โลกเปลี่ยน ไทยต้องปรับ ทางเลือกใหม่ของการเมืองไทย ก้าวข้ามความขัดแย้ง สานพลังประชาราษฎร์ ร่วมสร้างชาติให้ยั่งยืน

หมวดหมู่: ข่าวประชาสัมพันธ์

พล.อ.ประวิตร รับช่วย"คุณยายสมบูรณ์" ชาวดำเนินสะดวก มอบ ผวจ.ราชบุรี เร่งดำเนินแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยให้ถูกต้อง

พล.อ.ประวิตร รับช่วย”คุณยายสมบูรณ์” ชาวดำเนินสะดวกมอบ ผวจ.ราชบุรี เร่งดำเนินแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยให้ถูกต้อง

,

เมื่อ 26 ก.ย.65 พล.ท.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์ ผช.โฆษก รอง นรม. เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รอง นรม. รักษาราชการแทน นรม. ได้สั่งการแล้วไปยัง ผวจ. และนายก อบจ.ราชบุรี ให้เร่งดำเนินการช่วยเหลือคุณยาย สมบูรณ์ มีทะนาน อายุ 85 ปี ซึ่งมีฐานะยากจน และมีสภาพความเป็นอยู่ที่น่าเวทนา ต้องทำมาหากินเลี้ยงชีพโดยลำพัง ด้วยการนำกล้วยไปขายโดยการพายเรือไปตามลำคลองพื้นที่ อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี และเกือบประสบอุบัติเหตุจากน้ำรั่วซึมเข้าในเรือ อย่างรวดเร็ว โชคยังดีมีชาวบ้านได้มาพบเห็นเหตุการณ์ และเข้าให้ความช่วยเหลือได้ทัน ตามที่เป็นข่าวไปแล้ว ในวันนี้

ภายหลังทราบว่า ปัจจุบัน คุณยายสมบูรณ์ ต้องใช้ชีวิตอย่างน่าลำเค็ญ เนื่องจากฐานะความยากจน และไม่มีใครดูแล โดยคุณยายอาศัยอยู่กับพี่สาว ซึ่งมีอายุมากถึง 99 ปี และมีสภาพนอนป่วยอยู่ที่บ้าน และยังต้องประสบกับปัญหาการถูกผู้มีอิทธิพลหลอกให้ขายที่ดิน ซึ่งเป็นที่ดินมรดก กว่า100ปี พร้อมให้โอนกรรมสิทธิ์ โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ อย่างไม่ได้รับความเป็นธรรม ตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นมา คุณยาย สมบูรณ์ ซึ่งครั้งหนึ่งได้เคยจะขอความช่วยเหลือ จาก พล.อ.ประวิตร มาแล้วตั้งแต่ปี 2563 โดยตั้งใจเขียนจดหมายจะขอความช่วยเหลือ แต่ครั้งนั้นจดหมายของคุณยายไปไม่ถึง พล.อ.ประวิตร โดยไม่ทราบสาเหตุ

และในวันนี้ทันที ที่ พล.อ.ประวิตร ได้รับทราบข่าวเรื่องความทุกข์ยากของคุณยายสมบูรณ์ จึงได้สั่งการในทันที ให้ ผวจ.ราชบุรีและนายก อบจ. พร้อมด้วยท้องถิ่น เร่งลงไปให้ความช่วยเหลือคุณยาย อย่างดีที่สุดในทุกเรื่อง และให้คุณยายผ่านพ้นวิกฤตชีวิตครั้งนี้ไปให้ได้ ด้วยความเป็นธรรม และยั่งยืน ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิต ของคุณยาย กับพี่สาวที่กำลังล้มป่วยอยู่ในขณะนี้ ให้ดีที่สุด โดยเร็ว

ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่: 26 กันยายน 2565

“อธิรัฐ” สั่งการกรมเจ้าท่าเตรียมรับมือพายุไต้ฝุ่น “โนรู” เข้าไทย 28 ก.ย. – 1 ต.ค. นี้

, ,

“อธิรัฐ” สั่งการกรมเจ้าท่าเตรียมรับมือพายุไต้ฝุ่น “โนรู” เข้าไทย 28 ก.ย. – 1 ต.ค. นี้

นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า จากประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา พายุ “โนรู” ฉบับที่ 4 ลงวันที่ 26 ก.ย.65 พายุไต้ฝุ่น “โนรู” บริเวณด้านตะวันออกของประเทศฟิลิปปินส์ คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนกลางในวันที่ 28 ก.ย.65 ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย จะมีกำลังแรงขึ้น โดยจะส่งผลกระทบทำให้ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมทั้ง กทม.และปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ มี “ฝนตกหนัก” หลายพื้นที่ และมีฝนตกหนักมากบางแห่งกับมีลมแรง ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มในช่วงวันที่ 28 ก.ย. – 1 ต.ค.65

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น โดยทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนบริเวณอ่าวไทยตอนล่างทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

