โลกเปลี่ยน ไทยต้องปรับ ทางเลือกใหม่ของการเมืองไทย ก้าวข้ามความขัดแย้ง สานพลังประชาราษฎร์ ร่วมสร้างชาติให้ยั่งยืน

วัน: 21 กุมภาพันธ์ 2022

พลเอกประวิตร” สั่งทุกหน่วยความมั่นคงปราบปรามการค้ามนุษย์เชิงรุก

,

“พลเอกประวิตร” สั่งทุกหน่วยความมั่นคงปราบปรามการค้ามนุษย์เชิงรุก ผลักดันไทยขึ้นสู่ระดับเทียร์ 2ในปี 65 สร้างความเชื่อมั่นนานาประเทศ

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ได้เป็นประธาน ประชุม คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ โดย พล.ต.อ.ธรรมศักดิ์ วิชชารยะ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ในฐานะผู้ทรงคุณวุฒิ โดย ได้มอบหมายให้ทุกหน่วยเร่งแก้ปัญหาค้ามนุษย์เชิงรุก เพื่อให้ประเทศไทยกลับขึ้นสู่ระดับเทียร์ 2 ให้ได้ในปี 2565 พร้อมดำเนินการตามกฎหมาย ให้มีการเร่งจับกุมการกระทำความผิดที่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ทั้งหมด โดยในปี 2564 สามารถปราบปรามจับกุม ตามนโยบายของรัฐบาล มียอดสะสางคดีในปี 2564 จำนวน 186 คดี แบ่งเป็นการแสวงหาประโยชน์จากการค้าประเวณี 135 คดี ผลิตหรือเผยแพร่ วัตถุ สื่อลามก 12 คดี แสวงหาประโยชน์ทางเพศรูปแบบอื่น 6 คดี การบังคับใช้แรงงาน 30 คดี ขอทาน 2 คดี และแรงงานบังคับ (ม.6/1) 1 คดี ในปี 2565 จำนวน 20 คดี แบ่งเป็นการแสวงหาประโยชน์จากการค้าประเวณี 16 คดี ผลิตหรือเผยแพร่ วัตถุ สื่อลามก 2 คดี และการบังคับใช้แรงงาน 2 คดี

ส่วนคดีค้ามนุษย์ “โรฮีนจา” พื้นที่ สภ.ปาดังเบซาร์ จว.สงขลา เมื่อวันที่ 1 พ.ค.58 เป็นคดีความผิดนอกราชอาณาจักร ตาม ป.วิอาญา มาตรา 20 ซึ่งอัยการสูงสุดเป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ ต่อมาได้แต่งตั้งพนักงานสอบสวนฝ่ายตำรวจและฝ่ายอัยการ เป็นคณะพนักงานสอบสวน ร่วมทำการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน พนักงานสอบสวนได้สรุปสำนวนมีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหาในข้อหาค้ามนุษย์, อาชญากรรมข้ามชาติ และข้อหาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งก่อนหน้านี้พนักงานสอบสวนได้ขอให้ศาลออกหมายจับผู้ต้องหาในคดีนี้ จำนวน 155 ราย โดยจับกุมตัวได้แล้ว 120 ราย เสียชีวิต 2 ราย และหลบหนี อยู่ระหว่างติดตามจับกุมเพิ่มเติม 33 คน ซึ่งในส่วนของผู้ต้องหาที่เข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดีแล้ว ศาลอาญาและศาลอุทธรณ์ได้พิจารณาพิพากษาลงโทษจำคุกไปแล้วหลายราย ปัจจุบันคดีนี้อยู่ระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา

โดยภาพรวมในการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ตามข้อเสนอแนะใน TIP Report มีความก้าวหน้าอย่างสำคัญ อาทิ การจัดตั้งศูนย์คัดแยกผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ เพื่อช่วยเหลือให้ที่พักพิงแก่ผู้ที่อาจเข้าข่ายเป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ในระหว่างการคัดกรองเบื้องต้น จนถึงการคัดแยกเพื่อระบุตัวผู้เสียหายอย่างเป็นทางการ

