โลกเปลี่ยน ไทยต้องปรับ ทางเลือกใหม่ของการเมืองไทย ก้าวข้ามความขัดแย้ง สานพลังประชาราษฎร์ ร่วมสร้างชาติให้ยั่งยืน

วัน: 2 กันยายน 2022

“ส.ส. ภาดาท์” ร่วมแคมเปญผู้ว่ากทม.รณรงค์ “ไม่เทขยะรวม” พร้อมดึงประชาชนมีส่วนดูแลปัญหาขยะนำร่องเขตพญาไท

, ,

“ส.ส. ภาดาท์” ร่วมแคมเปญผู้ว่ากทม.รณรงค์ “ไม่เทขยะรวม”
พร้อมดึงประชาชนมีส่วนดูแลปัญหาขยะนำร่องเขตพญาไท

น.ส.ภาดาท์ วรกานนท์ ส.ส.กทม. เขต 6 พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เปิดเผยว่า ตามที่กรุงเทพมหานครได้เปิดตัวนโยบาย “ไม่เทรวม”นำร่องขอความร่วมมือประชาชนในการแยกขยะและเศษอาหาร เรื่องดังกล่าวถือเป็นแนวทางที่ดีและถูกต้อง และพร้อมสนับสนุนร่วมรณรงค์ เคมเปญ ” ไม่เทรวม ไม่เทรวม ไม่เทรวม” ในเขตนำร่องใน 3 เขตกทม.ชั้นใน โดยเฉพาะในเขตพญาไท ซึ่งมีความหนาแนนทางเขตเศษฐกิจ ที่มีทั้งสำนักงาน โรงพยาบาล ที่พักอาศัย ร้านค้า ร้านอาหารเป็นจำนวนมาก ในฐานะเป็นสมาชิกสภาผู้แทนของประชาชน และขับเคลื่อนการดูแลด้านสิ่งแวดล้อมมาอย่างต่อเนื่อง การทำนโยบายไม่เทรวม จะเป็นการดึงภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมได้มากยิ่งขึ้น และเป็นการแก้ไขปัญหาที่ต้นทาง เพราะขยะในปัจจุบันมีความหลากหลายชนิดมากขึ้นตามการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค ส่งผลให้ปริมาณขยะเพิ่มสูงขึ้นมากกว่าในอดีต

ทั้งนี้ขยะที่เกิดขึ้น สามารถนำมาต่อยอดเพื่อใช้ประโยชน์ได้หากมีการปรับมุมมองของประชาชน สู่การลงมือทำการแยกขยะอย่างถูกต้อง ซึ่งจะทำให้ขยะที่เป็นของเสียกลายมาเป็นการสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมมากขึ้น จากขยะที่กทม.รายงานมีสูงถึงกว่า 8,000 ตันต่อวัน เป็นขยะเศษอาหารมากกว่า 50% และอีก 50% แต่ขยะทั้งหมดสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้เกือบ 100% ในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการทำปุ๋ย การทำเชื้อเพลิง และการนำกลับมาใช้ใหม่ในรูปแบบของรีไซเคิล ส่งลผลให้เกิดการใช้ทรัพยากรทางธรรมชาติ และลดมลภาวะทางสิ่งแวดล้อม

ที่ผ่านมาตนพยายามผลักดันเรื่องแยกขยะ และถือเป็นนโยบายเร่งด่วนตั้งแต่ได้รับเลือกตั้งเข้ามา ซึ่งในพื้นที่ทีตนดูแล ในเขต ราชเทวี พญาไท จัตุจักร ถือเป็นพื้นที่ ๆ มี ปริมาณขยะเยอะมากและมีการทิ้งไม่ถูกวิธี ทำให้ลงไปอุดตันตามท่อระบายน้ำ เกิดปัญหาน้ำท่วมขัง ซึ่งหลายคนอาจจะมองว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่จริงๆแล้วความเป็นจริงมีผลกระทบในวงกว้างอย่างมาก

“ดิฉันต้องขอขอบคุณ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่ช่วยทำให้เกิดโครงการนี้อย่างเป็นรูปธรรม โดยขอให้กำลังใจและหวังว่าจะประสบความสำเร็จ และสามารถสานต่อไปครบทุกเขตในพื้นที่ กทม.” น.ส.ภาดาท์ กล่าว