นายอธิรัฐ กล่าวว่า จากสถานการณ์ดังกล่าว ตนจึงได้สั่งการให้กรมเจ้าท่า โดยสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค ที่ 1-7 และ สำนักงานพัฒนาและบำรุงรักษา ทางน้ำ 1-8 ทั่วประเทศ เตรียมการรับมือพายุไต้ฝุ่นโนรู ดังนี้
1. จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย กรมเจ้าท่า
2. เตรียมความพร้อมเจ้าหน้าที่ รถ เรือ อุปกรณ์การช่วยเหลือผู้ประภัย
3.จัดเจ้าหน้าที่รับแจ้งเหตุประจำศูนย์และให้กำชับเจ้าหน้าที่เตรียมความพร้อมสนับสนุนให้ความช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง
4. ออกประกาศให้ระมัดระวังการเดินเรือ ช่วงวันที่ 27 ก.ย. – 1 ต.ค.65 โดย
– เรือที่มีความยาวต่ำกว่า 12 เมตร ไม่ควรออกจากฝั่งหรืองดการเดินเรือ
– เรือที่มีความยาวมากกว่า 12 เมตร ให้ใช้ความระมัดระวังการเดินเรือในระยะนี้
และให้ตรวจสอบความพร้อมของตัวเรือ เครื่องยนต์เรือ ตลอดจนเตรียมเครื่องมือและอุปกรณ์ประจำเรือและอุปกรณ์ช่วยชีวิตต่าง ๆ ให้พร้อมใช้งานและให้ผู้โดยสารสวมเสื้อชูชีพตลอดเวลาขณะอยู่ในเรือ

นายอธิรัฐ กล่าวอีกว่า ตนได้กำชับให้หน่วยงานเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำและสภาพอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา รวมถึงบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนได้ทันท่วงที

ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่: 26 กันยายน 2565

‘พล.อ.ประวิตร ’ เร่งช่วยคน”หล่มสัก” ติดตามแก้ปัญหาน้ำ ชาวบ้านต้อนรับคับคั่ง ขอบคุณรัฐบาล จริงใจ พร้อมร่วมมือพัฒนาท้องถิ่น ต่อเนื่อง

, ,

‘พล.อ.ประวิตร ’ เร่งช่วยคน”หล่มสัก” ติดตามแก้ปัญหาน้ำ ชาวบ้านต้อนรับคับคั่ง ขอบคุณรัฐบาล จริงใจ พร้อมร่วมมือพัฒนาท้องถิ่น ต่อเนื่อง

เมื่อ 25 ก.ย.65 พล.ท.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์ ผช.โฆษก รอง นรม. เปิดเผยว่าเวลา 14.30 น. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รอง นรม. ในฐานะ ผอ.กอนช. พร้อมคณะได้เดินทางไปปฏิบัติราชการ ต่อเนื่องจากช่วงเช้า ในพื้นที่ อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วม ณ เทศบาลเมืองหล่มสัก และเทศบาล ต.ตาลเดี่ยว อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ โดยได้รับฟังรายงานสถานการณ์น้ำ และปัญหาอุทกภัยพร้อมแนวทางการแก้ไขจาก สทนช. ณ บริเวณสะพานข้ามแม่น้ำป่าสัก โดยสรุปภาพรวม พื้นที่อ.หล่มสัก มีแม่น้ำสายหลักคือแม่น้ำป่าสัก มีอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง 3แห่ง ฝาย 2แห่ง มีปริมาณน้ำกักเก็บ จำนวน 61,320 ล้าน ลบ.ม.มีพื้นที่ชลประทาน ได้รับประโยชน์ 37,359 ไร่ สถานการณ์อุทกภัยที่ผ่านมาตั้งแต่ ก.ค.65 ได้รับผลกระทบจากอิทธิพลของพายุ 3ครั้ง และส่งผลกระทบต่อการดำรงค์ชีวิตประชาชน ทั้งทางด้านการเกษตร พืชผล ด้านปศุสัตว์ และประมง ซึ่งรัฐบาลได้สนับสนุนงบประมาณเพื่อช่วยเหลือเยียวยาแล้ว สำหรับอุทกภัยและภัยแล้งที่ยังคงเป็นปัญหา ซึ่งจะต้องเร่งดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม โดยจังหวัดและผู้เกี่ยวข้องได้เสนอให้ สทนช.ศึกษาความเป็นไปได้ในภาพรวมของจังหวัด อย่างเป็นระบบ ให้กรมชลประทาน จัดทำโครงการระบบผันน้ำพื้นที่ต้นน้ำ และโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำเพื่อการกักเก็บน้ำ และชะลอน้ำไม่ให้ไหลเข้าชุมชน อย่างรวดเร็ว รวมถึงให้กรมโยธาธิการและผังเมือง สนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติมในการทำเขื่อนป้องกันตลิ่ง และป้องกันน้ำท่วมพื้นที่วิกฤติในพื้นที่เขตเทศบาลเมืองหล่มสัก เป็นต้น

