โลกเปลี่ยน ไทยต้องปรับ ทางเลือกใหม่ของการเมืองไทย ก้าวข้ามความขัดแย้ง สานพลังประชาราษฎร์ ร่วมสร้างชาติให้ยั่งยืน

เดือน: กันยายน 2022

“พล.อ.ประวิตร” ต้อนรับทัพนักกีฬา The world Games 2022″ ยกย่องผลสำเร็จทีมชาติไทย สร้างชื่อเสียงระดับโลก

,

“พล.อ.ประวิตร” ต้อนรับทัพนักกีฬา The world Games 2022″
ยกย่องผลสำเร็จทีมชาติไทย สร้างชื่อเสียงระดับโลก

พล.ท.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์ ผู้ช่วยโฆษก รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าวันนี้ การกีฬาแห่งประเทศไทย กกท. พร้อมคณะนำโดยนายนภินทร ศรีสรรพางค์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีรมกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ได้นำคณะนักกีฬาพร้อมเจ้าหน้าที่ ที่เข้าร่วมการแข่งขันกีฬา The World Games 2022 ครั้งที่ 11 ณ เมืองเบอร์มิงแฮม ประเทศสหรัฐอเมริกา ระหว่าง 7-17 ก.ค.65 ที่ผ่านมา เข้าพบ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทยในพระบรมราชาชูปถัมภ์

ทั้งนี้ ความสำเร็จของคณะนักกีฬาไทยที่เข้าร่วมการแข่งขัน ที่สร้างความสำเร็จใน ซึ่งประเทศไทยได้รับ 4 เหรียญทอง จากกีฬายูยิตสู 2เหรียญทอง และกีฬามวยไทยสมัครเล่น 2เหรียญทอง ได้ 3 เหรียญเงิน จากกีฬามวยไทยสมัครเล่น 1 เหรียญและกีฬายูยิตสู 2 เหรียญ และได้ 2 เหรียญทองแดง จากกีฬาเปตอง นับเป็นความสำเร็จ อย่างยิ่งใหญ่ ที่นักกีฬาของไทย สามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม และสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติ เป็นที่ประจักษ์ในระดับนานาชาติ อย่างน่าภาคภูมิใจ อีกรายการหนึ่ง

ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร ได้กล่าวแสดงความยินดี และชื่นชมนักกีฬา ผู้ฝึกสอน และเจ้าหน้าที่ ทุกคน ที่ได้ทุ่มเทกำลังกาย กำลังใจ และมีวินัยในการฝึกซ้อม กระทั่งสามารถเอาชนะการแข่งขันและนำเหรียญรางวัล กลับมายังประเทศไทยให้พี่น้องชาวไทยได้มีความสุข และร่วมภาคภูมิใจทั้งประเทศ ซึ่งพล.อ.ประวิตร ยังได้มอบของที่ระลึกเพื่อเป็นขวัญกำลังใจ ให้นักกีฬาทุกคน หมั่นฝึกซ้อมอย่างเต็มความสามารถต่อไป เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนา ขับเคลื่อนวงการกีฬาให้ก้าวหน้าและสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย อย่างต่อเนื่องพร้อมชื่นชมนักกีฬาทุกคน ที่เป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเยาวชน ที่ช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศชาติ ได้ต่อไป

พล.อ.ประวิตร กล่าวอีกว่า รัฐบาลพร้อมให้การสนับสนุนด้านกีฬาทุกประเภท ในทุกโอกาส โดยมุ่งหวังให้กีฬาเป็นส่วนหนึ่ งในการพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ด้วย


ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่:
20 กันยายน 2565

พล.อ.ประวิตร” ลงพื้นที่พบปะประชาชนจ.เพชรบูรณ์ 25 ก.ย.นี้ ติดตามผลลงทะเบียนบัตรสวัสดิการ-ตรวจสถานการณ์น้ำในหล่มสัก

,

พล.อ.ประวิตร” ลงพื้นที่พบปะประชาชนจ.เพชรบูรณ์ 25 ก.ย.นี้
ติดตามผลลงทะเบียนบัตรสวัสดิการ-ตรวจสถานการณ์น้ำในหล่มสัก

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรีและนายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เตรียมลงพื้นที่จ.เพรชบูรณ์ ในวันที่ 25 ก.ย.นี้ เพื่อประธานเปิดงานอุ้มพระดำน้ำ ที่วัดโบสถ์ชนะมาร ต.สะเดียง อ.เมืองเพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นเทศกาลที่จัดขึ้นเป็นงานประจำปี และยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดอีกแห่งหนึ่ง

ทั้งนี้ได้เดินทางไปเป็นประธานการประชุมติดตามความคืบหน้าการลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐปี 2565 พร้อมกับมอบนโยบาย ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาล เพื่อการดูแลให้ประชาชนและผู้ยากไร้สามารถเข้าสิทธิที่รัฐจัดหาให้ เพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับประชาชน

ทั้งนี้เตรียมลงพื้นที่เทศบาลเมืองหล่มสักและเทศบาลตำบลตาลเดี่ยว เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วมและรับฟังปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ ซึ่งได้รับผลกระทบจากมรสุมและส่งผลให้มีปริมาณฝนในปริมาณมาก ซึ่งร่วมถึงแผนการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ และแนวทางการป้องการแก้ไขที่จะส่งผลกระทบต่อประชาชนและพื้นที่เสี่ยง โดยจะตรวจพื้นที่บริเวณสะพานข้ามแม่น้ำป่าสัก พร้อมเยี่ยมราษฎรผู้ประสบอุทกภัยและ มอบสิ่งของช่วยเหลือให้กับประชาชนที่ได้นับผลกระทบ ที่หอประชุมอำเภอหล่มสัก ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯ

ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่:
20 กันยายน 2565

“พล.อ.ประวิตร”ร่วมเวทีUNชี้ไทยเข้าถึงการศึกษาเท่าเทียม ดึงเด็กกลับสู่ห้องเรียนพร้อมปรับหลักสูตรสอดรับกลไกตลาด

,

“พล.อ.ประวิตร”ร่วมเวทีUNชี้ไทยเข้าถึงการศึกษาเท่าเทียม
ดึงเด็กกลับสู่ห้องเรียนพร้อมปรับหลักสูตรสอดรับกลไกตลาด

20 ก.ย 2565 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี กล่าวถ้อยแถลงในการประชุมระดับผู้นำว่าด้วยการพลิกโฉมการศึกษา (Transforming Education Summit 2022: TES) ในช่วง Leaders’ Round Tables ซึ่งอยู่ระหว่างสัปดาห์ของการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 77 เพื่อแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ของผู้นำแต่ละประเทศต่อประเด็นการศึกษาทั่วโลกที่อยู่ในสภาวะวิกฤตและการพัฒนาการศึกษาเพื่อบรรลุสันติภาพ ความยุติธรรม สิทธิมนุษยชน และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกล โดยมีสาระสำคัญของถ้อยแถลง ดังนี้

รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขอขอบคุณเลขาธิการสหประชาชาติที่ได้จัดการประชุมระดับผู้นำว่าด้วยการพลิกโฉมการศึกษา เชื่อมั่นว่า จะเป็นโอกาสดีที่ผู้นำของแต่ละประเทศให้ได้แสดงวิสัยทัศน์และแลกเปลี่ยนประสบการณ์เพื่อนำไปสู่การดำเนินงานให้บรรลุตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เป้าหมายที่ 4 ซึ่งไทยให้ความสำคัญกับการศึกษามาโดยตลอด พื้นฐานสำคัญของการพัฒนากำลังคนและประเทศ โดยได้บรรจุการพัฒนาการศึกษาไว้ในแผนมุ่งเน้นการพัฒนา 3 ด้านหลัก ได้แก่ ผู้เรียนรู้ ผู้สอน และ ระบบการศึกษา ผ่านการใช้ประโยชน์ทางเทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมทั้งประเทศไทยมุ่งมั่นที่จะสร้างหลักประกันการกลับเข้าสู่การเรียนอย่างปลอดภัยสำหรับทุกคน ด้วยมาตรการที่เหมาะสมเพื่อรักษามาตรฐานและคุณภาพของระบบการศึกษา

พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ความรู้ และทักษะที่มอบให้แก่ผู้เรียนนั้น มีความจำเป็นต่อการทำงานในอนาคต รัฐบาลไทยจึงส่งเสริมความร่วมมือกับภาคเอกชนในการปรับปรุง หลักสูตรการเรียนการสอน ให้สอดรับกับความคาดหวังของนายจ้าง โดยรัฐบาลได้ส่งเสริมความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาในต่างประเทศเพื่อพัฒนาการศึกษาที่ตอบสนองต่อความต้องการของนักลงทุนต่างชาติในประเทศไทย รวมทั้งการลดภาระของผู้เรียนและเพิ่มขีดความสามารถให้แก่ สถาบันการศึกษา โดยการเพิ่มเงินอุดหนุนรายหัวสำหรับค่าใช้จ่ายจำเป็น เพื่อการส่งเสริม การลงทุนด้านการศึกษาที่เพียงพอ เท่าเทียม ยุติธรรม โปร่งใส และการพัฒนาครูให้สามารถใช้ทักษะการสอนเชิงนวัตกรรม เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลางเพื่อให้ครูสามารถดูแลห้องเรียนที่มีสภาพแวดล้อมที่หลากหลายได้

“รัฐบาลไทย ส่งเสริมการพัฒนาการเรียนรู้ และเตรียมความพร้อมให้ผู้เรียนสามารถใช้ชีวิตในโลกยุคดิจิทัลใต้ความเป็นศูนย์กลางของผู้เรียน รวมทั้งเน้นการศึกษาออนไลน์อย่างครอบคลุม เสมอภาค โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ผ่านแพลตฟอร์มที่เปิดให้เข้าถึงได้โดยทั่วไปถึง และความมุ่งมั่นของไทยในการทำงานร่วมกับสหประชาชาติและประเทศสมาชิกเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาผ่านการพลิกโฉมการศึกษา
” พล.อ.ประวิตรกล่าว

ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่:
20 กันยายน 2565

พล.อ.ประวิตร”ลงนราธิวาส ตามสถานการณ์น้ำลดผลกระทบปชช. ตรวจความพร้อมก่อสร้างสะพานสุไหงโกลก 2 เชื่อมเศรษฐกิจ ไทย-มาเล

,

พล.อ.ประวิตร”ลงนราธิวาส
ตามสถานการณ์น้ำลดผลกระทบปชช.
ตรวจความพร้อมก่อสร้างสะพานสุไหงโกลก 2 เชื่อมเศรษฐกิจ ไทย-มาเล

สส.พปชร.แห่รับ คอนเฟอร์เร้นท์ คุยเกษตรปศุสัตว์ ยิ้มเขินถูกเรียกนายกฯ รีบออกตัว เป็นแค่รองนายกฯ พร้อมฝากม.นราธิวาส ดูแลเรื่องภาษาไทยเด็กให้เข้มแข็ง

วันที่ 19 กันยายน 2565 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) พร้อม
พล.อ ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.สุพจน์ มาลานิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) ไปยังท่าอากาศยาน จ.นราธิวาส โดยมีนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน และนายวิรัช รัตนเศรษฐ แกนนำพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และ ส.ส. และว่าที่ผู้สมัคร พปชร. ให้ต้อนรับประกอบด้วย อาทิ นายสัมพันธ์ มะยูโซะ ส.ส.นราธิวาสนายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ส.ส.ยะลา ร.ต.อ.อรุณ สวัสดี ส.ส.สงขลา นายวันชัย ปริญญาศิริ ส.ส.สงขลา นายพยม พรหมเพชร ส.ส.สงขลา

พล.อ.ประวิตร ได้เดินทางลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่ภาคใต้ และประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กพต.) พร้อมตรวจติดตามการขับเคลื่อนมติ กพต. ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ จ.นราธิวาส ก่อนการประชุม พล.ร.ต.สมเกีบรติ ผลประยูร เลขาธิการศอ.บต.ให้การต้อนรับ พร้อมรายงานสรุปการขับเคลื่อนพัฒนาศักยภาพด่านศุลกากรไทย – มาเลเซียเสริมอัตลักษณ์ทางภาษา ประเพณีและวัฒนธรรม ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และเยี่ยมชมนิทรรศกรเสริมสร้างศักยภาพมหาวิทยาลัยเพื่อรองรับการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้
และกิจกรรมโคบาลชายแดนใต้ภายใต้โครงการเมืองปศุสัตว์ตามกรอบระเบียงเศรษฐกิจฮาลาล จังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมฟังบรรยายภาพรวมในการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่จังหวัดขายแดนภาคใต้ จากนายสุรสีห์ กิตติมลฑล เลขาธิการสำนักทรัพยากรน้ำแห่งชาติ(สทนช.)

