประวิตร” ดันมาตรฐานมวยไทยผ่านกองทุนกีฬา สร้างสุดยอดนักกีฬาควบคู่รักษาวัฒนธรรมไทย

,

“พล.อ.ประวิตร” ดันมาตรฐานมวยไทยผ่านกองทุนกีฬา
สร้างสุดยอดนักกีฬาควบคู่รักษาวัฒนธรรมไทย

พล.อ.ประวิตร’ ประชุมกองทุนกีฬาฯ หนุนแผนพัฒนานักกีฬาสู่ความเป็นเลิศ ระดับนานาชาติ ยกมาตรฐาน”มวยไทยอาชีพ-การไหว้ครู”อนุรักษ์วัฒนธรรม สร้างมูลค่าศก. ควบคู่ช่วยเหลือ/เยียวยานักมวยที่ได้รับผลกระทบ ย้ำทุกสมาคมฯ ใช้วิทยาศาสตร์การกีฬา เพิ่มศักยภาพ

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รอง นายกรัฐมนตรีเป็นประธานการประชุม คณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ โดยพล.ท.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์ ผู้ช่วยโฆษกรองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุมได้เห็นชอบ การสนับสนุนแผนงานพัฒนากีฬาด้านต่างๆ เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านกีฬาของไทย ทั้งในด้านการสนับสนุนระบบการพัฒนานักกีฬาสู่ความเป็นเลิศ ทั้งในระดับชาติและนานาชาติ ,การพัฒนาบุคลากรกีฬาสู่ความเป็นเลิศ ,การสนับสนุนการจัดการแข่งขันกีฬาอาชีพเพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ,การส่งเสริมสนับสนุนกิจกรรมและเครื่องมือทางด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา

ทั้งนี้ได้มีการรายงานความคืบหน้าการดำเนินงานกิจกรรมกีฬามวยไทย ได้มีการรายงานถึงการดำเนินโครงการพัฒนากีฬามวยไทยร่วมกับสหพันธ์กีฬามวยไทย(IOCรับรอง) เพื่อส่งเสริมสนับสนุนกิจกรรมขับเคลื่อนกีฬามวยไทยฯ ได้ดำเนินการใน ต่างๆไม่ว่าจะเป็นการยกระดับมาตรฐานกีฬามวยไทยอาชีพ ศึกมวยไทยมรดกคนไทย การจัดรายการแข่งขันมวยไทยรากหญ้า ระดับอาชีพยอดนิยม ,รายการประกวดไหว้ครู และวงปี่พาทย์มวยไทย รวมทั้งรายการส่งเสริมและเผยแพร่มวยไทยในค่ายทหาร (4 กองทัพภาค) เป็นต้น รวมถึงแผนการดำเนินโครงการจัดแข่งมวยไทย ในโอกาสครบรอบ 30ปี การสถาปนาทางการทูต ไทย-คาซัคสถาน ระหว่าง 10-11 ก.ย.65 ณ สาธารณรัฐคาซัคสถานอีกด้วย และยังได้รับรายงานถึงความคืบหน้าโครงการสนับสนุนฟุตบอลรากหญ้า โดยความร่วมมือระหว่างกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย และฟีฟ่า ซึ่งสมาคมฟุตบอลฯ ได้ลงนามบันทึกข้อตกลง ร่วมกับฟีฟ่า เรียบร้อยแล้ว

พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ขอบคุณนักกีฬาคนพิการ ผู้ฝึกสอนและเจ้าหน้าที่ ที่ทุ่มเทในการแข่งขัน รายการนี้และสามารถสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยได้อย่างยิ่งใหญ่ ทำให้คนไทยทั้งประเทศมีความสุข และได้กำชับ กกท.และสมาคมกีฬา ให้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ และระเบียบปฏิบัติให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกองทุนฯ โดยเคร่งครัด และการบริหารงบประมาณจะต้องเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ต่อการพัฒนากีฬา อย่างเป็นรูปธรรม และเน้นย้ำให้ใช้วิทยาศาสตร์การกีฬาทุกประเภทกีฬา ทั่วประเทศ อย่างจริงจัง เพื่อยกระดับความเป็นเลิศ ในระดับประเทศ และนานาชาติ ต่อไป

