โลกเปลี่ยน ไทยต้องปรับ ทางเลือกใหม่ของการเมืองไทย ก้าวข้ามความขัดแย้ง สานพลังประชาราษฎร์ ร่วมสร้างชาติให้ยั่งยืน

วัน: 28 พฤศจิกายน 2022

“เลขา พปชร.”นำทีมเปิดตัว”ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ภูเก็ต-นครศรีฯ” พร้อมเดินเคียงข้างชาวใต้ ลั่น หนุนคุณภาพชีวิตคนไทยดีขึ้น

,

“เลขา พปชร.”นำทีมเปิดตัว”ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ภูเก็ต-นครศรีฯ”
พร้อมเดินเคียงข้างชาวใต้ ลั่น หนุนคุณภาพชีวิตคนไทยดีขึ้น

วันที่ 28 พฤศจิกายน 2565 ที่พรรคพลังประชารัฐ นายอรรถกร ศิริลัทธยากร ทีมโฆษก พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) แถลงข่าว เปิดตัวว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) พื้นที่ภาคใต้ ใน 2 จังหวัด ซึ่งเป็นจังหวัดที่พรรค ให้ความสำคัญ และเป็นพื้นที่ที่พรรคให้ความมั่นใจในบุคลากรที่ได้รับการคัดสรร เพื่อเป็นปากเสียงแทนพี่น้องประชาชน โดยการเปิดตัวครั้งนี้ นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เป็นประธานในการแถลงข่าว

นายอรรถกร กล่าวว่า การเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพื้นที่ภาคใต้ ครั้งนี้ ประกอบด้วย จ.ภูเก็ต และ จ.นครศรีธรรมราช โดยในพื้นที่ จ. ภูเก็ต เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร 3 เขต ประกอบด้วย 1.นายนัทธี ถิ่นสาคู เขต 2 2.นายสุธา ประทีป ณ ถลาง เขต 3 3. นายจิรายุส ทรงยศ อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต เขต 1 ในส่วนของ จ.นครศรีธรรมราช เปิดตัว นายคมเดช มัชฌิมวงศ์ อดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบลยางค้อม ว่าที่ผู้สมัครในพื้นที่เขต 5

นายสันติ กล่าวว่า พรรคพลังประชารัฐได้เปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค ซึ่งเดิมเรามี ส.ส.อยู่ 2 เขต แต่การแบ่งพื้นที่ใหม่ทำให้จังหวัดภูเก็ตจะมี ส.ส.เพิ่มขึ้นอีก 1 เขตเป็น 3 เขต โดยพรรคเราจะส่งครบทุกเขตแน่นอน ซึ่งทั้ง 3 คน จะเข้าไปทำหน้าที่แทนพี่น้องประชาชนชาวภูเก็ต เหมือนเช่น ส.ส.ภูเก็ตทั้ง 2 เขตของเราทำงานหนักมากกว่า 3 ปี แล้ว ทั้งนี้จังหวัดภูเก็ตคือ อีกหนึ่งจังหวัดที่สำคัญทางเศรษฐกิจ เพราะถือเป็นอีกแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่สามารถสร้างรายได้ให้กับประเทศและประชาชน ในส่วนของจ.นครศรีธรรมราช ผู้สมัครของพรรคเราก็เป็นที่กว้างขวางทำงานเพื่อชาวตำบลยางค้อมมาตลอดเช่นกัน

“ผมขอโอกาสพี่น้องประชาชนให้กับผู้สมัครของเราด้วย เพื่อที่จะเข้าไปดูแลแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดภูเก็ตและนครศรีธรรมราช โดยพลังประชารัฐมีเป้าหมายที่จะเดินเคียงข้างชาวใต้ เพื่อเพัฒนาพื้นที่ภาคใต้ในทุกๆ จังหวัด เราจะเข้าไปแก้ปัญหาบำบัดทุกข์ บำรุงสุข พัฒนา เพิ่มศักยภาพ ของจังหวัดภาคใต้ รวมถึงลงไปช่วยพี่น้องชาวใต้ในการพัฒนาทรัพยากรต่างๆ เพื่อให้พี่น้องชาวใต้อยู่ดีกินดี มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น”นายสันติ กล่าว

