โลกเปลี่ยน ไทยต้องปรับ ทางเลือกใหม่ของการเมืองไทย ก้าวข้ามความขัดแย้ง สานพลังประชาราษฎร์ ร่วมสร้างชาติให้ยั่งยืน

วัน: 30 ตุลาคม 2023

“กระแสร์ สส.หนองคาย” วอน แรงงานชาวอีสานในอิสราเอลกลับบ้านโดยเร็วที่สุด เพื่อความปลอดภัย เผย ยินดีช่วยประสานงานส่งชื่อให้ รบ.ดูแล

,

“กระแสร์ สส.หนองคาย” วอน แรงงานชาวอีสานในอิสราเอลกลับบ้านโดยเร็วที่สุด เพื่อความปลอดภัย เผย ยินดีช่วยประสานงานส่งชื่อให้ รบ.ดูแล

นายกระแสร์ ตระกูลพรพงศ์ สส.หนองคาย เขต 1 พรรคพลังประชารัฐ กล่าถึงสถานการณ์สงครามในประเทศอิสราเอลว่า ในช่วงก่อนหน้านี้ ตนได้รับรายงานว่ามีชาวหนองคาย ตำบลเหล่าต่างคำ เดินทางไปทำงานในประเทศอิสราเอล เบื้องต้นมีจำนวน 18 ราย ซึ่งในจำนวนนี้ครอบครัวสามารถติดต่อได้แล้ว และตนได้นำรายชื่อทั้ง 18 ราย ส่งต่อให้กับทางกระทรวงแรงงาน และกระทรวงต่างประเทศเป็นที่เรียบร้อย

นายกระแสร์ กล่าวต่อว่า ในตอนนี้ทางการอิสราเอลได้เพิ่มปฏิบัติการภาคพื้นดินในบริเวณฉนวนกาซาอย่างเข้มข้นขึ้น ซึ่งน่าจะส่งผลให้สถานการณ์สู้รบรุนแรงยิ่งขึ้น และเป็นอันตรายต่อชีวิตและความปลอดภัยของชาวไทยในอิสราเอล ผมจึงขอให้พี่น้องชาวหนองคายที่มีญาติทำงานในประเทศอิสราเอล ช่วยแจ้งให้พี่น้องแรงงานที่ยังอยู่ในอิสราเอล เปลี่ยนใจกลับมาโดยเร็วที่สุด เพราะหากยังอยู่ที่อิสราเอลอาจจะมีเกิดอันตราย จึงอยากขอร้องให้คนไทยกลับมาก่อน และรัฐบาลพร้อมจะช่วยเหลืออย่างเต็มที่

“สำหรับแรงงานไทยทุกคนไม่ใช่เฉพาะจังหนองคาย หากใครประสงค์จะเดินทางกลับ สามารถแจ้งผ่านมาทางเพจผมได้เลย ผมจะรวบรวมรายชื่อและนำเรียนส่งทางรัฐบาลต่อไปครับ หรือท่านสามารถแจ้งสถานทูตฯ หรือเดินทางมายังศูนย์พักพิงได้ที่: รร. David InterContinental, Kaufmann Street 12, Tel Aviv- Yafo, 61501 กลับบ้านเราก่อนครับ เพื่อความปลอดภัยของทุกคน”

ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่: 30 ตุลาคม 2566

“สัมพันธ์” ประธาน กมธ.แก้ปัญหาหนี้สินฯ เผย ประสาน ก.คลัง ออกระเบียบตาม พรบ.กองทุนฯฉบับใหม่ เร่งช่วยเหลือลูกหนี้ หลังยังถูกบังคับให้ชำระหนี้ในมูลหนี้เดิม

,

“สัมพันธ์” ประธาน กมธ.แก้ปัญหาหนี้สินฯ เผย ประสาน ก.คลัง ออกระเบียบตาม พรบ.กองทุนฯฉบับใหม่ เร่งช่วยเหลือลูกหนี้ หลังยังถูกบังคับให้ชำระหนี้ในมูลหนี้เดิม

นายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ สส.นราธิวาส เขต 3 พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการแก้ปัญหาหนี้สินความยากจน และลดความเหลื่อมล้ำ สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยถึงคืบหน้าสำหรับการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่เป็นลูกหนี้ของกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือ กยศ.ว่า ที่ประชุมคณะกรรมาธิการแก้ปัญหาหนี้สินความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำ
ได้มีการเชิญผู้จัดการ กยศ.มาให้ข้อมูลต่อคณะกรรมาธิการ