น.ส.ภาดาท์ กล่าวต่อว่า ตนต้องขอวิงวอนไปยังประชาชนทุกคนให้เสียสละเวลาสักนิดหนึ่ง ตนเชื่อว้าปัญหาพวกนี้แก้ได้ แต่ต้องใจเย็น ๆ ต้องใช้เวลา เพราะพฤติกรรมของคนเราไม่สามารถเปลี่ยนได้ในทันที แต่ถ้าทุกคนอดทนและค่อย ๆ ช่วยกันไป อนาคตเราก็จะมีเมืองหลวงที่น่าอยู่ยิ่งขึ้น

ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่: 2 กันยายน 2565

“พล.อ.ประวิตร” บูรณาการบริหารจัดการที่ทำกินเพื่อ ปชช. ผนึกหน่วยงานร่วมแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำที่ทำกินสู่ความยั่งยืน

, ,

“พล.อ.ประวิตร” บูรณาการบริหารจัดการที่ทำกินเพื่อ ปชช.
ผนึกหน่วยงานร่วมแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำที่ทำกินสู่ความยั่งยืน

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานคณะอนุกรรมการนโยบาย แนวทาง มาตรการการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดิน โดย พล.ท.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์ ผู้ช่วยโฆษก รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้เห็นชอบ (ร่าง)หลักเกณฑ์การมอบหมายหน่วยงานตามผลการจำแนกการใช้ประโยชน์ที่ดิน ซึ่งแบ่งเป็น 4ประเภท ประกอบไปด้วย 1)ประเภทพื้นที่ป่าไม้ ให้กรมป่าไม้ เป็นผู้ดำเนินการ 2)ประเภทพื้นที่ป่าชายเลน ให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เป็นผู้ดำเนินการ 3)ประเภทพื้นที่เกษตรกรรม ให้ ส.ป.ก.เป็นผู้ดำเนินการและ 4)ประเภทพื้นที่ชุมชนและ/หรือพื้นที่ที่ถูกใช้ประโยชน์โดยกิจกรรมนอกเหนือหน้าที่รับผิดชอบของ ส.ป.ก.ให้กรมธนารักษ์ เป็นผู้ดำเนินการ

นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้เห็นชอบการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน ตามนโยบารัฐบาลในพื้นที่ป่าไม้ถาวร โดยแก้ไขปัญหาการอยู่อาศัยทำกินในพื้นที่ป่าไม้ถาวร รวมถึงการเสนอขอยกเลิกมติ ครม.เมื่อ 22 เม.ย.40 เรื่อง มาตรการและแนวทางแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับพื้นที่ป่าไม้ ในภาพรวมทั้งประเทศ ของกรมป่าไม้

อย่างไรก็ตามที่ประชุมยังได้เห็นชอบ ในการจัดทำแผนปฏิบัติการด้านการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดิน ของประเทศ ปีพ.ศ. 2566-2570 ซึ่งประกอบด้วย 5 ยุทธศาสตร์ที่สำคัญ ได้แก่
1) การส่งเสริมความยั่งยืนของการจัดการที่ดินและระบบนิเวศ
2) การสร้างดุลยภาพของการใช้ประโยชน์ที่ดินฯตามศักยภาพ
3) การพัฒนาขีดความสามารถในการใช้ประโยชน์ที่ดินฯ
4) การกระจายการถือครองที่ดิน อย่างเป็นธรรม และ
5) การบูรณาการและการสร้างการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการที่ดินฯ ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร ได้กำชับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เร่งดำเนินแผนงานต่างๆ ที่ผ่านความเห็นชอบแล้ว ให้บรรลุวัตถุประสงค์ เพื่อแก้ปัญหาที่ทำกิน ที่อยู่อาศัย ผู้ยากไร้/เกษตรกร

หลังจากนั้น พล.อ.ประวิตร ได้เป็นประธานพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ภายใต้โครงการบูรณาการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐาน ที่จำเป็นในพื้นที่ คทช. ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญเร่งด่วนของรัฐบาล ที่ต้องการแก้ไขปัญหาความยากจน และความเหลื่อมล้ำ ปัญหาการขาดที่ดินทำกินให้พี่น้องประชาชนผู้ยากไร้ ได้มีสิทธิ์ทำกินและอยู่อาศัยในที่ดินของรัฐ ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และถูกต้อง ตามกฏหมาย โดยจัดเป็นลักษณะแปลงรวม มิให้เป็นกรรมสิทธิ์ แต่อนุญาตให้ทำประโยชน์เป็นกลุ่มหรือชุมชน รวมทั้งเป็นการป้องกันปัญหาการบุกรุก ที่ดินของรัฐด้วย ซึ่งมีพี่นัองประชาชนที่ได้รับการช่วยเหลือแล้ว กว่า 73,000 คน

ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่: 2 กันยายน 2565

ส.ส.พปชร. กทม. ทำกิจกรรมซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าฟรี! ลดภาระค่าครองชีพให้ปชช.