อย่างไรก็ตามพล.อ.ประวิตรได้ฝากให้ทางมหาวิทยาลัยมีการดูแลและแนวทางการส่งเสริมเรื่องภาษาไทยกับเด็กในพื้นที่ให้สามารถใช้ภาษาไทยได้ดีขึ้น เพราะเด็กส่วนใหญ่ใช้ภาษามาลายูกันในชีวิตประจำวัน หลังจากนั้นได้พูดคุยกับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคผ่านระบบ Video Conference กับเกษตรกรชาวอำเภอรามันและสุไหงปาดี ซึ่งเกษตรกรได้รายงานถึงความก้าวหน้าของการดำเนินการ พร้อมยังขอการสนับสนุนให้มีการติดตั้งเสาไฟฟ้า เพื่อใช้ในการเกษตรอีกด้วยโดยพล.อ.ประวิตร ได้อวยพรให้กลุ่มประสบความสำเร็จในการดำเนินการตามแผน

ทั้งนี้ระหว่างการหารือตัวแทนเกษตรกร อ.สุไหงปาตี ได้กล่าวขอบคุณและระบุว่า พอใจมากครับท่านนายกฯ ทำให้ซึ่งพล.อ.ประวิตร อมยิ้มพร้อมตอบทันทีว่า “ผมไม่ใช่นายกฯ แต่เป็นรองนายกฯ” สร้างเสียงหัวเราะให้กับผู้ร่วมงาน โดย

พล.อ.ประวิตร กล่าวอีกว่า ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งขยายพื้นที่ทำการปศุสัตว์ให้มากขึ้น และต้องเชื่อมโยงการใช้พลังงานทดแทนในพื้นที่ให้ได้มากที่สุด และฝากกระทรวงพลังงานรับไปดำเนินการต่อขอให้รีบดำเนินการเรื่องนี้และยังชื่นชมการเกษตรดีมาก ขอให้ประสบความสำเร็จในการวางแผนงานทุกอย่างที่ได้ช่วยกันทำ เพื่อให้กลุ่มมีความเจริญก้าวหน้ามากขึ้นและมีรายได้เพิ่มมากขึ้นตามที่ต้องการ ก่อนจะเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้(กพต.)

นอกจากนี้ พล.อ.ประวิตร พร้อมคณะ ได้เดินทางไปยัง ด่านพรมแดน สุไหงโก-ลก ร่วมตรวจราชการด่านพรมแดนสุไหงโก-ลก เพื่อรับฟังบรรยายสรุปและซมบริเวณจุดก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโก-ลก (ไทย-มาเลเซีย) แห่งที่ 2 อ.อสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส – เมืองรันตูปันยัง รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย และเพื่อรับทราบถึงความก้าวหน้าโครงการก่อสร้างระบบป้องกันน้ำท่วมและระบายน้ำในพื้นที่ชุมซนจ.นราธิวาส (คันกั้นน้ำ) ณ บริเวณสะพานข้ามแม่น้ำโก-ลก พร้อมพบปะประชาชนที่มาให้การต้อนรับ ก่อนจะกล่าวมอบนโยบายและแนวทางการขับเคลื่อนงานเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่


ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่:
16 กันยายน 2565

พลังใจจากประชาชน พล.อ.ประวิตร ขอใช้ “ใจบันดาลแรง” ลุยงานเพื่อประชาชน

พลังใจจากประชาชน พล.อ.ประวิตร ขอใช้ “ใจบันดาลแรง” ลุยงานเพื่อประชาชน

,

ที่จังหวัดหนองบัวลำภู พรรคพลังประชารัฐ จัดงาน “พลังประชารัฐ มัดใจประชาชน” ซึ่งงานในครั้งนี้มีว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. อีสานเหนือและแกนนำพรรคพลังประชารัฐเดินทางเข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง นำโดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และนายสันติ พร้อมพัฒน์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ โดยบรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างชื่นมื่น เป็นกันเอง และอบอุ่น ซึ่งงานในครั้งนี้ได้มีการจัดเวทีเสวนาขึ้น เพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างผู้สมัคร ส.ส. กับชาวบ้านในพื้นที่ เพื่อสรุปเป็นแนวนโยบายเสนอต่อท่าน พล.อ.ประวิตร

พล.อ.ประวิตร ได้ขึ้นกล่าวกับบรรดาว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. อีสานเหนือและแกนนำพรรค ว่า วันนี้ผมมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาพบสมาชิกพรรคพลังประชารัฐทุกท่าน เราจะเปลี่ยนพรรคพลังประชารัฐให้เป็นพลังเพื่อชาติ เพื่อที่จะให้ทุกคนได้รวมกันเป็นหนึ่งเดียว เพื่อทำงานให้กับประเทศชาติให้เกิดความก้าวหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งจังหวัดหนองบัวลำภู ซึ่งมีรายได้น้อยเป็นลำดับที่ 76 ของประเทศ ปีหน้าเราจะทำให้ขึ้นมาอย่างน้อย 10 อันดับ เพื่อที่จะพัฒนาให้เรื่องน้ำ คน ยานพาหนะ รวมไปถึงเส้นทางต่าง ๆ ซึ่งรัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับทุกจังหวัดอย่างเท่าเทียม ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดไหน

งาน “พลังประชารัฐ มัดใจประชาชน” ครั้งนี้คือความตั้งใจของตัวผมที่อยากจะเปิดพื้นที่ให้ประชาชน ผู้สมัคร แกนนำพรรคพลังประชารัฐ ได้มีโอกาสพบปะพูดคุยกัน แลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างเป็นกันเอง เพราะฉะนั้นทุกจังหวัดที่มาในวันนี้อยากให้พูดคุยกัน มีอะไรอยากให้พรรคพลังประชารัฐได้ดำเนินการ เราต้องแลกเปลี่ยน ด้วยบรรยากาศแบบพี่ ๆ น้อง ๆ แบบนี้

สอดคล้องกับแนวคิด “ผ้าขาวม้าเชื่อมโลก” ที่เป็นความตั้งใจของทั้งรัฐบาล ที่อยากจะให้ภาคอีสานเป็นเสมือน “ตัวกลาง” เชื่อมไทยกับโลก พร้อมทั้งรองรับการขนส่งผู้คนและสินค้าไปมาระหว่างกัน ไม่ว่าจะทั้งทางราง ทางบก และทางอากาศ เมื่อพื้นฐานเราแข็งแรง ต่างชาติเขาเชื่อมั่น มันก็ช่วยสร้างงานให้คนในพื้นที่ เศรษฐกิจดี การท่องเที่ยวก็จะตามมา นี่คือความตั้งใจของรัฐบาลที่อยากให้พี่น้องอยู่ดีกินดี

ผมเชื่อมั่นในความสามารถของทุกท่าน ที่จะทำให้เกิดความคิดที่จะทำด้วยหัวใจ ใจบันดาลแรงคืออายุมากแล้วมีแรงใจจากพี่น้องประชาชนทำให้มีแรงทำงานเพื่อประชาชน เพื่อชาติ เพื่อทุกคน