พล.อ.ประวิตร ได้พบปะกับพี่น้องประชาชน และข้าราชการในพื้นที่ที่มาให้การต้อนรับ จำนวนมากโดยแสดงความห่วงใยชาวบ้านและเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วม ภัยแล้ง ที่ยังประสบอยู่ทุกปีในบางพื้นที่ รวมทั้ง การเตรียมรับมือกับพายุ “โนรู” ที่กำลังจะเข้าประเทศไทย บริเวณภาคเหนือ เร็วๆนี้ด้วย ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร ได้เข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์หล่มสัก และยังได้กล่าวชื่นชมวิถีชีวิตดังเดิมสู่ปัจจุบัน ที่น่าภาคภูมิใจ พร้อมขอบคุณ ชาวหล่มสัก และชาว จ.เพชรบูรณ์ ที่ให้ความร่วมมือกับภาครัฐด้วยดีในการพัฒนาพื้นที่ กล่าวยืนยัน ว่ารัฐบาลพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือ เยียวยา ทุกความเดือดร้อนของประชาชน อย่างเต็มที่ ซึ่งตนจะนำข้อเสนอแนะจากพื้นที่ในวันนี้ ไปให้รัฐบาล เร่งหาวิธีแก้ไข เพื่อช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อน และพัฒนาความเป็นอยู่ ของพี่น้องประชาชนให้ดียิ่งขึ้น ต่อไป


ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่: 25 กันยายน 2565

 

 

พล.อ.ประวิตร ไม่ทอดทิ้ง นร.หญิง โรงเรียน จ.เพชรบูรณ์ ถูกละเมิดทางเพศ สั่ง ศธ.เร่งช่วยเหลือ ทุกกรณี อย่างถูกต้อง เป็นธรรม โดยเร็วที่สุด ย้ำ ห้ามเกิดเหตุซ้ำอีก เด็ดขาด

,

พล.อ.ประวิตร ไม่ทอดทิ้ง นร.หญิง โรงเรียน จ.เพชรบูรณ์ ถูกละเมิดทางเพศ สั่ง ศธ.เร่งช่วยเหลือ ทุกกรณี อย่างถูกต้อง เป็นธรรม โดยเร็วที่สุด ย้ำ ห้ามเกิดเหตุซ้ำอีก เด็ดขาด

เช้าวันนี้ (24 ก.ย.65) พล.ท.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์ ผช.โฆษก รอง นรม.เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รอง นรม. รักษาราชการแทน นรม. ได้มีคำสั่งด่วนไปแล้ว ให้ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศธ. และผู้เกี่ยวข้อง เร่งให้ความช่วยเหลือ ดูแลรักษาทั้งสภาพร่างกายและจิตใจ ของนักเรียนหญิง โรงเรียนแห่งหนึ่ง ใน จ.เพชรบูรณ์ ที่ถูกละเมิดทางเพศจากกลุ่มนักเรียนรุ่นน้อง ของโรงเรียนเดียวกัน เมื่อคืนวันที่ 24 ส.ค.65 และเป็นข่าวในเวลาต่อมา ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้ ได้สร้างความสะเทือนใจและเกิดความเสียหาย ต่อภาพลักษณ์สถาบันการศึกษาและสังคมไทย เป็นอย่างยิ่ง และจากเหตุการณ์ ดังกล่าว รมว.ศธ.ได้มีคำสั่งย้ายผู้อำนวยการโรงเรียน และตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงไปแล้ว พร้อมทั้งได้สั่งการให้เพิ่มมาตรการป้องกัน และการกวดขัน เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ เกิดขึ้นซ้ำอีก และได้เข้าให้ความช่วยเหลือเด็กนักเรียนหญิง และผู้ปกครอง ที่ได้รับผลกระทบ ทันทีแล้ว จากความเดือดร้อนต่างๆ รวมถึงการส่งนักจิตวิทยา เข้าไปให้ความช่วยเหลือ ดูแล บำบัดรักษาด้านจิตใจด้วย

พล.อ.ประวิตร ได้แสดงความห่วงใย และเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะเกิดกับเด็กนักเรียน ซึ่งเป็นอนาคตของชาติ และเกิดเหตุขึ้นในสถานศึกษา รวมทั้งยังเป็นพื้นที่ควบคุมการกักตัวนักเรียน เพื่อดูแลรักษาผู้ที่ติดโรคโควิด-19 ด้วย จึงได้กำชับ ศธ.ให้เข้าช่วยเหลือ เยียวยานักเด็กนักเรียนหญิงดังกล่าว ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ อย่างดีที่สุด มีความถูกต้อง และได้รับความเป็นธรรม ทั้งต่อตนเอง ครอบครัว โดยให้สามารถเข้ารับการศึกษาต่อเนื่องได้ อย่างปกติ และมีอนาคตที่ดีทางการศึกษาได้ต่อไปด้วย พร้อมทั้งสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักเรียน ผู้ปกครองและสังคมไทยในการดำเนินการแก้ไขปัญหา โดยเร็ว และจะต้องไม่มีเหตุการณ์เช่นนี้ เกิดขึ้นอีกอย่างเด็ดขาด

ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่:
24 กันยายน 2565

“พล.อ.ประวิตร” ระดมหน่วยงานเสริมศักยภาพ SME ไทย ย้ำเป็นฐานสำคัญการขับเคลื่อนฟื้นเศรษฐกิจของประเทศ

,

“พล.อ.ประวิตร” ระดมหน่วยงานเสริมศักยภาพ SME ไทย
ย้ำเป็นฐานสำคัญการขับเคลื่อนฟื้นเศรษฐกิจของประเทศ

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ได้ร่วมประชุมคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ผ่านระบบ VTC ณ มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อฯ เพื่อปรับและแก้ไของค์ประกอบคณะกรรมการและอนุกรรมการต่างๆให้สมบูรณ์ เร่งส่งเสริมสนับสนุนผู้ประกอบการ SME ให้สามารถเป็นส่วนสำคัญการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ เป็นส่วนสนับสนุนผู้ประกอบการขนาดใหญ่ที่สำคัญของไทย

อย่างไรก็ตามที่ประชุมรับทราบแผนการใช้งบประมาณรายจ่าย ปี 2566 และร่วมพิจารณา ปรับแก้ไของค์ประกอบคณะอนุกรรมการต่างๆ ให้เหมาะสม โดยได้ย้ำผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ถือเป็นส่วนสำคัญของการระบบฐานการผลิต เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญมาตลอด และต้องการส่งเสริม ผลักดันให้อยู่รอด เข้มแข็งขึ้นและเติบโตแข่งขันได้อย่างยั่งยืน โดยต้องการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องลงไปดูแลสนับสนุนและให้การช่วยเหลืออย่างทั่วถึง
” ในช่วงการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ จำเป็นต้องเร่งการบูรณาการให้ทุกหน่วยงานวาง กลไกที่มีอยู่ ขับเคลื่อนเพื่อเสริมความแกร่งให้กับผู้ประกอบการ SME อย่างจริงจัง พร้อมทั้งขอให้ความสำคัญกับตรวจสอบและประเมินผลการทำงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการช่วยเหลือผู้ประกอบการให้มากขึ้นในภาพรวม”


ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่:
23 กันยายน 2565

“พล.อ.ประวิตร”หารือทูตออสเตรเลีย ย้ำร่วมมือด้านศก.-ต่อต้านค้ามนุษย์

,

“พล.อ.ประวิตร”หารือทูตออสเตรเลีย ย้ำร่วมมือด้านศก.-ต่อต้านค้ามนุษย์

วันที่ 23 กันยายน2565 ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีให้การต้อนรับนางสาวแอนเจลา เจน แม็กดอนัลด์ (H.E. Ms. Angela Jane Macdonald) เอกอัครราชทูตเครือรัฐออสเตรเลียประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ ในโอกาสเข้ารับหน้าที่ ซึ่งทั้งสองฝ่าย ได้ชื่นชมความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันโอกาสครบ 70 ปี และหารือร่วมกันถึงความร่วมมือกันด้านต่างๆ
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของเอกอัครราชทูตออสเตรเลีย จะมีส่วนส่งเสริมสนับสนุนในการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับออสเตรเลียให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในปีนี้ซึ่งเป็นโอกาสครบรอบ 70 ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างทั้งสองประเทศ
ในโอกาสนี้ ทั้งสองฝ่ายได้หารือเกี่ยวกับประเด็นความร่วมมือที่สำคัญ อาทิ ความร่วมมือทวิภาคีในฐานะหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ และการดำเนินการภายใต้ร่างแผนปฏิบัติการร่วมว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ ปี ค.ศ. 2022 – 2025 โดยเฉพาะด้านความมั่นคง รวมถึงความร่วมมือในการจัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศเพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์ระหว่างไทยกับออสเตรเลีย (Counter Trafficking in Persons Centre of Excellence) โดยรองนายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลไทยในการดำเนินการต่อต้านการค้ามนุษย์อย่างจริงจังและต่อเนื่อง
พร้อมกันนี้ยังหารือความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ ทั้งในด้านการลงทุน โดยเฉพาะในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และการเป็นหุ้นส่วนด้านวิจัยและพัฒนา ในสาขาที่ออสเตรเลียมีความเชี่ยวชาญโดยเฉพาะสอดรับนโยบายพัฒนาโมเดล BCG ของไทยเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจแบบยั่งยืน
น.ส.แอนเจลา เจน เอกอัครราชทูตเครือรัฐออสเตรเลียประจำประเทศไทย กล่าวย้ำถึงความสัมพันธ์ที่แนบแน่นในระดับต่างๆของทั้งสองประเทศ โดยเฉพาะกองทัพและทางทหาร โดยออสเตรเลียมุ่งมั่นกระชับความสัมพันธ์กับอาเซียนและไทยในกิจกรรมต่างๆมากขึ้นหลังสถานการณ์โควิท โดยเฉพาะการฟื้นฟูเศรษฐกิจ การค้าการลงทุน่วมกัน และพร้อมสนับสนุนไทยในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม APEC และยินดีในการทำงานร่วมกับไทยในการต่อต้านการค้ามนุษย์ โดยพร้อมผลักดันให้มีการลงนามและขับเคลื่อนบันทึกความร่วมมือการต่อต้านการค้ามนุษย์ร่วมกันอย่างใกล้ชิดต่อไป


ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่:
23 กันยายน 2565

“พล.อ.ประวิตร”สั่งจ.นครปฐมช่วยเหลือปชช.เหตุโรงงานสารเคมีรั่ว เร่งระงับเหตุดูแลสุขอนามัยจากกลิ่นหวั่นส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจ

,

“พล.อ.ประวิตร”สั่งจ.นครปฐมช่วยเหลือปชช.เหตุโรงงานสารเคมีรั่ว

เร่งระงับเหตุดูแลสุขอนามัยจากกลิ่นหวั่นส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจ

พล.ท.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์ ผู้ช่วยโฆษก รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการด่วน ไปยังหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง หลังรับทราบข่าวว่า เกิดเหตุการณ์สารเคมีรั่วไหลจากโรงกลั่นพลาสติก ถ.เพชรเกษม ต.ขุนแก้ว อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ส่งผลให้เกิดกลิ่นสารเคมี แพร่กระจายเป็นบริเวณกว้างเข้ามาในเขตพื้นที่ กทม.บางส่วน ส่งผลให้ประชาชนที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง ได้รับกลิ่นที่รุนแรง และหวั่นเกิดอันตราย ส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจ และสุขภาพของประชาชน

ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร ได้สั่งการไปแล้วให้ กระทรวงมหาดไทย จ.นครปฐม และกทม. รวมทั้งหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง ที่เร่งเข้าไปดำเนินการระงับเหตุแล้ว พร้อมทำการสอบสวนข้อเท็จจริง วมทั้งเร่งรัดเจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุข ให้ความช่วยเหลือ ดูแลรักษาประชาชนผู้ที่ได้รับผลกระทบหากมีอาการผิดปกติต่อสุขภาพในพื้นที่ โดยด่วน พร้อมทั้งให้เจ้าหน้าที่ที่ต้องเข้าไปช่วยเหลือจะต้องมีอุปกรณ์ป้องกันตนเองเพื่อความปลอดภัยด้วย และแจ้งเตือนประชาชนให้หลีกเลี่ยงพื้นที่ดังกล่าว โดยให้สวมหน้ากากป้องกันตลอดเวลา สำหรับโรงเรียนในพื้นที่หากผู้บริหารพิจารณาแล้วเห็นว่าไม่ปลอดภัย ก็ให้ปิดทำการเพื่อป้องกันไม่ให้เด็กนักเรียนได้รับอันตรายจากสารเคมี

พล.อ.ประวิตร ยังได้สั่งการ กรมควบคุมมลพิษ ให้เร่งสำรวจสภาพอากาศบริเวณพื้นที่ ที่อาจส่งผลกระทบ เพื่อตรวจค่าความปลอดภัย และแจ้งเตือนผ่านสื่อต่างๆเพื่อให้ประชาชนได้รับทราบสถานการณ์ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งต่อมา พล.อ.ประวิตร ได้รับรายงาน จากกรมควบคุมมลพิษ ว่าได้ส่งจนท.ไปตรวจ สภาพพื้นที่เกิดเหตุและระงับเหตุได้แล้ว ในช่วงเช้า พร้อมทั้งได้สุ่มตรวจสภาพอากาศ ในบางพื้นที่แล้ว เช่น บริเวณ รร.ปุรณาวาส เขตทวีวัฒนา กทม. ยังไม่พบสารอันตราย เป็นต้น


ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่:
22 กันยายน 2565

“พล.อ.ประวิตร”ต้อนรับชาวไร่อ้อยเข้าขอบคุณช่วยแก้ไขปัญหา พร้อมสนับสนุนนโยบายรัฐอย่างเต็มที่จริงใจช่วยเหลือ

,

“พล.อ.ประวิตร”ต้อนรับชาวไร่อ้อยเข้าขอบคุณช่วยแก้ไขปัญหา
พร้อมสนับสนุนนโยบายรัฐอย่างเต็มที่จริงใจช่วยเหลือ

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้ให้การต้อนรับคณะตัวแทนชาวไร่อ้อย 40 คนจากทั่วประเทศ ที่นำโดย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม. เพื่อขอบคุณรัฐบาล ที่ให้ความช่วยเหลือแก้ปัญหาและเยียวยาชาวไร่อ้อย จากผลกระทบของนโยบายรัฐบาลที่ต้องการให้ชาวไร่อ้อย งดการเผาต้นอ้อย และหันมาตัดต้นอ้อยสด เพื่อลดค่า PM 2.5 ในบรรยากาศ