ด้านนายนัทธี กล่าวว่า ตนได้รับคำถามมาโดยตลอดว่าพรรคพลังประชารัฐจะส่งใครลงรับสมัครเลือกตั้งในครั้งนี้ ตนจึงอยากให้พี่น้องจังหวัดภูเก็ตมั่นใจว่า เรามีความตั้งใจแน่วแน่ว่าจะอยู่กับพรรคพลังประชารัฐด้วยเหตุผลหลายอย่าง เพราะที่นี่คือบ้านเดิมของเรา การที่อยู่ที่นี่ไม่ได้หมายความว่าเราต้องตัดใครคนใดคนหนึ่งออก ไม่ได้หมายความว่าเราต้องไปเป็นศัตรูกับใคร

“ผมเกิดมาจากพรรคพลังประชารัฐ ต้องการแสดงจิตสำนึกว่า อย่างน้อยเราเกิดจากที่ไหนควรที่จะอยู่ในอาศัยที่นั่นตลอดไป ส่วนอนาคตข้างหน้า ส.ส.ภูเก็ตทั้ง 3 เขตยืนยันว่า เราคือพลังประชารัฐ”นายนัทธี กล่าว


ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่: 28 พฤศจิกายน 2565

“รมต. อนุชา” เผยไทยเห็นชอบแนวคิดหลักของปฏิญญา ฯ ที่ว่า “นวัตกรรมและความร่วมมือเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านน้ําและความยั่งยืนของลุ่มน้ําโขง”

,

“รมต. อนุชา” เผยไทยเห็นชอบแนวคิดหลักของปฏิญญา ฯ ที่ว่า “นวัตกรรมและความร่วมมือเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านน้ําและความยั่งยืนของลุ่มน้ําโขง”

นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้รับมอบหมายจาก รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ในการประชุมคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง ครั้งที่ 29 ณ โรงแรม Inter Continental Grand Ho Tram จังหวัดบ่าเหรียะ-หวุงเต่า พร้อมด้วยนายสุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการ สทนช. และคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมประชุมคณะมนตรี คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง ครั้งที่ 29 และการประชุมระหว่างคณะมนตรี คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง กับกลุ่มหุ้นส่วนการพัฒนา ครั้งที่ 27 โดยที่ประชุมพิจารณาเห็นชอบแนวคิดหลักปฎิญญาสำหรับการประชุมสุดยอดผู้นำลุ่มน้ำโขง ครั้งที่ 4 ในเดือนเมษายน 2566 ซึ่งสปป.ลาวจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม

ทั้งนี้ ประเทศไทยเห็นชอบแนวคิดหลักของปฏิญญา ฯ ที่ว่า “นวัตกรรมและความร่วมมือเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านน้ําและความยั่งยืนของลุ่มน้ําโขง” และยินดีจะเข้าร่วมประชุมระดับภูมิภาค เพื่อพิจารณาจัดทําปฏิญญาฯ ร่าง สุดท้าย เสนอในการประชุมระดับรัฐมนตรี ก่อนการประชุมสุดยอดผู้นําลุ่มน้ําโขงตอนล่าง ครั้งที่ 4 ต่อไป

พร้อมกันนี้ ประเทศไทยให้การสนับสนุนการจัดเตรียมการประชุมสุดยอดผู้นําลุ่มน้ําโขงครั้งที่ 4 ให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ อีกทั้ง สนับสนุนส่งเสริมให้ประเทศสมาชิกมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนโครงการพัฒนาในลุ่มน้ำโขงตอนล่างเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดําเนินโครงการให้เป็นไปตามแผนที่ได้รับการอนุมัติ เพื่อประโยชน์สูงสุดต่อประเทศสมาชิก


ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่: 28 พฤศจิกายน 2565

“รมว.ตรีนุช” เดินหน้าเจรจาญี่ปุ่นขยายเวลามอบทุนนร.ไทย พร้อมเสนอเพิ่มโควตาทุน KOSEN ขยายโอกาสศึกษาต่างปท.

,

“รมว.ตรีนุช” เดินหน้าเจรจาญี่ปุ่นขยายเวลามอบทุนนร.ไทย พร้อมเสนอเพิ่มโควตาทุน KOSEN ขยายโอกาสศึกษาต่างปท.