โดยทางคณะกรรมาธิการได้มีข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการใช้บังคับพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2566 โดยเห็นว่า พระราชบัญญัติดังกล่าว มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม 2566 แต่ปัจจุบันยังไม่ได้มีการออกข้อบังคับ ระเบียบ ประกาศ หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขตามพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ. 2560 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2566 เช่น การปรับโครงสร้างหนี้ และการคำนวณยอดหนี้ใหม่ทั้งอัตราดอกเบี้ย เบี้ยปรับ และลำดับการตัดชำระหนี้

“ทำให้ลูกหนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาจำนวนมากได้รับความเดือดร้อน โดยยังคงถูกทวงถามและบังคับคดีให้ชำระหนี้ในมูลหนี้เดิม ทางกรรมาธิการฯ จึงขอความอนุเคราะห์ทางกระทรวงการคลังได้เร่งพิจารณาเร่งดำเนินการออกข้อบังคับฯ ให้เป็นไปตาม พรบ.ดังกล่าว เพื่อเป็นการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ลูกหนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา”

ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่: 30 ตุลาคม 2566

“สันติ” รมช.สธ.กำชับหน่วยบริการสาธารณสุขจ.เพชรบูรณ์ “เตรียมพร้อมบริการการแพทย์ฉุกเฉินรับฤดูกาลท่องเที่ยว”

,

“สันติ” รมช.สธ.กำชับหน่วยบริการสาธารณสุขจ.เพชรบูรณ์
“เตรียมพร้อมบริการการแพทย์ฉุกเฉินรับฤดูกาลท่องเที่ยว”

วันที่ 29 ตุลาคม 2566 นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ติดตามการดำเนินงานห้องฉุกเฉินคุณภาพ หน่วยบริการฟอกไต พร้อมมอบของเยี่ยมไข้ผู้ป่วยที่รับการรักษาในโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชหล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ โดยมีเจ้าหน้าที่สาธารณสุข และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในพื้นที่ จ.เพชรบูรณ์ ให้การต้อนรับ
นายสันติ กล่าวว่า ได้กำชับให้หน่วยบริการสาธารณสุขในพื้นที่เตรียมความพร้อมในการดูแลสุขภาพประชาชนโดยเฉพาะในช่วงใกล้จะเข้าสู่ฤดูหนาวที่ประชาชนจะเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงของอากาศและโรคต่างๆที่อาจแพร่ระบาดได้มากขึ้น ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ ปอดบวม เป็นต้น ดังนั้นจำเป็นต้องมีการบูรณาการกับเครือข่ายในพื้นที่เพื่อจัดระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉิน รองรับให้เพียงพอกับนักท่องเที่ยวที่จะมาเยือน จ.เพชรบูรณ์ที่คาดว่าจะปริมาณเพิ่มขึ้นในช่วงฤดูหนาวนี้
“ ฤดูหนาวของทุกปีเป็นช่วงที่ประชาชนนิยมเดินทางไปท่องเที่ยวในพื้นที่ภูเขาหรือยอดดอยมากขึ้น และ จ.เพชรบูรณ์เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่สำคัญ เนื่องจากมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติเป็นจำนวนมาก จึงได้กำชับให้หน่วยบริการสาธารณสุขในพื้นที่เตรียมพร้อมดูแลประชาชนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวอย่างเข้มข้น”นายสันติกล่าว
สำหรับโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชหล่มเก่าเป็นโรงพยาบาลชุมชนขนาด 90 เตียง ดูแลประชากรในพื้นที่ ประมาณ 54,000 คน ได้เตรียมการตามนโยบายนักท่องเที่ยวปลอดภัยของกระทรวงสาธารณสุข เนื่องจากอยู่ในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญของประเทศ โดยมีระบบห้องฉุกเฉินคุณภาพ Smart EMS ที่ได้รับการรับรองเป็นอำเภอที่ดำเนินการป้องกันการบาดเจ็บทางจราจรทางถนน (D-RTI) ระดับดีเยี่ยม (Advance) มีการนำเทคโนโลยีมาใช้ในระบบบริการ พร้อมแพทย์ พยาบาล นักเวชปฏิบัติฉุกเฉิน ประจำตลอด 24 ชั่วโมง มีระบบคัดแยกผู้ป่วยทำให้ได้รับการตรวจรักษาอย่างรวดเร็วตามลำดับความเร่งด่วน และยังมีช่องทางด่วน (Fast Track) ในกลุ่มโรคที่มีความเสี่ยงสูง เช่น โรคหลอดเลือดสมอง โดยมีโรงพยาบาลหล่มสัก และโรงพยาบาลเพชรบูรณ์ เป็นเครือข่ายในระบบส่งรักษาต่อ ทำให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลรักษาอย่างไร้รอยต่อ

ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่: 30 ตุลาคม 2566