พลังใจจากประชาชน พล.อ.ประวิตร ขอใช้ “ใจบันดาลแรง” ลุยงานเพื่อประชาชน พลังใจจากประชาชน พล.อ.ประวิตร ขอใช้ “ใจบันดาลแรง” ลุยงานเพื่อประชาชน พลังใจจากประชาชน พล.อ.ประวิตร ขอใช้ “ใจบันดาลแรง” ลุยงานเพื่อประชาชน พลังใจจากประชาชน พล.อ.ประวิตร ขอใช้ “ใจบันดาลแรง” ลุยงานเพื่อประชาชน พลังใจจากประชาชน พล.อ.ประวิตร ขอใช้ “ใจบันดาลแรง” ลุยงานเพื่อประชาชน พลังใจจากประชาชน พล.อ.ประวิตร ขอใช้ “ใจบันดาลแรง” ลุยงานเพื่อประชาชน พลังใจจากประชาชน พล.อ.ประวิตร ขอใช้ “ใจบันดาลแรง” ลุยงานเพื่อประชาชน พลังใจจากประชาชน พล.อ.ประวิตร ขอใช้ “ใจบันดาลแรง” ลุยงานเพื่อประชาชน พลังใจจากประชาชน พล.อ.ประวิตร ขอใช้ “ใจบันดาลแรง” ลุยงานเพื่อประชาชน พลังใจจากประชาชน พล.อ.ประวิตร ขอใช้ “ใจบันดาลแรง” ลุยงานเพื่อประชาชน พลังใจจากประชาชน พล.อ.ประวิตร ขอใช้ “ใจบันดาลแรง” ลุยงานเพื่อประชาชน พลังใจจากประชาชน พล.อ.ประวิตร ขอใช้ “ใจบันดาลแรง” ลุยงานเพื่อประชาชน พลังใจจากประชาชน พล.อ.ประวิตร ขอใช้ “ใจบันดาลแรง” ลุยงานเพื่อประชาชน พลังใจจากประชาชน พล.อ.ประวิตร ขอใช้ “ใจบันดาลแรง” ลุยงานเพื่อประชาชน

#ใจบันดาลแรง #พรรคพลังประชารัฐ #ลุงป้อม #บิ๊กป้อม #อีสานเหนือ #หนองบัวลำภู

ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่: 18 กันยายน 2565

"พัชรินทร์" ยกเคส "น้องบอส" ฮีโร่กู้ชีพนักเรียนหญิงจากไฟดูด เป็นกรณีศึกษา  ขอ ศธ. บรรจุหลักสูตร  CPR-ปฐมพยาบาลเบื้องต้น ในสถานศึกษา

“พัชรินทร์” ยกเคส “น้องบอส” ฮีโร่กู้ชีพนักเรียนหญิงจากไฟดูด เป็นกรณีศึกษา  ขอ ศธ. บรรจุหลักสูตร  CPR-ปฐมพยาบาลเบื้องต้น ในสถานศึกษา

,

ดร.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ส.ส. กทม.เขต 2 ปทุมวัน บางรัก สาทร และโฆษกพรรคพลังประชารัฐ ในฐานะกรรมาธิการการสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎร  กล่าวถึงเหตุการณ์ช่วยชีวิตนักเรียนจากไฟดูด ซึ่งปรากฎภายหลัง มีอีกหนึ่งฮีโร่ คือ “น้องบอส” ปรัชญา ใจบุญ อายุ 17 ปี นักเรียนชั้น ม.5 โรงเรียนอุดรพิชัยรักษ์ ที่ทำการ CPR หรือปั๊มหัวใจ ตามความรู้ที่ได้มาจากการเรียน รด. จนสามารถช่วยชีวิตผู้ประสบเหตุได้สำเร็จ ว่าถือเป็นตัวอย่าง ที่ภาครัฐควรให้ความสำคัญกับความรู้ในการกู้ชีพ และปฐมพยาบาลเบื้องต้น ควรปลูกฝังตั้งแต่ในสถานศึกษา เพราะเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน เช่น กรณีที่ผู้ป่วยล้มและหมดสติ อัตราการรอดชีวิตในประเทศไทยน้อยมาก เมื่อเทียบกับต่างประเทศ โดยจากสถิติพบว่า คนไทยเสียชีวิตจากภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน เป็นอันดับต้นๆ

“ที่ผ่านมา ตนพยายามผลักดัน ให้กระทรวงศึกษาธิการ บรรจุวิชา CPR การกู้ชีพและปฐมพยาบาลเบื้องต้น เป็นหลักสูตรในสถานศึกษา ระดับชั้นมัธยมศึกษา เพราะหากเด็กๆ ได้เรียนรู้ วิธีการช่วยชีวิตในสถานการณ์ฉุกเฉินอย่างถูกวิธี ก็จะสามารถช่วยลดอัตราการเสียชีวิตได้” ดร.พัชรินทร์ กล่าว

นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลวิจัยของต่างประเทศอย่างญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกา พบว่า ผู้ที่ประสบภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน หากได้รับการช่วยชีวิตภายใน 4 นาที ด้วยการ CPR จะเพิ่มโอกาสรอดชีวิตได้ 27% และหากทำ CPR สลับกับการใช้เครื่อง AED จะสามารถเพิ่มโอกาสในการรอดชีวิตได้ถึง 50%  ดังนั้นจึงควรมีเครื่อง AED  ติดตั้งไว้ในที่สาธารณะ แม้บางแห่งจะมีการติดตั้งบ้างแล้ว แต่ผู้ใช้งานได้อย่างถูกต้องยังมีน้อย  ดังนั้นหากประชาชนมีความรู้ ความเข้าใจ ก็จะช่วยลดอัตราการเสียชีวิตได้อย่างมาก

"พัชรินทร์" ยกเคส "น้องบอส" ฮีโร่กู้ชีพนักเรียนหญิงจากไฟดูด เป็นกรณีศึกษา  ขอ ศธ. บรรจุหลักสูตร  CPR-ปฐมพยาบาลเบื้องต้น ในสถานศึกษา "พัชรินทร์" ยกเคส "น้องบอส" ฮีโร่กู้ชีพนักเรียนหญิงจากไฟดูด เป็นกรณีศึกษา  ขอ ศธ. บรรจุหลักสูตร  CPR-ปฐมพยาบาลเบื้องต้น ในสถานศึกษา "พัชรินทร์" ยกเคส "น้องบอส" ฮีโร่กู้ชีพนักเรียนหญิงจากไฟดูด เป็นกรณีศึกษา  ขอ ศธ. บรรจุหลักสูตร  CPR-ปฐมพยาบาลเบื้องต้น ในสถานศึกษา "พัชรินทร์" ยกเคส "น้องบอส" ฮีโร่กู้ชีพนักเรียนหญิงจากไฟดูด เป็นกรณีศึกษา  ขอ ศธ. บรรจุหลักสูตร  CPR-ปฐมพยาบาลเบื้องต้น ในสถานศึกษา "พัชรินทร์" ยกเคส "น้องบอส" ฮีโร่กู้ชีพนักเรียนหญิงจากไฟดูด เป็นกรณีศึกษา  ขอ ศธ. บรรจุหลักสูตร  CPR-ปฐมพยาบาลเบื้องต้น ในสถานศึกษา "พัชรินทร์" ยกเคส "น้องบอส" ฮีโร่กู้ชีพนักเรียนหญิงจากไฟดูด เป็นกรณีศึกษา  ขอ ศธ. บรรจุหลักสูตร  CPR-ปฐมพยาบาลเบื้องต้น ในสถานศึกษา

ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่: 18 กันยายน 2565

สุดชื่นมื่น “บิ๊กป้อม” เปิดพื้นที่พบปะผู้สมัคร ส.ส. อีสาน ในงาน “พลังประชารัฐ มัดใจประชาชน”

สุดชื่นมื่น “บิ๊กป้อม” เปิดพื้นที่พบปะผู้สมัคร ส.ส. อีสาน ในงาน “พลังประชารัฐ มัดใจประชาชน”

,

ที่จังหวัดหนองบัวลำภู พรรคพลังประชารัฐ จัดงาน “พลังประชารัฐ มัดใจประชาชน” ซึ่งงานในครั้งนี้มีว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. อีสานเหนือและแกนนำพรรคพลังประชารัฐเดินทางเข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพียง นำมาโดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมด้วยว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. สจ.ประภาลักษณ์ สิทธิ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. หนองบัวลำภู เขต 3 ว่าที่ พ.ต. สรชาติ วิชย สุวรรณพรหม ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. หนองบัวลำภู เขต 2 นพ.กันณพงศ์ อัครไชยพงศ์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ขอนแก่น เขต 11 น.ส.กัญจน์พร วงศ์เวไนย ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส ร้อยเอ็ด เขต 4 และนายสมรักษ์ คำสิงห์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ขอนแก่น เขต 10

โดยบรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างชื่นมื่น ซึ่งงานในครั้งนี้ได้มีการจัดเวทีเสวนาขึ้น เพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างผู้สมัคร ส.ส. กับชาวบ้านในพื้นที่ เพื่อสรุปเป็นแนวนโยบายเสนอต่อท่าน พล.อ.ประวิตร นำโดยว่าที่ผู้สมัครในพื้นที่

สจ.ประภาลักษณ์ กล่าวว่า ปัญหาหลักของหนองบัวลําภูคือโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งถนนสายหลัก และถนนสายรอง ขอยกตัวอย่างถนนสายหลัก ที่เป็นปัญหาหนักตอนนี้ คือ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 210 สายอุดรธานี-วังสะพุง เป็นทางหลวงแผ่นดินแนวตะวันออก–ตะวันตกที่เชื่อมต่อจังหวัดอุดรธานี จังหวัดหนองบัวลําภู และจังหวัดเลยเข้าด้วยกัน มีปลายทางทิศตะวันออกบนถนนวงแหวนรอบเมืองอุดรธานี หรือทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 216 ในอําเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี ปัญหาหลักอีกเรื่องคือเรื่องนํ้า เพราะประชากรส่วนใหญ่เป็นเกษตรกร ประกอบอาชีพทําการเกษตร เลี้ยงสัตว์ จังหวัดหนองบัวลําภูยัง ขาดนํ้าเพื่อการเกษตร มีนํ้าไม่เพียงพอในการทําการเกษตร เนื่องจากไม่มีที่เก็บนํ้าไว้ใช้ ที่สามารถใช้ได้ทําการเกษตรได้ตลอดทั้งปี สิ่งที่อยากให้เกิดขึ้นเพื่อใช้ประโยชน์จากแหล่งนํ้าลําพะเนียงคือ อยากให้มีที่กั้นนํ้าไว้เป็นช่วง ๆ เพื่อใช้ในการทําการเกษตร และดึงนํ้าจากพะเนียงส่งไปเก็บ และกระจายไปยังตําบลต่าง ๆ ให้ทั่วถึง

ว่าที่พันตรี สรชาติ กล่าวว่า ผมกับท่านรัฐมนตรีสันติอยู่ด้วยกันมาหลายสิบปี วันนี้ก็ดีใจได้ไปอยู่ที่กระทรวงการคลัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านรัฐมนตรีท่านเป็นประธานคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม เลือกตั้งครั้งที่แล้วผมได้มีโอกาสไปช่วยผู้สมัครหาเสียง ที่จังหวัดหนองบัวลําภูรู้เลยว่าพี่น้องอยากได้บัตรประชารัฐกันมาก แต่เราไม่สามารถเอาให้เขาได้ในขนาดนั้น ผมคุยกับท่านรัฐมนตรีสันติยังไงเราก็ต้องมีโอกาสเปิดให้ลงทะเบียนบัตรประชารัฐรอบใหม่ เพื่อให้พี่น้องชาวหนองบัวและทั่วประเทศได้รับบัตรที่อยากได้และต้องการจริง ๆ และผมเชื่อแน่ว่า “บัตรประชารัฐ” นี่ละจะทำให้เราได้ผู้แทนทุกจังหวัด

นพ.กันณพงศ์ กล่าวว่า ในฐานะที่ผมเป็นคนรุ่นใหม่ ที่มีความตั้งใจ และมุ่งมั่น จะพัฒนาและสร้างความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นให้ประเทศของเรา จึงขออาสา และ ขอโอกาสให้ผม หมอโน่ นพ.กันณพงศ์ อัครไชยพงศ์ ได้ร่วมอุดมการณ์ ไปกับพรรคพลังประชารัฐและผมมั่นใจว่า จะเป็นกำลังที่สำคัญของพรรค ที่จะทำงานเพื่อพี่น้องประชาชนต่อไปครับ

น.ส.กัญจน์พร กล่าวว่า การเปลี่ยนการเมืองให้เป็นพลัง ด้วยการทำกิจกรรมกับพี่น้องประชาชนในหลายด้านทั้งทางด้านพลังใจ พลังกาย และพลังความรู้ พลังใจ ไม่ว่าจะเป็นโครงการสอนทำปุ๋ยพลังใจ สอนชาวนาทำปุ๋ยน้ำหมักรำข้าวใช้เอง ทดแทนปุ๋ยเคมีในภาวะปุ้ยแพงในวิกฤตพลังงาน โครงการปุ๋ยพลังใจ ลดต้นทุนการผลิต สร้างอาชีพ ลดรายจ่ายภาคเกษตร ลดหนี้ สร้างรายได้ สร้างพลังใจให้ชาวนาชาวสวนชาวไร่ภาคการเกษตร พลังกาย ผ่านสายยางวิเศษ ภูมิปัญญาการยืดเส้นเพื่อดูแลสุขภาพตัวเอง และพลังของความรู้ภูมิปัญญา โดยการเข้าไปทำงานสร้างความรู้ต่อยอดภูมิปัญญาอยู่กับพี่น้องประชาชน