การออกกฎกระทรวงแรงงานให้ใช้สัญญาจ้างแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ 4 ภาษา ได้แก่ ไทย เมียนมา กัมพูชา และลาว การยกระดับฝ่ายศูนย์บัญชาการป้องกันการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน ขึ้นเป็น สำนักงานเลขานุการศูนย์บัญชาการป้องกันการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน ซึ่งเป็นหน่วยงานถาวรเทียบเท่ากอง ซึ่งจะทำให้การต่อต้านการค้ามนุษย์ของรัฐบาลไทยก้าวสู่มาตรฐานระดับสากลในภูมิภาคนี้

ที่มา : facebook.com/PPRPThailand/
เมื่อวันที่ : 21 กุมภาพันธ์ 2565

“รมว.ตรีนุช” ผุดแอพพิเคชั่น ‘MOE SAFETY CENTER’ รับเรื่องร้องทุกข์

,

“รมว.ตรีนุช”คิกออฟสถานศึกษาปลอดภัยภูมิภาค8จังหวัด ผุดแอพพิเคชั่น ‘MOE SAFETY CENTER’ รับเรื่องร้องทุกข์

เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ ที่โรงเรียนปากคาดพิทยาคม จ.บึงกาฬ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวในการประธานเปิดงาน Kick-off สถานศึกษาปลอดภัย ระดับภูมิภาค 8 จังหวัด โดยมีนายสุภัทร จำปาทอง นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) และผู้บริหารระดับสูง ศธ.เข้าร่วม ว่า สถานศึกษาปลอดภัย เป็นนโยบายที่ตนเข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการ ศธ.? ในฐานะที่ตนเป็นแม่คนหนึ่ง ซึ่งอยากให้สถานศึกษาเป็นบ้านหลังที่สองที่ปลอดภัย และอยากให้เด็กมีความสุขที่อยากมาโรงเรียน ดังนั้นการสร้างความปลอดภัยทั้งร่ายกาย จิตใจ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งที่เพราะสถานศึกษาไม่ได้มอบความรู้และการศึกษาเท่านั้น แต่ต้องสร้างกำลังใจ กำลังกายที่เข้มแข็ง ซึ่งจะทำให้เด็กและเยาวชนเติบโตอย่างมีคุณภาพ โดยนักเรียนสามารถแจ้งเหตุได้ 4 ช่องทาง ดังนี้ ใน แอพพลิเคชั่น , www.MOESafetyCenter.com, LINE @MOESafetyCenter หรือที่ call center 0-2126-6565 มองว่าแอพพิลเคชั่น MOE SAFETY CENTER จะเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่รวดเร็ว และช่วยให้เด็กสามารถโหลดและแจ้งเรื่องร้องเรียนถึงส่วนกลางได้โดยตรง จะทำให้ ศธ.สามารถแก้ไขปัญหาได้ทันท้วงที มีความเป็นธรรมและโปร่งใส นอกจากนี้ข้อมูลที่ได้รับแจ้ง จะกลายเป็นบิ๊กดาต้า ที่ทำให้ ศธ.ทราบว่าอะไรที่เป็นปัญหาหลักได้รับการร้องเรียนมากที่สุด และหาทางแก้ไขปัญหาให้นักเรียนต่อไป