วันนี้ 28 พ.ย.2565 น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยว่า กระทรวงศึกษาธิการและคณะผู้บริหารกระทรวง ประกอบด้วย ตนพร้อมด้วยนางสาวอรพินทร์ เพชรทัต เลขานุการ รมว.ศธ. และ ดร.อัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ได้เดินทางไปยังประเทศญี่ปุ่น เพื่อเจรจาขยายความร่วมมือระหว่างกระทรวงศึกษาธิการ กับ ดร.อิโนเอะ มิสึเทรุ กรรมการบริหารอาวุโส National Institute of Technology (KOSEN) หรือ สถาบันโคเซ็น และ ดร.โนบุคาซู โออิ อธิการบดีสถานบันโคเซ็นแห่งเมืองอากาชิ (Akashi KOSEN) และ ตรวจเยี่ยมติดตามความเป็นอยู่ และการศึกษา ของนักเรียนทุนรัฐบาลไทย ในโครงการทุนการศึกษาต่อสำหรับนักเรียนกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย (โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค)ไปศึกษาต่อ ณ National Institute of Technology (KOSEN) ประเทศญี่ปุ่น

ทั้งนี้ทุนการศึกษาดังกล่าวสำหรับนักเรียนที่สำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมปีที่ 3 ของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัยในการศึกษาต่อในสาขาวิศวกรรมศาสตร์ ณ สถาบันโคเซ็น ของญี่ปุ่น ตั้งแต่ชั้นปีที่ 1 ถึงชั้นปีที่ 5 สำเร็จการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง และ เข้าศึกษาต่อในหลักสูตร Advance Course จนสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี รวมระยะเวลาในการศึกษา 7 ปี พร้อมทั้งติดตามการดำเนินงานของ ศธ.ในการประสานงานและการดูแลนักเรียนในโครงการฯดังกล่าว

รมว.ศธ.กล่าวว่า สถาบันโคเซ็น เป็นสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษา ออกแบบกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติ ร่วมเรียนรู้ที่สถานประกอบการ นำโจทย์ปัญหาที่พบกำหนดเป็นหัวข้อการเรียนรู้ด้วยกระบวนการวิจัย และวัดผลประเมินผลจากการวิจัยที่ผู้เรียนดำเนินการ ซึ่งสถาบันโคเซ็น ก่อตั้งครบรอบ 60 ปีในปีนี้ ปัจจุบันมีสถาบันโคเซ็น จำนวน 51 แห่ง กระจายอยู่ทั่วประเทศญี่ปุ่น และมี 2 แห่ง ในประเทศไทย ได้แก่ KOSEN-KMITL (โคเซ็น เคเอ็มไอทีแอล) และ KOSEN KMUTT (โคเซ็น เคเอ็มยูทีที) ซึ่งจากการที่เยี่ยมเยียนนักเรียนไทยที่กำลังศึกษา ณ สถาบันโคเซ็น ประจำเมืองอากาชิ จำนวน 11 คน พบว่า นักเรียนไทยในสถาบันโคเซ็น ได้รับการดูแลครอบคลุมในทุกด้าน ทั้งการเรียน ที่พักอาศัยที่สะดวกสบายและปลอดภัย มีกิจกรรมเสริมสร้างประสบการณ์นอกห้องเรียน รวมทั้งได้รับโอกาสในการเข้าฝึกประสบการณ์ในสถานประกอบการชั้นนำของประเทศญี่ปุ่น อย่างไรก็ตามการที่น้องๆที่เพิ่งจบระดับชั้น ม.ต้น ต้องเดินทางมาศึกษาต่อในต่างประเทศ ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องปรับตัวในด้านการเรียน ความแตกต่างของภาษา สังคม และวัฒนธรรม แต่น้องๆ ทุกคนก็สามารถพัฒนาตนเอง และก้าวผ่านอุปสรรคเหล่านั้นมาได้ โดยสิ่งที่เห็นได้ชัด นอกเหนือจากศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และด้านภาษาทั้งภาษาอังกฤษ และภาษาญี่ปุ่นแล้ว คือ การพัฒนาทักษะการใช้ชีวิตรอบด้าน โดยเฉพาะทักษะการสื่อสาร (Communication) การสร้าง(Creation) และ การเชื่อต่อ (Connection)