ทางด้าน นายสมรักษ์ ขึ้นกล่าวว่า ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ผมตัดสินใจร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐ เชื่อหรือไม่ครับ วันนั้นโซเชียลถล่มผมเละเลย แต่ด้วยใจที่หนักแน่นของผม ชีวิตผมต่อยมวยมาตั้งแต่เด็ก ใครด่าผมก็ช่างเพราะผมได้เลือกแล้วว่า ชีวิตหลังจากนี้เราอยากจะทำเพื่อบ้านเกิด เพื่อพี่น้องประชาชน

ปิดท้ายด้วย พล.อ.ประวิตร ได้ขึ้นกล่าวกับบรรดาว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. อีสานเหนือและแกนนำพรรค ว่า วันนี้ผมมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาพบสมาชิกพรรคพลังประชารัฐทุกท่าน เราจะเปลี่ยนพรรคพลังประชารัฐให้เป็นพลังเพื่อชาติ เพื่อที่จะให้ทุกคนได้รวมกันเป็นหนึ่งเดียว เพื่อทำงานให้กับประเทศชาติให้เกิดความก้าวหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งจังหวัดหนองบัวลำภู ซึ่งมีรายได้น้อยเป็นลำดับที่ 76 ปีหน้าเราจะทำให้ขึ้นมาอย่างน้อย 10 อันดับ เพื่อที่จะพัฒนาให้เรื่องน้ำ คน ยานพาหนะ รวมไปถึงเส้นทางต่าง ๆ ซึ่งรัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับทุกจังหวัดอย่างเท่าเทียม ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดไหนงาน “พลังประชารัฐ มัดใจประชาชน” ครั้งนี้คือความตั้งใจของตัวผมที่อยากจะเปิดพื้นที่ให้ประชาชน ผู้สมัคร แกนนำพรรคพลังประชารัฐ ได้มีโอกาสพบปะพูดคุยกัน แลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างเป็นกันเอง เพราะฉะนั้นทุกจังหวัดที่มาในวันนี่้ก็อยากให้พูดคุยกัน มีอะไรอยากให้พรรคพลังประชารัฐได้ดำเนินการ เราต้องแลกเปลี่ยน ด้วยบรรยากาศแบบพี่ ๆ น้อง ๆ แบบนี้สอดคล้องกับแนวคิด “ผ้าขาวม้าเชื่อมโลก” ที่เป็นความตั้งใจของทั้งรัฐบาล ที่อยากจะให้ภาคอีสานเป็นเสมือน “ตัวกลาง” เชื่อมไทยกับโลก พร้อมทั้งรองรับการขนส่งผู้คนและสินค้าไปมาระหว่างกัน ไม่ว่าจะทั้งทางราง ทางบก และทางอากาศ เมื่อพื้นฐานเราแข็งแรง ต่างชาติเขาเชื่อมั่น มันก็ช่วยสร้างงานให้คนในพื้นที่ เศรษฐกิจดี การท่องเที่ยวก็จะตามมา นี่คือความตั้งใจของรัฐบาลที่อยากให้พี่น้องอยู่ดีกินดี ผมเชื่อมั่นในความสามารถของทุกท่าน ที่จะทำให้เกิดความคิดที่จะทำด้วยหัวใจ ด้วยใจบันดาลแรง ที่ผมบอกใจบันดาลแรงนั้นไม่ใช่แรงบันดาลใจ เพราะผมอายุ 78 แล้ว เพราะฉะนั้นจึงต้องใช้ใจบันดาลแรง เพื่อจะเอาแรงนี้ไปช่วยพี่น้องคนไทยและประเทศชาติ มีความสมบูรณ์ มีความเป็นหนึ่งเดียวให้ได้ พวกเราทุกคนตลอดจนลูกหลานของเราจะมีความสุขตลอดไป ถ้าทุกคนได้ร่วมมือร่วมใจกัน ในการที่จะทำเพื่อประเทศชาติและการทำงานเสียสละเพื่อพี่น้องประชาชน ผมขอขอบคุณทุกท่านที่ได้ให้ความร่วมแรงร่วมใจเพื่อพรรคพลังประชารัฐของเราจะได้มีความเจริญก้าวหน้า พรรคนี้ไม่ได้เป็นพรรคของใครหรือคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นพรรคของทุกคนที่เป็นสมาชิกของพรรคพลังประชารัฐ เราจะทำให้เป็นองค์กรทางการเมืองที่มีความเข้มแข็งต่อในอนาคต เพื่อประชาชนคนไทยทุกคน

สุดชื่นมื่น “บิ๊กป้อม” เปิดพื้นที่พบปะผู้สมัคร ส.ส. อีสาน ในงาน “พลังประชารัฐ มัดใจประชาชน” สุดชื่นมื่น “บิ๊กป้อม” เปิดพื้นที่พบปะผู้สมัคร ส.ส. อีสาน ในงาน “พลังประชารัฐ มัดใจประชาชน”

ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่: 17 กันยายน 2565

"ลุงป้อม" โทรตรง สั่งผู้ว่าฯอุดร นำกระเช้าเยี่ยม "น้องบาส" หนุ่มฮีโร่ ช่วยนักเรียนถูกไฟดูดหน้าโรงเรียน พร้อมกำชับจนท. สถานศึกษา ตรวจสอบความปลอดภัย ไม่ให้ซ้ำรอยเหตุการณ์ ที่ผ่านมา

“ลุงป้อม” โทรตรง สั่งผู้ว่าฯอุดร นำกระเช้าเยี่ยม “น้องบาส” หนุ่มฮีโร่ ช่วยนักเรียนถูกไฟดูดหน้าโรงเรียน พร้อมกำชับจนท. สถานศึกษา ตรวจสอบความปลอดภัย ไม่ให้ซ้ำรอยเหตุการณ์ ที่ผ่านมา

,

โฆษกพปชร. เผย “ลุงป้อม” โทรตรง สั่งผู้ว่าฯอุดร นำกระเช้าเยี่ยม “น้องบาส” หนุ่มฮีโร่ ช่วยนักเรียนถูกไฟดูดหน้าโรงเรียน พร้อมกำชับจนท. สถานศึกษา ตรวจสอบความปลอดภัย ไม่ให้ซ้ำรอยเหตุการณ์ ที่ผ่านมา

ดร.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ส.ส.กทม.เขต 2 และโฆษกพรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่าวันนี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี รักษาการนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้ต่อสายสั่งการให้ นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี นำกระเช้าดอกไม้ และของเยี่ยม ไปมอบให้กับน้องบาส นายอรรถชัย อาจอุดม หนุ่มฮีโร่ ที่ช่วยนักเรียนที่ถูกไฟดูดหน้าโรงเรียน รวมถึงเยี่ยมให้กำลังใจ ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ รวมทั้งนักเรียนคนอื่นๆ ทั้ง 5 คนด้วย

ทั้งนี้พล.อ.ประวิตร ขอชื่นชม และยกย่อง นายอรรถชัย ว่าเป็นผู้ที่กล้าหาญ ไม่หวั่นต่ออันตรายกับตัวเอง จนสามารถช่วยเหลือผู้อื่นให้รอดชีวิตมาได้

นอกจากนี้ยังได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ ตรวจสอบ ดูแลป้องกัน นักเรียนและประชาชน เพื่อไม่ให้ได้รับอันตรายจากสถานการณ์อุทกภัย ซ้ำรอยเหตุการณ์ดังกล่าว

ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ ​พรรคพลังประชารัฐ
วันที่: 17 กันยายน 2565

“พล.อ.ประวิตร”เคาะงานวิจัยการเพิ่มประสิทธิภาพจัดการน้ำทั่วปท. เร่งสวทช.ศึกษาให้สมบูรณ์ก่อนเสนอกนช.-ครม.เพื่อปชช.