ทั้งนี้ นายไชยวัฒน์ คำแก่นคูน นายกสมาคมชาวไร่อ้อยขอนแก่น และเป็นประธานที่ปรึกษาชมรมสถาบันชาวไร่อ้อยภาคอีสาน ได้เป็นตัวแทนกล่าวความขอบคุณ และชื่นชม พล.อ.ประวิตรและรัฐบาล ที่ให้ความสำคัญต่อการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน ของพี่น้องชาวไร่อ้อย ทั่วประเทศที่ผ่านมา พร้อมยืนยันที่จะให้การสนับสนุนการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาล อย่างเต็มที่ ต่อไป

พล.อ.ประวิตร ยังได้กล่าวขอบคุณชาวไร่อ้อยทุกคนทั่วประเทศ ที่ให้ความร่วมมือปฏิบัติตามแนวทางการดำเนินนโยบายของภาครัฐด้วยดี เพื่อส่วนรวม ซึ่งนับเป็นความเสียสละ ที่น่ายกย่อง และรัฐบาล ยืนยันจะให้ความช่วยเหลือประชาชนทุกกลุ่ม ทุกพื้นที่ อย่างทั่วถึง เพื่อความอยู่ดีกินดี ของพี่น้องประชาชนคนไทย ทุกคน


ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่:
22 กันยายน 2565

”พล.อ.ประวิตร”เปิดโต๊ะหารือฑูตอิราเอลกระชับความสัมพันธ์สองปท. สานความร่วมมือเพิ่มมูลค่าการค้า แรงงาน เทคโนโลยี-นวัตกรรม

,

”พล.อ.ประวิตร”เปิดโต๊ะหารือฑูตอิราเอลกระชับความสัมพันธ์สองปท.
สานความร่วมมือเพิ่มมูลค่าการค้า แรงงาน เทคโนโลยี-นวัตกรรม

เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2565 ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้การต้อนรับนางออร์นา ซากิฟ (H.E. Ms. Orna Sagiv) เอกอัครราชทูตรัฐอิสราเอลประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ ในโอกาสเข้ารับหน้าที่ โดยพล.อ.ประวิตร กล่าวต้อนรับและยินดีที่ความสัมพันธ์ทั้งสองประเทศราบรื่น รวมถึงความร่วมมือระหว่างกันในด้านต่าง ๆ ที่มีความก้าวหน้าเป็นที่น่าพึงพอใจอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการค้า แรงงาน การพัฒนา กลาโหมและความมั่นคง

นอกจากนี้โดยได้แสดงความยินดีที่ทั้งสองประเทศจะได้มีการเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ทางการทูตครบรอบ 70 ปี ในปี 2567 และหวังว่าจะได้ต้อนรับการเยือนไทยของประธานาธิบดีอิสราเอลอย่างเป็นทางการในอนาคตเพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างไทยและอิสราเอลให้แน่นแฟ้นใกล้ชิดยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตามเอกอัครราชทูตอิสราเอลได้แสดงความยินดีที่ได้พบปะรองนายกรัฐมนตรีในวันนี้ โดยแสดงความพร้อมในการกระชับความร่วมมือในเรื่องการค้า แรงงาน เทคโนโลยี และความมั่นคง ทั้งนี้ ยังได้เน้นย้ำว่าอิสราเอลให้ความสำคัญกับไทยในฐานะประเทศที่มีบทบาทนำ และเป็นสะพานเชื่อมไปสู่ประเทศอื่นๆ ในอาเซียน และไทยยังเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวที่สำคัญของชาวอิสราเอล โดยมีชาวอิสราเอลเดินทางมาไทยเฉลี่ยปีละเกือบ 2 แสนคน สะท้อนถึงความสัมพันธ์ใกล้ชิดในระดับประชาชน ซึ่งเป็นรากฐานที่ดีต่อความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ

ทั้งนี้จากผลการหารือในครั้งนี้ ประสบความสำเร็จ ทางด้านเอกอัครราชทูตอิสราเอลยืนยันที่จะสานต่อความร่วมมือทุกด้าน พร้อมส่งเสริมให้ความสัมพันธ์ไทยและอิสราเอลแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกันที่จะสานต่อแนวทางการส่งเสริมการแลกเปลี่ยน องค์ความรู้ และการถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมระหว่างกัน เพื่อนำมาพัฒนาเทคโนโลยีด้านการเกษตรและการบริหารจัดการน้ำ โดยเฉพาะการผลิตน้ำจืดจากทะเล และความร่วมมือในด้าน startup และ SMEs ซึ่งเป็นประเด็นที่ไทยประสงค์จะเรียนรู้จากฝ่ายอิสราเอล ในขณะเดียวกันอิสราเอลประสงค์รับแรงงานภาคการก่อสร้างจากไทยเพิ่มเติมด้วย

ทั้งนี้ พลเอก ประวิตร ยังได้กล่าวขอบคุณรัฐบาลอิสราเอลที่ดูแลสวัสดิภาพของแรงงานไทยภาคการเกษตรในอิสราเอล ซึ่งแรงงานไทยถือเป็นแรงงานสำคัญในภาคการเกษตรของอิสราเอล


ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่:
22 กันยายน 2565

“พล.อ.ประวิตร” ต้อนรับทัพนักกีฬา The world Games 2022″ ยกย่องผลสำเร็จทีมชาติไทย สร้างชื่อเสียงระดับโลก

,

“พล.อ.ประวิตร” ต้อนรับทัพนักกีฬา The world Games 2022″
ยกย่องผลสำเร็จทีมชาติไทย สร้างชื่อเสียงระดับโลก

พล.ท.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์ ผู้ช่วยโฆษก รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าวันนี้ การกีฬาแห่งประเทศไทย กกท. พร้อมคณะนำโดยนายนภินทร ศรีสรรพางค์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีรมกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ได้นำคณะนักกีฬาพร้อมเจ้าหน้าที่ ที่เข้าร่วมการแข่งขันกีฬา The World Games 2022 ครั้งที่ 11 ณ เมืองเบอร์มิงแฮม ประเทศสหรัฐอเมริกา ระหว่าง 7-17 ก.ค.65 ที่ผ่านมา เข้าพบ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทยในพระบรมราชาชูปถัมภ์

ทั้งนี้ ความสำเร็จของคณะนักกีฬาไทยที่เข้าร่วมการแข่งขัน ที่สร้างความสำเร็จใน ซึ่งประเทศไทยได้รับ 4 เหรียญทอง จากกีฬายูยิตสู 2เหรียญทอง และกีฬามวยไทยสมัครเล่น 2เหรียญทอง ได้ 3 เหรียญเงิน จากกีฬามวยไทยสมัครเล่น 1 เหรียญและกีฬายูยิตสู 2 เหรียญ และได้ 2 เหรียญทองแดง จากกีฬาเปตอง นับเป็นความสำเร็จ อย่างยิ่งใหญ่ ที่นักกีฬาของไทย สามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม และสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติ เป็นที่ประจักษ์ในระดับนานาชาติ อย่างน่าภาคภูมิใจ อีกรายการหนึ่ง

ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร ได้กล่าวแสดงความยินดี และชื่นชมนักกีฬา ผู้ฝึกสอน และเจ้าหน้าที่ ทุกคน ที่ได้ทุ่มเทกำลังกาย กำลังใจ และมีวินัยในการฝึกซ้อม กระทั่งสามารถเอาชนะการแข่งขันและนำเหรียญรางวัล กลับมายังประเทศไทยให้พี่น้องชาวไทยได้มีความสุข และร่วมภาคภูมิใจทั้งประเทศ ซึ่งพล.อ.ประวิตร ยังได้มอบของที่ระลึกเพื่อเป็นขวัญกำลังใจ ให้นักกีฬาทุกคน หมั่นฝึกซ้อมอย่างเต็มความสามารถต่อไป เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนา ขับเคลื่อนวงการกีฬาให้ก้าวหน้าและสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย อย่างต่อเนื่องพร้อมชื่นชมนักกีฬาทุกคน ที่เป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเยาวชน ที่ช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศชาติ ได้ต่อไป

พล.อ.ประวิตร กล่าวอีกว่า รัฐบาลพร้อมให้การสนับสนุนด้านกีฬาทุกประเภท ในทุกโอกาส โดยมุ่งหวังให้กีฬาเป็นส่วนหนึ่ งในการพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ด้วย


ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่:
20 กันยายน 2565

พล.อ.ประวิตร” ลงพื้นที่พบปะประชาชนจ.เพชรบูรณ์ 25 ก.ย.นี้ ติดตามผลลงทะเบียนบัตรสวัสดิการ-ตรวจสถานการณ์น้ำในหล่มสัก

,

พล.อ.ประวิตร” ลงพื้นที่พบปะประชาชนจ.เพชรบูรณ์ 25 ก.ย.นี้
ติดตามผลลงทะเบียนบัตรสวัสดิการ-ตรวจสถานการณ์น้ำในหล่มสัก

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรีและนายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เตรียมลงพื้นที่จ.เพรชบูรณ์ ในวันที่ 25 ก.ย.นี้ เพื่อประธานเปิดงานอุ้มพระดำน้ำ ที่วัดโบสถ์ชนะมาร ต.สะเดียง อ.เมืองเพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นเทศกาลที่จัดขึ้นเป็นงานประจำปี และยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดอีกแห่งหนึ่ง

ทั้งนี้ได้เดินทางไปเป็นประธานการประชุมติดตามความคืบหน้าการลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐปี 2565 พร้อมกับมอบนโยบาย ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาล เพื่อการดูแลให้ประชาชนและผู้ยากไร้สามารถเข้าสิทธิที่รัฐจัดหาให้ เพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับประชาชน

ทั้งนี้เตรียมลงพื้นที่เทศบาลเมืองหล่มสักและเทศบาลตำบลตาลเดี่ยว เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วมและรับฟังปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ ซึ่งได้รับผลกระทบจากมรสุมและส่งผลให้มีปริมาณฝนในปริมาณมาก ซึ่งร่วมถึงแผนการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ และแนวทางการป้องการแก้ไขที่จะส่งผลกระทบต่อประชาชนและพื้นที่เสี่ยง โดยจะตรวจพื้นที่บริเวณสะพานข้ามแม่น้ำป่าสัก พร้อมเยี่ยมราษฎรผู้ประสบอุทกภัยและ มอบสิ่งของช่วยเหลือให้กับประชาชนที่ได้นับผลกระทบ ที่หอประชุมอำเภอหล่มสัก ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯ

ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่:
20 กันยายน 2565

“พล.อ.ประวิตร”ร่วมเวทีUNชี้ไทยเข้าถึงการศึกษาเท่าเทียม ดึงเด็กกลับสู่ห้องเรียนพร้อมปรับหลักสูตรสอดรับกลไกตลาด

,

“พล.อ.ประวิตร”ร่วมเวทีUNชี้ไทยเข้าถึงการศึกษาเท่าเทียม
ดึงเด็กกลับสู่ห้องเรียนพร้อมปรับหลักสูตรสอดรับกลไกตลาด

20 ก.ย 2565 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี กล่าวถ้อยแถลงในการประชุมระดับผู้นำว่าด้วยการพลิกโฉมการศึกษา (Transforming Education Summit 2022: TES) ในช่วง Leaders’ Round Tables ซึ่งอยู่ระหว่างสัปดาห์ของการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 77 เพื่อแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ของผู้นำแต่ละประเทศต่อประเด็นการศึกษาทั่วโลกที่อยู่ในสภาวะวิกฤตและการพัฒนาการศึกษาเพื่อบรรลุสันติภาพ ความยุติธรรม สิทธิมนุษยชน และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกล โดยมีสาระสำคัญของถ้อยแถลง ดังนี้

รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขอขอบคุณเลขาธิการสหประชาชาติที่ได้จัดการประชุมระดับผู้นำว่าด้วยการพลิกโฉมการศึกษา เชื่อมั่นว่า จะเป็นโอกาสดีที่ผู้นำของแต่ละประเทศให้ได้แสดงวิสัยทัศน์และแลกเปลี่ยนประสบการณ์เพื่อนำไปสู่การดำเนินงานให้บรรลุตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เป้าหมายที่ 4 ซึ่งไทยให้ความสำคัญกับการศึกษามาโดยตลอด พื้นฐานสำคัญของการพัฒนากำลังคนและประเทศ โดยได้บรรจุการพัฒนาการศึกษาไว้ในแผนมุ่งเน้นการพัฒนา 3 ด้านหลัก ได้แก่ ผู้เรียนรู้ ผู้สอน และ ระบบการศึกษา ผ่านการใช้ประโยชน์ทางเทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมทั้งประเทศไทยมุ่งมั่นที่จะสร้างหลักประกันการกลับเข้าสู่การเรียนอย่างปลอดภัยสำหรับทุกคน ด้วยมาตรการที่เหมาะสมเพื่อรักษามาตรฐานและคุณภาพของระบบการศึกษา

พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ความรู้ และทักษะที่มอบให้แก่ผู้เรียนนั้น มีความจำเป็นต่อการทำงานในอนาคต รัฐบาลไทยจึงส่งเสริมความร่วมมือกับภาคเอกชนในการปรับปรุง หลักสูตรการเรียนการสอน ให้สอดรับกับความคาดหวังของนายจ้าง โดยรัฐบาลได้ส่งเสริมความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาในต่างประเทศเพื่อพัฒนาการศึกษาที่ตอบสนองต่อความต้องการของนักลงทุนต่างชาติในประเทศไทย รวมทั้งการลดภาระของผู้เรียนและเพิ่มขีดความสามารถให้แก่ สถาบันการศึกษา โดยการเพิ่มเงินอุดหนุนรายหัวสำหรับค่าใช้จ่ายจำเป็น เพื่อการส่งเสริม การลงทุนด้านการศึกษาที่เพียงพอ เท่าเทียม ยุติธรรม โปร่งใส และการพัฒนาครูให้สามารถใช้ทักษะการสอนเชิงนวัตกรรม เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลางเพื่อให้ครูสามารถดูแลห้องเรียนที่มีสภาพแวดล้อมที่หลากหลายได้

“รัฐบาลไทย ส่งเสริมการพัฒนาการเรียนรู้ และเตรียมความพร้อมให้ผู้เรียนสามารถใช้ชีวิตในโลกยุคดิจิทัลใต้ความเป็นศูนย์กลางของผู้เรียน รวมทั้งเน้นการศึกษาออนไลน์อย่างครอบคลุม เสมอภาค โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ผ่านแพลตฟอร์มที่เปิดให้เข้าถึงได้โดยทั่วไปถึง และความมุ่งมั่นของไทยในการทำงานร่วมกับสหประชาชาติและประเทศสมาชิกเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาผ่านการพลิกโฉมการศึกษา
” พล.อ.ประวิตรกล่าว

ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่:
20 กันยายน 2565