, ,

ส.ส.พปชร. กทม. ทำกิจกรรมซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าฟรี! ลดภาระค่าครองชีพให้ปชช.

พรรคพลังประชารัฐ โดย “ส.ส.กรณิศ งามสุคนธ์รัตนา พปชร. กทม. เขต 4 จัดทำโครงการกิจกรรมศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน Fix it Center ให้บริการซ่อมสารพัดเครื่องใช้ไฟฟ้า ฟรี! เพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าให้กับพี่น้องประชาชนเขตวัฒนาและคลองเตย ณ บริเวณซอยปรีดี 45 (สุขุมวิท71) กรุงเทพฯ

ทั้งนี้ มีชาวบ้านให้ความสนใจเข้านำเครื่องใช้ไฟฟ้าจำนวนมากเข้ามารับบริการตั้งแต่เช้า ทั้งพัดลม ทีวี วิทยุ พร้อมทั้งนำอาหารเมนูขนมจีนน้ำยา-ลูกชิ้นปลา มาแจกให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ สำหรับกิจกรรมดังกล่าวเพื่อยกระดับเศรษฐกิจฐานรากให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นและยั่งยืน ตามแนวทางและนโยบายของพรรคพลังประชารัฐ ที่ต้องการให้คนไทยกินดีอยู่ดี

พรรคพลังประชารัฐ เดินหน้าในการเข้าถึงดูแลประชาชนเป็นไปตามนโยบาย ที่มุ่งมั่นยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนให้กินดีอยู่ดี พร้อมการเข้าไปรับฟังปัญหา ความเดือดร้อนนำมาสู่การแก้ไขต่อไป โดยมีเป้าหมายชัดเจนในการยกระดับเศรษฐกิจฐานรากให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นและยั่งยืน


ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่: 2 กันยายน 2565

ส.ส.พปชร.พิจิตร ร่วมงานเพิ่มทักษะอาชีพดีพร้อม ยกระดับงานสร้างอาชีพให้ปชช.

, ,

ส.ส.พปชร.พิจิตร ร่วมงานเพิ่มทักษะอาชีพดีพร้อม ยกระดับงานสร้างอาชีพให้ปชช.

พรรคพลังประชารัฐ โดย “ส.ส.ภูดิท อินสุวรรณ์ พปชร.จ.พิจิตร” ลงพื้นที่ให้กำลังใจชาวบ้านในพื้นที่ตำบลทับคล้อ ตำบลเขาทราย ตำบลเขาเจ็ดลูก และตำบลท้ายทุ่ง อำเภอทับคล้อ ที่เข้ารับการอบรมโครงการพัฒนาอาชีพเสริมและเพิ่มรายได้ให้ชุมชนดีพร้อม หรืออาชีพดีพร้อม ประจำปี 2565 โดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM) กระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งจะเป็นการลดค่าครองชีพให้กับครอบครัว รวมถึงสามารถสร้างรายได้และอาชีพเสริมให้กับชุมชนอีกด้วย

ทั้งนี้ กิจกรรมในครั้งนี้เป็นการพัฒนาทักษะอาชีพพื้นฐานด้านการผลิต ประกอบด้วย 2 หลักสูตร 1.หลักสูตรลดรายจ่าย ได้แก่ การทำน้ำยาล้างจาน และการทำสบู่เหลว 2.หลักสูตรเพิ่มรายได้ ได้แก่ การทำเหรียญโปรยทาน และการสกรีนกระเป๋าผ้า โดยมีผู้ที่สนใจเข้าร่วมและรับการฝึกอบรมเป็นจำนวนมาก ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ 27-29 สิงหาคม ที่ผ่านมา ณ วัดทับค้อ อำเภอทับค้อ จังหวัดพิจิตร

พรรคพลังประชารัฐ เดินหน้าในการเข้าถึงดูแลประชาชนเป็นไปตามนโยบาย ที่มุ่งมั่นยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนให้กินดีอยู่ดี พร้อมการเข้าไปรับฟังปัญหา ความเดือดร้อนนำมาสู่การแก้ไขต่อไป โดยมีเป้าหมายชัดเจนในการยกระดับเศรษฐกิจฐานรากให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นและยั่งยืน


ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่: 2 กันยายน 2565