“ ดิฉันได้มีโอกาสรับฟังการนำเสนอผลการวิจัยโครงงานของ นางสาวธัญยธรณ์ เติมศรีวรานนท์ นักศึกษาชั้นปีสุดท้าย เรื่อง ‘การพัฒนาเว็บแอปพลิเคชันการวินิจฉัยทางการแพทย์ด้วยระบบผู้เชี่ยวชาญ’ ขอชื่นชมว่าเป็นโครงงานพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตของผู้คนและสถานการณ์ด้านสาธารณสุขในโลกปัจจุบัน สามารถต่อยอดเชิงพาณิชย์ได้จริง นอกจากนี้ยังได้เยี่ยมชมห้องเรียน อาคารหอพัก ที่ประเทศญี่ปุ่นให้ความสำคัญอย่างยิ่งในมิติด้านการจัดสภาพแวดล้อมทางกายภาพและความปลอดภัย ซึ่งดิฉันได้มอบหมายให้เลขาธิการ กพฐ.ศึกษารูปแบบที่ได้พบเห็นเพื่อประยุกต์ใช้ในบริบทประเทศไทยต่อไป นอกจากนี้ดิฉันยังได้หารือกับสถานกงสุลใหญ่ ณ นครโอซาก้า และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงแนวทางการสร้างโอกาสให้นักเรียนไทยได้เข้าศึกษาต่อที่สถาบันโคเซ็น ประเทศญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น รวมไปถึงการจัดสรรทุนในจำนวนที่มากขึ้น และ มีรูปแบบที่หลากหลาย โดยการสนับสนุนของภาคเอกชน หรือการสนันสนุนลักษณะทุนการศึกษาครึ่งหนึ่ง(half scholarship)ด้วย ” นางสาวตรีนุช กล่าว.


ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่: 28 พฤศจิกายน 2565

พล.อ.ประวิตร”ดันเศรษฐกิจดิจิทัลรับไทยแลนด์4.0 มุ่งปชช.ใช้นวัตกรรมแบบสร้างสรรค์สู่ผู้นำภูมิภาค

,

พล.อ.ประวิตร”ดันเศรษฐกิจดิจิทัลรับไทยแลนด์4.0 มุ่งปชช.ใช้นวัตกรรมแบบสร้างสรรค์สู่ผู้นำภูมิภาค

เมื่อวันที่ 28 พ.ย.65 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้ไปเป็นประธานพิธีเปิด งานสัมมนาและนิทรรศการเศรษฐกิจดิจิทัล “Thailand 4.0 ประเทศไทยไปไกลกว่าที่คิด : THAILAND 4.0 THE FUTURE AND BEYOND” ณ ห้องประชุมวิภาวดีบอลรูม โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 28-29 พ.ย.65 โดยมีกระทรวงดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นเจ้าภาพจัดกิจกรรม

พล.ท.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์ ผู้ช่วยโฆษก รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ภายหลัง นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดีอีเอส ได้กล่าวรายงานและวัตถุประสงค์การจัดงานในครั้งนี้แล้วพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รอง นรม. ประธานในพิธี ได้กล่าวเปิดงานและปาฐกถาพิเศษ ว่า ประเทศไทยมีความก้าวหน้าไปมากไม่แพ้ชาติใดในโลก ในด้านการส่งเสริม เศรษฐกิจดิจิทัล ส่งผลกระทบเชิงบวกที่จะเพิ่มขีดความสามารถ ในการแข่งขันของประเทศ และสามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัล ขับเคลื่อนสังคม ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาลในการนำประเทศสู่ “ประเทศไทย 4.0” โดยเน้นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ด้วยนวัตกรรม และในงานนี้ ยังได้มุ่งเน้นการสร้าง องค์ความรู้ ให้กับประชาชน นักเรียน นักศึกษา สำหรับใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ให้ได้อย่างถูกต้อง และสร้างสรรค์ และเพื่อเป็นภูมิคุ้มกัน ลดความเสี่ยงในการใช้เทคโนโลยีที่ไม่เหมาะสม สามารถรู้เท่าทันภัยออนไลน์ และลดความเสี่ยง จากภัยคุกคามทางไซเบอร์ ได้ด้วย

พล.อ.ประวิตร ยังได้กล่าวชื่นชม และขอบคุณ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมที่ได้จัดกิจกรรมที่มีคุณค่า และมีความสำคัญเร่งด่วน ตามนโยบายของรัฐบาล ตลอดจนภาคเอกชน ที่ให้การสนับสนุน ด้วยดี พร้อมขอให้การจัดงานสัมมนาและนิทรรศการในครั้งนี้ บรรลุตามวัตถุประสงค์เกิดประโยชน์ กับประชาชนทุกคน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง เช่น คนพิการ เป็นต้นอย่างทั่วถึง ต่อไป


ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่: 28 พฤศจิกายน 2565