โลกเปลี่ยน ไทยต้องปรับ ทางเลือกใหม่ของการเมืองไทย ก้าวข้ามความขัดแย้ง สานพลังประชาราษฎร์ ร่วมสร้างชาติให้ยั่งยืน

วัน: 15 พฤศจิกายน 2021

ส.ส.รงค์ พปชร. ลุกอภิปรายญัตติด่วนสนับสนุนรัฐบาลเปิดประเทศ

,

มั่นใจหน่วยงานรัฐบูรณาการควบคุมโควิด-19 ประชาชนได้ประโยชน์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ

รองศาสตราจารย์ ดร.รงค์ บุญสวยขวัญ ส.ส.นครศรีธรรมราช เขต 1 พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ร่วมอภิปรายญัตติด่วน เกี่ยวกับผลกระทบของการเปิดประเทศในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2564 ที่ผ่านมาว่า ได้สนับสนุนให้รัฐบาลดำเนินการในการเปิดประเทศ (Reopening Thailand) ซึ่งนับว่าเหมาะสมอย่างยิ่งที่มีการวางเป้าหมายไว้ 4 ประการ และ 5 กลยุทธ์ และประสบความสำเร็จไว้หลายประการ ในการบูรณาการในการบริหารจัดการความความเสี่ยงของหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะเป้าหมายการสร้างความเชื่อมั่นต่อเสถียรภาพการควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 ที่มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ในการเร่งฉีดวัคซีนให้ได้ครบตามจำนวนเป้าหมาย ซึ่งจากการสำรวจความคิดเห็นประชาชนในพื้นที่ จังหวัดนครศรีธรรมราชมีเพิ่มมากขึ้น หลังจากที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ประกาศลงพื้นที่ในการวางเป้าหมายฉีดวัคซีนให้ได้ครบ 100% ภายใน 2 เดือน

“ผมพร้อมสนับสนุนการเปิดประเทศ (Reopening Thailand) ที่รัฐบาลดำเนินการแล้วนั้นว่า เหมาะสมอย่างยิ่งที่รัฐบาลวางไว้ ทั้งเป้าหมาย 4 ประการ และกลยุทธ์ 5 ประการ ภายใต้การบริการจัดการที่มีภาวะผู้นำสูง ของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ความสำเร็จที่จะเกิดขึ้นต่อการเปิดประเทศในครั้งนี้ จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีการบริหารความเสี่ยง โดยทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันทำงานแบบบูรณาการ ในระดับจังหวัด และพื้นที่ที่ต้องการนักบูรณาการที่เข้มแข็ง เหมือนนายกรัฐมนตรีที่เป็นตัวอย่างนักบริหารแบบบูณาการที่มีภาวะผู้นำสูงในระดับชาติ และมั่นใจว่าจะฝ่าวิกฤตินี้ไปได้” รศ. ดร.รงค์ กล่าว

ติดตามรับฟังรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
https://youtu.be/NaLn-voHLdQ

ที่มา : facebook.com/PPRPThailand/
เมื่อวันที่ : 15 พฤศจิกายน 2564

ชาวบางซื่อ-ดุสิต ต้องได้รับการดูแลอย่างเป็นรูปธรรม-เข้าถึง-ทันที

,

ชาวบางซื่อ-ดุสิต ต้องได้รับการดูแลอย่างเป็นรูปธรรม-เข้าถึง-ทันที

พร้อม ขับเคลื่อนดูแล ชาวบางซื่อ-ดุสิต ที่เดือดร้อน ต้องกักตัว ไปทำงานไม่ได้ โดนให้ออกจากงาน ไม่มีกิน ตั้งครรภ์ มีภาระดูแลลูกและพ่อแม่

ชุมชนวัดสร้อยทอง ขอบคุณคณะกรรมการชุมชน #วัดสร้อยทอง ที่ประสานทีมงานและช่วยจัดทำคิวสำหรับผู้ลงทะเบียนแจ้งขอรับกล่องกำลังใจ ผู้เดือดร้อนต้องการความช่วยเหลือด้านเครื่องอุปโภคบริโภค

ติดต่อได้ที่
FB page อุ๋ม ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ หรือ
Line @oumthanikan (มี @ ข้างหน้าด้วยค่ะ)

อุ๋มและทีมงานยินดีเป็นกระบอกเสียงและผลักดันแทนพี่น้องในเขตบางซื่อ-ดุสิตให้ได้รับการดูแลอย่างจริงจัง