,

“พล.อ.ประวิตร”เคาะงานวิจัยการเพิ่มประสิทธิภาพจัดการน้ำทั่วปท.
เร่งสวทช.ศึกษาให้สมบูรณ์ก่อนเสนอกนช.-ครม.เพื่อปชช.

วันที่ 16 กันยายน 2565“พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน คณะกรรมการกำหนดนโยบายขับเคลื่อนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศ โดยมี พล.ท.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์ ผช.โฆษก รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าที่ประชุมเห็นชอบงานวิจัยเพิ่มประสิทธิภาพบริหารจัดการน้ำ พร้อมเร่งศึกษาให้สมบูรณ์ก่อนเสนอกนช.และครม. เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน

ทั้งนี้ คณะกรรมการกำหนดนโยบายขับเคลื่อนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ของประเทศ เห็นชอบผลการศึกษา โครงการวิจัยการศึกษานวัตกรรม เชิงระบบ โครงสร้างและกลไกการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ของประเทศ โดยสำนักงาน สภานโยบาย การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ได้จัดทำ บันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ได้ดำเนินการศึกษาตามกรอบ เพื่อรองรับระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ให้เกิดประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน โดยมีข้อสรุปซึ่งเป็นแนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งของ สทนช.ได้แก่ 1)เสริมสร้างความเข้มแข็งในระดับลุ่มน้ำ โดยการจัดตั้งสำนักบริหารจัดการลุ่มน้ำ 1-22 2)เพิ่มการพัฒนาศักยภาพคณะกรรมการลุ่มน้ำ ,องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และองค์กรผู้ใช้น้ำ โดยการจัดตั้งกองส่งเสริมองค์ความรู้และความสัมพันธ์ระหว่างองค์กร (กอส.)

ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร ได้สั่งการให้นำผลการศึกษา ที่ปรับปรุงให้เกิดความสมบูรณ์และเสนอต่อคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.)และคณะรัฐมนตรี ต่อไป พร้อมทั้งได้มอบหมายให้ TDRI ร่วมกับ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมหรือ อว.เร่งรัดจัดทำรายงานผลการศึกษา ให้มีความสมบูรณ์ เพื่อรายงานให้นายกรัฐมนตรี ทราบความคืบหน้า ต่อไป

พล.อ.ประวิตร ได้กล่าวย้ำว่า การบริหารจัดการ”ทรัพยากรน้ำ” มีความสำคัญอย่างยิ่งในภาวะปัจจุบันและอนาคต เนื่องจากสถานการณ์น้ำมีแนวโน้มความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น ทั้งจากภาวะน้ำท่วม ภัยแล้ง และอื่นๆ จึงมีความจำเป็นต้องบูรณาการทำงานร่วมกัน อย่างแน่นแฟ้น ของหน่วยงานมากกว่า 38 หน่วย เพื่อให้การแก้ไขปัญหาครอบคลุมทุกมิติ ปิดช่องว่างการทำงาน ลดความซ้ำซ้อน ลดความเสี่ยง ซึ่งจะก่อให้เกิดความมั่นคงด้านน้ำ อย่างยั่งยืน และสามารถรองรับ สถานการณ์น้ำ เพื่อความอยู่ดีกินดี และความเป็นธรรมแก่พี่น้องประชาชน ต่อไป

ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่:
16 กันยายน 2565

ส.ส.พปชร.กทม.ตามงานซ่อมถนนพื้นที่หนองจอก อำนวยความสะดวกให้ ปชช.

, ,

ส.ส.พปชร.กทม.ตามงานซ่อมถนนพื้นที่หนองจอก อำนวยความสะดวกให้ ปชช.

พรรคพลังประชารัฐ โดย “ส.ส.ศิริพงษ์ รัสมี พปชร.กทม. เขตหนองจอก” ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจพี่น้องประชาชน พร้อมติดตามความคืบหน้าการซ่อมแซมถนนซอยข้างซอยวัดวิบูลย์ธรรมราม ในพื้นที่เขตหนองจอก กรุงเทพฯ โดยสำนักงานเขตหนองจอก ฝ่ายโยธา ได้จัดเจ้าหน้าที่นำวัสดุหินคลุกพร้อมเครื่องจักร เข้าดำเนินการปรับปรุงซอยฯ เพื่ออำนวยความสะดวกการจราจรให้ประชาชนที่ใช้เส้นทางดังกล่าวสัญจร โดยมี นายวุฒิภัทร คำประกอบ ผู้อำนวยการเขตหนองจอก และนายจีระศักดิ์ หงษ์แปด หัวหน้าฝ่ายโยธา ลงพื้นที่ในครั้งนี้ด้วย

พรรคพลังประชารัฐ เดินหน้าในการเข้าถึงดูแลประชาชนเป็นไปตามนโยบาย ที่มุ่งมั่นยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนให้กินดีอยู่ดี พร้อมการเข้าไปรับฟังปัญหา ความเดือดร้อนนำมาสู่การแก้ไขต่อไป โดยมีเป้าหมายชัดเจนในการยกระดับเศรษฐกิจฐานรากให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นและยั่งยืน

ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่: 16 กันยายน 2565

“พล.อ.ประวิตร” ถกความมั่นคงขับเคลื่อนนโยบายทางทะเล รักษาผลประโยชน์ท้องทะเลไทยในทุกมิติ

“พล.อ.ประวิตร” ถกความมั่นคงขับเคลื่อนนโยบายทางทะเล รักษาผลประโยชน์ท้องทะเลไทยในทุกมิติ

,

พล.อ.ประวิตร์ วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ประชุมสภาความมั่นคงขับเคลื่อนรักษาผลประโยชน์ทางทะเลไทยของไทย โดยที่ประชุมได้รายงานผลการประเมินและจัดทำท่าทีของไทยต่อการขยายอิทธิพลของประเทศมหาอำนาจในอ่าวไทย รวมถึงผลการศึกษาความคืบหน้าของประเทศไทยในการปรับปรุงกฎหมายตามพันธกรณีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 และแนวทางการขับเคลื่อนในระดับนโยบาย ในการขับเคลื่อนแผนความมั่นคงแห่งชาติทางทะเล พ.ศ. 2558-2565ในงบประมาณประจำปี พ.ศ. 2565