อย่างไรก็ตามที่ประชุมยังพิจารณาและเห็นชอบหลักการจ่ายเงินรางวัลและจัดงานมอบเงินรางวัลแสดงความยินดีแก่ นักกีฬา ผู้ฝึกสอน และสมาคมฯ ในการแข่งขัน กีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่11 ณ สาธารณรัฐอินโดนีเซีย ห้วง 30 ก.ค.-6 ส.ค.65 ประเทศไทยส่งแข่ง 14 ชนิดกีฬา สร้างผลงานยอดเยี่ยม เป็นอันดับ 2 รองจากเจ้าภาพ โดยทำได้ 117 เหรียญทอง 113 เหรียญเงิน และ 88 เหรียญทองแดง ได้รับอนุมัติ เงินรางวัลรวม 101,420,000 บาท

นอกจากนี้ที่ประชุมเห็นชอบให้มีการสนับสนุนสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทยฯ เพื่อการจัดการแข่งขันกีฬาจักรยานอาชีพ รายการทัวร์ออฟไทยแลนด์ ประเภท หญิงและชาย ประจำปี2565


ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่: 17 สิงหาคม 2565

ส.ส.พปชร. กาญจนบุรี มอบน้ำดื่ม-นม สร้างขวัญกำลังใจอสม.ดูแลสุขภาพปชช.

,

ส.ส.พปชร. กาญจนบุรี มอบน้ำดื่ม-นม สร้างขวัญกำลังใจอสม.ดูแลสุขภาพปชช.

พรรคพลังประชารัฐ โดย “ส.ส.อัฏฐพล โพธิพิพิธ พปชร. จ.กาญจนบุรี” ลงพื้นที่เยี่ยมเยียมพี่น้องอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) พร้อมสนับสนุนน้ำดื่มและนมกล่อง เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจที่เสียสละตนในการปฏิบัติหน้าที่ดูแลพี่น้องประชาชนในพื้นที่ตำบลสหกรณ์นิคม ตามโครงการคัดกรองวัณโรค โดยวิธีการเอ็กซเรย์ปอด ณ ศาลาอเนกประสงค์ ต.สหกรณ์นิคม อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี

พรรคพลังประชารัฐ เดินหน้าในการเข้าถึงดูแลประชาชนในทุกพื้นที่ ตามนโยบาย ที่มุ่งมั่นยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนให้กินดีอยู่ดี พร้อมการเข้าไปรับฟังปัญหา ความเดือดร้อนนำมาสู่การแก้ไขต่อไป โดยเรามีเป้าหมายชัดเจนในการยกระดับเศรษฐกิจฐานรากให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และยั่งยืน


ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่: 17 สิงหาคม 2565

สส.พปชร. จ.ฉะเชิงเทรา รับฟังปัญหาการค้าชายแดนไทย-เมียนมาฝั่ง จ.เชียงราย สู่การแก้ไขทุกมิติ

,

สส.พปชร. จ.ฉะเชิงเทรา รับฟังปัญหาการค้าชายแดนไทย-เมียนมาฝั่ง จ.เชียงราย สู่การแก้ไขทุกมิติ

พรรคพลังประชารัฐ โดย “ส.ส.สุชาติ ตันเจริญ พปชร. จ.ฉะเชิงเทรา” และรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ลงพื้นที่ จ.เชียงราย เพื่อรับฟังปัญหาและความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ ทางด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน รวมถึงปัญหาสถานการณ์ด้านความมั่นคงบริเวณชายแดนไทย – เมียนมา ตลอดจนแนวทางการก่อสร้างสะพานข้ามถาวรระหว่างไทยและสปป.ลาว ในพื้นที่ อำเภอเชียงเเสน จังหวัดเชียงราย เพื่อติดตามรับฟังปัญหาในพื้นที่

ทั้งนี้ ส.ส.สุชาติ ยังได้ติดตามปัญหาการค้ามนุษย์ และศึกษาดูงาน ณ เขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจของ สปป.ลาว โดยมุ่งเน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในการรองรับการดำเนินการค้า การลงทุน การท่องเที่ยวและบริการ และยังได้ร่วมปรึกษาหารือกับผู้บริหารระดับสูงของสภากรรมการบริหารเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ เพื่อผลักดันความร่วมมือระหว่างกัน

พรรคพลังประชารัฐ เดินหน้าในการเข้าถึงดูแลประชาชนในทุกพื้นที่ ตามนโยบาย ที่มุ่งมั่นยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนให้กินดีอยู่ดี พร้อมการเข้าไปรับฟังปัญหา ความเดือดร้อนนำมาสู่การแก้ไขต่อไป โดยมีเป้าหมายชัดเจนในการยกระดับเศรษฐกิจฐานรากให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และยั่งยืน

ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่: 17 สิงหาคม 2565