ที่มา : facebook.com/PPRPThailand/
เมื่อวันที่ : 15 พฤศจิกายน 2564

อธิรัฐ ติดตามมาตรการนักท่องเที่ยว “ทะเลตรัง” สร้างเชื่อมั่นนักท่องเที่ยวไทย-เทศ

,

อธิรัฐ ติดตามมาตรการดูแลนักท่องเที่ยว “ทะเลตรัง” สร้างเชื่อมั่นนักท่องเที่ยวไทย-เทศ

วันเสาร์ที่ 13 พฤศจิกายน 2564 ดร.อธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่จังหวัดตรัง ณ สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาตรัง เป็นประธานการประชุมเพื่อติดตามมาตรการความปลอดภัยทางน้ำในการดูแลนักท่องเที่ยว ซึ่งแต่ละปีจังหวัดตรังมีนักท่องเดินทางมาใช้บริการท่าเทียบเรือโดยสารเป็นจำนวนมาก จากสถิติผู้ใช้บริการ 4 ปี ย้อนหลัง ปี61 จำนวน 225,523 คน ปี62 282,128 คน ปี63 167,636 คน และปี64 192,496 คน เมื่อเปิดประเทศคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวจำนวนเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ได้มอบหมายให้สำนักงานเจ้าท่าฯ กำหนดเพิ่มเติมมาตรการความปลอดภัยให้เข้มงวดยิ่งขึ้นใน 3 ด้านหลัก ได้แก่ 1.ท่าเทียบเรือปลอดภัย 2.เรือปลอดภัย 3.คนปลอดภัย นอกจากนี้ยังได้กำชับให้เร่งสำรวจ ตรวจสอบ การปลูกสร้างสิ่งล่วงล้ำลำน้ำทั้งที่ไม่ได้รับอนุญาตหรือได้รับอนุญาตแต่ไม่เป็นไปตามเงื่อนไข เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย

และวันอาทิตย์ที่ 14 พฤศจิกายน 2564 เป็นประธานการประชุม ณ สำนักงานพัฒนาและบำรุงรักษาทางน้ำที่ 3 เพื่อติดตามความคืบหน้าการบำรุงรักษาร่องน้ำในพื้นที่ภาคใต้ 6 จังหวัดได้แก่ จังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล รวม 166 ร่องน้ำ โดยเฉพาะการดูแลรักษาร่องน้ำเศรษฐกิจ สรุปผลการดำเนินการดังนี้

  • ปี 64 : ขุดลอกแล้ว จำนวน 9 ร่องน้ำ ได้แก่ จังหวัดกระบี่ 5 ร่องน้ำ และ จังหวัดภูเก็ต 4 ร่องน้ำ ปริมาณดินขุดรวม 807,122 ลบ.ม.
  • ปี 65 : ดำเนินการขุดลอก 10 ร่องน้ำ ได้แก่ จังหวัดพังงา 7 ร่องน้ำ จังหวัดสตูล 2 ร่องน้ำ และจังหวัดตรัง 1 ร่องน้ำ
  • ปี 66 มีแผนการขุดลอกอีก 19 ร่องน้ำในพื้นที่ 6 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดสตูล ตรัง กระบี่ พังงา ภูเก็ต และระนอง
  • ขุดลอกต่างตอบแทนที่จังหวัดพังงา ดำเนินการแล้วจำนวน 2 จุด ที่คลองบางม่วงและคลองดอกแดง เนื้อดินรวม 90,344 ลบ.ม.

ทั้งนี้ได้เน้นย้ำให้สำนักงานพัฒนาฯ ดำเนินการขุดลอกให้เป็นไปตามแผนเพื่อให้เรือสามารถสัญจรเข้า–ออก ได้ตลอดเวลา ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการทำประมง เพิ่มศักยภาพการแข่งขันและการท่องเที่ยว รวมทั้งให้เตรียมความพร้อมในการสนับสนุนการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ฯ จำนวน 9 นาย รถยนต์ 4 คัน เรือ 2 ลำ ถุงยังชีพ และน้ำดื่ม สามารถออกให้ความช่วยเหลือได้ตลอด 24 ช.ม.