นอกจากนี้ยังได้การรายงาน ความคืบหน้าการดำเนินการภายใต้คณะอนุกรรมการที่ปรึกษาและจัดการความรู้เพื่อผลประโยชน์ของชาติทางทะเลของคณะอนุกรรมการจัดการความรู้เพื่อผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเล (อจชล.). ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 และ การดำเนินงานที่สำคัญของศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565

“พล.อ.ประวิตร” ถกความมั่นคงขับเคลื่อนนโยบายทางทะเล รักษาผลประโยชน์ท้องทะเลไทยในทุกมิติ “พล.อ.ประวิตร” ถกความมั่นคงขับเคลื่อนนโยบายทางทะเล รักษาผลประโยชน์ท้องทะเลไทยในทุกมิติ “พล.อ.ประวิตร” ถกความมั่นคงขับเคลื่อนนโยบายทางทะเล รักษาผลประโยชน์ท้องทะเลไทยในทุกมิติ “พล.อ.ประวิตร” ถกความมั่นคงขับเคลื่อนนโยบายทางทะเล รักษาผลประโยชน์ท้องทะเลไทยในทุกมิติ “พล.อ.ประวิตร” ถกความมั่นคงขับเคลื่อนนโยบายทางทะเล รักษาผลประโยชน์ท้องทะเลไทยในทุกมิติ

ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่:
 15 กันยายน 2565

“พัชรินทร์” ตอบ “เพื่อไทย” อย่าโยนความผิดน้ำท่วม 54 ให้รัฐบาลอื่น ยัน “ลุงป้อม” แก้น้ำท่วมจริงจัง กำหนดเป็นวาระแห่งชาติ ออก 13 มาตรการ รับมือฤดูฝน 65 ก่อนน้ำมา

,

“พัชรินทร์” ตอบ “เพื่อไทย” อย่าโยนความผิดน้ำท่วม 54 ให้รัฐบาลอื่น ยัน “ลุงป้อม” แก้น้ำท่วมจริงจัง กำหนดเป็นวาระแห่งชาติ ออก 13 มาตรการ รับมือฤดูฝน 65 ก่อนน้ำมา

ดร.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ส.ส.กทม.เขต 2 ในฐานะโฆษกพรรคพลังประชารัฐ ชี้แจงถึงกรณีที่ฝ่ายค้านตั้งกระทู้ถามสดนายกรัฐมนตรี ถึงปัญหาน้ำท่วม ที่มี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มาตอบกระทู้ ซึ่ง นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงเหตุการณ์น้ำท่วมปี 54 ว่า “น้ำท่วมสูงเหมือนสั่งได้ เหมือนรับน้อง รัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์” ทั้งนี้ ตนมองว่าเหตุการณ์ น้ำท่วมใหญ่ ในครั้งนั้น เป็นผลที่เกิดจากการบริหารจัดการน้ำของรัฐบาลพรรคเพื่อไทยเอง ขออย่าเบี่ยงเบน โยนความผิดให้รัฐบาลอื่น และใช้พื้นที่ของสภาฯ ให้เกิดประโยชน์ ไม่ใช้วาทะกรรม เพื่อบิดเบือนข้อมูล ต่อการรับรู้ของประชาชน

ส่วนที่ตั้งคำถามถึง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี รักษาการนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ ว่ารัฐบาลมองปัญหาการบริหารจัดการน้ำ สำคัญแค่ไหน และการบริหารจัดการน้ำ ขอยืนยันว่า รัฐบาล ให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาเรื่องน้ำ มาอย่างต่อเนื่อง โดยกำหนดเป็นวาระแห่งชาติ ซึ่งได้ตั้งศูนย์อำนวยการแก้น้ำท่วมส่วนหน้า เพื่อรับมือก่อนน้ำมา และสั่งการให้มีการฟื้นฟูเยียวยา ผู้ที่ได้รับผลกระทบ โดยไม่ได้ทอดทิ้งประชาชน อย่างที่ถูกกล่าวอ้าง

ส่วนข้อคำถามที่ว่า รัฐบาลเคยนำผลศึกษาที่ผ่านมาในอดีต มาดำเนินการต่อหรือไม่นั้น ขอยืนยันว่า พล.อ.ประวิตร ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ ได้ลงพื้นที่ติดตามการบริหารจัดการน้ำ ด้วยตนเองทุกพื้นที่ ทั่วประเทศ ตั้งแต่รับหน้าที่ และได้บูรณาการ ร่วมกับส่วนราชการ นักวิชาการ เพื่อศึกษา และประเมินสถานการณ์น้ำ เพื่อรับมือในระยะเร่งด่วน และวางแผนในระยะยาวจนส่งผลให้ตลอด 3 ปี ที่ผ่านมา เราไม่เจอกับปัญหาภัยแล้ง เนื่องจากการบริหารน้ำต้นทุน ที่มีประสิทธิผล และได้นำการศึกษาในอดีตมาปรับใช้ ออกแบบแนวทางรับมือ จนออกเป็น 13 มาตรการรับมือฤดูฝน ปี 2565
เช่น การจัดทำแผนการใช้พื้นที่ลุ่มต่ำ/แก้มลิงเพื่อรองรับน้ำหลาก และเป็นพื้นที่หน่วงน้ำ 1ในช่วงฤดูน้ำหลาก จัดทำแผนเก็บกักน้ำไว้ใช้ก่อนสิ้นฤดูฝน ติดตามสถานการณ์น้ำในแหล่งน้ำขนาดใหญ่ – กลาง เพื่อเฝ้าระวังและควบคุมการบริหารจัดการน้ำให้เป็นไปตามเกณฑ์ปฏิบัติการอ่างเก็บน้ำหรือเกณฑ์ควบคุม จัดทำแผนการบริหารจัดการน้ำแหล่งน้ำขนาดใหญ่ – กลาง ในช่วงภาวะวิกฤต ตรวจความมั่นคงและปลอดภัยคัน/ทำนบ/พนังกั้นน้ำ (ก่อนฤดูฝน-ตลอดช่วงฤดูฝน) ตรวจสอบความมั่นคง แข็งแรงของคันกั้นน้ำ ทำนบ และพนังกั้นน้ำ และซ่อมแซม ปรับปรุงให้มีสภาพดี ทั้งนี้เชื่อว่ารัฐบาลพร้อมเรียนรู้ข้อบกพร่องในอดีต มาปรับใช้กับปัจจุบัน เพื่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชนให้ได้มากที่สุด

ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่: 15 กันยายน 2565