น.ส.ตรีนุช กล่าวต่อว่า ขั้นต่อไป ศธ.จะจัดทำเป็นโรดโชว์กระจายไป 8 จังหวัด เพื่อสร้างความเข้าใจให้ นักเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้แต่ละพื้นที่เกิดความตื่นตัว เข้าไปแก้ไขปัญหาให้กับเด็กๆได้ ซึ่ง ศธ. มุ่งเน้น 3 มาตรา คือ ป้องกัน ปลูกฝัง ปราบปราม ให้เด็ก และเยาวชนปลอดจากภัยทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ ภัยที่เกิดจากการใช้ความรุนแรงของมนุษย์ ภัยที่เกิดจากอุบัติเหตุ ภัยที่เกิดจากการถูกละเมิดสิทธิ์ ภัยที่เกิดจากผลกระทบต่อสุขภาวะทางกายและจิตใจ เพื่อร่วมกันส่งเสริมการจัดการเรียน อย่างไรก็ตาม ความปลอดภัยเป็นเรื่องของทุกคน ศธ.เป็นหนึ่งในหน่วยงานที่ดูแลเด็กและเยาวชน แต่ภัยต่างๆ สามารถเกิดกับเด็กได้ทุกด้าน ดังนั้น ศธ.จึงร่วมมือกับ 8 กระทรวง 2 หน่วยงาน ในการประสานงานและช่วยเหลือกัน ทั้งนี้ขอฝากหัวหน้าหน่วยงานราชการในจังหวัดต่างๆ ร่วมกันเป็นหูเป็นตา สร้างความปลอดภัยให้กับสถานศึกษา และเป็นที่พึ่งพาให้เด็กและเยาวชนต่อไป

“ศธ.มุ่งเน้นสร้างสถานศึกษาทุกแห่งในสังกัดของ ศธ. เป็นสถานที่ปลอดภัย ที่ผ่านมา ศธ.เร่งระดมฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้กับเด็ก เพื่อให้เด็กสามารถกลับเข้ามาเรียนในสถานศึกษาได้ หรือการส้รางความปลอดภัยทั้งร่างกายและจิตใจของเด็ก การที่ ศธ.สร้างแอพพิเคชั่น MOE SAFETY CENTER ขึ้นมา เพื่อให้น้องๆ และผู้ปกครอง สามารถโหลดและแจ้งปัญหามาที่ส่วนกลางโดยตรง ซึ่งเชื่อว่าเมื่อเราทราบปัญหาเร็ว จะสามารถแก้ไขปัญหาได้เร็วตามไปด้วย ต่อไป ศธ.จะนำเร่งสร้างความรับรู้ ความเข้าใจเรื่องความปลอดภัยไปทุกภูมิภาค เพราะแต่ละภูมิภาคมีความเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยไม่เหมือนกัน และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาทางแก้ไขปัญหาร่วมกันต่อไป”น.ส.ตรีนุช กล่าว

ด้านนายอัมพร กล่าวว่า ต้องยอมรับว่าที่ผ่านมาสถานศึกษามีเหตุไม่ปลอดภัยอยู่ก่อนแล้ว โดยที่ผ่านมาจะมีระบบรายงานโดยใช้วิธีการโทรศัพท์ให้ทราบ ซึ่งในปัจจุบันอาจจะไม่ทันท้วงทีแล้ว ดังนั้นต้องสร้างการรับรู้เรื่องความปลอดภัยให้กับผู้ปกครอง นักเรียน และครูประจำชั้นซึ่งเป็นผู้ที่ใกล้ชิดนักเรียนมากที่สุด จากนั้นสร้างการรับรู้ในระดับสถานศึกษา ระดับเขตพื้นที่ฯ และระดับประเทศ เพื่อสร้างเป็นเครือข่ายเชื่อมโยงกันทั้งหมด ซึ่งเชื่อว่าถ้าทุกโรงเรียนมีความเข็มแข็ง ผู้ปกครองและครูตระหนักและเข้าใจ ก็จะทำให้สถานศึกษามีความอบอุ่นและปลอดภัย อย่างไรก็ตามขณะนี้อยู่ในระหว่างการสร้างความรับรู้ และในอนาคตจะสามารถเก็บข้อมูลสถิติรายวัน รายสัปดาห์ว่ามีเรื่องร้องเรียนเข้ามาจำนวนเท่าใด และร้องเรียนเรื่องอะไรเข้ามามากที่สุด

ที่มา : facebook.com/PPRPThailand/
เมื่อวันที่ : 21 กุมภาพันธ์ 2565