ที่มา : facebook.com/PPRPThailand/
เมื่อวันที่ : 15 พฤศจิกายน 2564

“ดร.นฤมล” ชูนโยบายสานต่อบัตรสวัสดิการแห่งรัฐถึงมือประชาชน

,

“ดร.นฤมล” ชูนโยบายสานต่อบัตรสวัสดิการแห่งรัฐถึงมือประชาชน ย้ำลดขั้นตอนภาครัฐซ้ำซ้อนมุ่งแก้ปัญหาเชิงรุกเข้าถึงความช่วยเหลือ

“ศ.ดร.นฤมล เหรัญญิกพรรคพลังประชารัฐ” ยืนยันพร้อมสานต่อนโยบาย “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” ด้วยการทำงานเชิงรุกลดปัญหาซ้ำซ้อนทุกขั้นตอน ประชาชนต้องเข้าถึงสวัสดิการอย่างเหมาะสม ด้วยบัตรประชาชนใบเดียวดูแลตลอดชีวิต เพื่อขจัดความยากจนเข้าถึงปัญหาความเดือดร้อนได้ตรงจุด เตรียมเปิดคนรุ่นใหม่ร่วมอุดมการณ์ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ พปชร. ยกระดับคุณภาพชีวิต สร้างความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นในระยะยาว

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เปิดเผยว่า พรรคพปชร. มีความพร้อมในการเดินหน้า เพื่อเตรียมการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นในอนาคต ซึ่ง พรรค ได้มีการการประชุม ส.ส. เมื่อปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา เพื่อกำหนดทิศทางการขับเคลื่อนการทำงานต่อ ในรูปแบบของการรวมพลังเป็นหนึ่งเดียว ที่จะเป็นยุทธศาสตร์ในการวางบทบาทการทำงานให้ ส.ส.แต่ละคนได้อย่างเหมาะสม พร้อมเปิดโอกาส ส.ส.หน้าใหม่กว่า 70 %ที่เพิ่งเข้ามาอยู่ในพรรคฯ ได้โชว์ฝีมือ และศักยภาพในการทำงานได้ตรงตามความสามารถที่มีอยู่บนพื้นที่ของการแก้ปัญหา โดย พปชร. มีเป้าหมายสำคัญ เพื่อลดความยากจนให้กับประชาชนในระยะยาว รวมทั้งการลงพื้นที่รับฟังปัญหาเพื่อต่อยอดแนวทางที่จะขับเคลื่อนไปพร้อมกับนโยบายของพรรค

ทั้งนี้พรรค ยังมีแนวทางในการดำเนินการในเรื่องทำนโยบายสานต่อ “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” หากได้รับเลือกตั้งจนสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้อีกครั้ง ซึ่งได้มีการวางแนวทางการเข้าถึงสิทธิสวัสดิการของประชาชนด้วยเพียงบัตรประชาชนใบเดียว ที่มีข้อมูลอายุ อาชีพ การศึกษา พื้นฐานความเป็นอยู่ เพื่อเป็นข้อมูลวิเคราะห์ความช่วยเหลือว่าควรจะได้รับสวัสดิการอะไร หรือที่เรียกได้ว่าเป็นถังข้อมูลขนาดใหญ่ หรือ “บิ๊กดาต้า” เพื่อลดความซ้ำซ้อนในการเข้าถึงของประชาชน ที่จะทำให้การทำงานสานต่อได้อย่างรวดเร็วในการดูแลประชาชนอย่างเหมาะสมและเป็นระบบ ซึ่งแนวทางจะดูแลนับตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดาจนถึงเชิงตะกอน แต่ไม่ใช่เพียงแค่การแจกเงินเพียงอย่างเดียว

“นโยบายนี้นับเป็นสิ่งที่พรรคพลังประชารัฐ มีความพร้อมในการผลักดันให้เกิดความสำเร็จได้ไม่ยาก หากการเลือกตั้งครั้งหน้าได้เป็นแกนนำรัฐบาล สิ่งแรกที่จะทำคือการเปลี่ยนและรื้อระบบใหม่ โดยเฉพาะเรื่องงบประมาณที่กระจัดกระจายไปอยู่แต่ละกระทรวงที่ส่งผลให้การเข้าช่วยเหลือเป็นไปอย่างล่าช้าเพราะมีขั้นตอนหลายอย่าง รวมถึงข้อมูลประชาชนที่มีความซ้ำซ้อน ก็จะต้องนำมาไว้รวมเป็นจุดเดียวกันเพื่อในการดูแลและเข้าถึงให้ครอบคลุมลดการตกหล่น ซึ่งถือเป็นการใช้เงินภาษีของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต้องมีการสนับสนุนจากประชาชนให้เกิดรัฐบาลที่มีความพร้อมในการผลักดัน ซึ่งพรรคพลังประชารัฐยืนยันว่าสิ่งเหล่านี้คือคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน ที่เป็นแรงพลังให้พรรคฯ ต่อสู้เคียงข้างไปพร้อมกับประชาชนที่ให้ความไว้วางใจในการเลือกพรรคพลังประชารัฐกลับมาอีกครั้ง”

ที่มา : facebook.com/PPRPThailand/
เมื่อวันที่ : 15 พฤศจิกายน 2564