โลกเปลี่ยน ไทยต้องปรับ ทางเลือกใหม่ของการเมืองไทย ก้าวข้ามความขัดแย้ง สานพลังประชาราษฎร์ ร่วมสร้างชาติให้ยั่งยืน

หมวดหมู่: กิจกรรม ดร. สัณหพจน์ สุขศรีเมือง

“ส.ส. สัณหพจน์” ร่วมประชุมอนุกรรมาธิการ แก้ปัญหาน้ำมันพืชจากปาล์มปรับขึ้นราคา

,

“ส.ส. สัณหพจน์” ร่วมประชุมอนุกรรมาธิการ แก้ปัญหาน้ำมันพืชจากปาล์มปรับขึ้นราคา

ดร.สัณหพจน์ สุขศรีเมือง ส.ส.นครศรีธรรมราช เขต 2 พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาโครงสร้างราคาการตรวจสอบการลักลอบการนำเข้าน้ำมันปาล์ม และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการ บริหารจัดการปาล์มน้ำมันอย่างเป็นระบบ สภาผู้แทนราษฎร (กมธ.ปาล์มน้ำมัน) เข้าร่วมประชุม อนุกมธ. เมื่อวันที่ 18 ม.ค. 2565 โดยมีความห่วงใยถึงราคาน้ำมันปาล์มขวดที่เพิ่มสูงขึ้น โดยบางพื้นที่มีราคาขายขวดละ 60 บาท จากราคาตลาดที่ไม่ควรเกินขวดละ 58 บาท ซึ่งราคาดังกล่าวส่งผลกระทบต่อประชาชนผู้บริโภคเป็นอย่างมาก

“หวังว่ากรมการค้าภายใน จะชี้แจงถึงสาเหตุราคาน้ำมันปาล์มดิบในแต่ละพื้นที่ซึ่งไม่เท่ากัน จนเป็นสาเหตุให้มีการใช้ราคาอ้างอิงดังกล่าว ปรับขึ้นราคาน้ำมันปาล์มขวดเกินกว่า 60 บาท และการใช้หลักเกณฑ์ในการควบคุมราคา หรือตรึงราคาน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) ดังกล่าว”

ทั้งนี้ ยังได้ขอให้มีการตรวจสอบการลักลอบนำเข้าน้ำมันปาล์มอย่างเข้มงวด จากสาเหตุที่ราคาน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) ของประเทศมาเลเซีย-ไทย มีส่วนต่างที่เกินกว่า 8 บาท ซึ่งอาจเป็นเหตุจูงใจให้มีการลักลอบนำเข้ามาขายในประเทศเพิ่มมากขึ้น

#สัณหพจน์สุขศรีเมือง
#สสนครศรีธรรมราช
#พปชร
#พรรคพลังประชารัฐ
#https://pprp.or.th/
#https://twitter.com/pr_pprpthailand
#https://www.blockdit.com/pprp

ที่มา : facebook.com/PPRPThailand/
เมื่อวันที่ : 26 มกราคม 2565

“สัณหพจน์” เดินหน้าแก้ปัญหาสาธารณูปโภค มอบของขวัญปีใหม่ “คนลุ่มน้ำปากพนัง

,

“สัณหพจน์” เดินหน้าแก้ปัญหาสาธารณูปโภค มอบของขวัญปีใหม่ “คนลุ่มน้ำปากพนัง”

ส.ส.พปชร.เขต 2 จ.นครศรีฯ ตั้งกระทู้ถามแยกเฉพาะ เร่งแก้ปัญหาระบบสาธารณูปโภคพื้นที่ “ลุ่มน้ำปากพนัง 3 อำเภอ ขอบคุณ ก.มหาดไทย อนุมัติงบประมาณซ่อมแซมถนนชำรุด จัดการระบบน้ำประปาเพื่ออุปโภค-บริโภค หวังเป็นของขวัญปีใหม่ 2565 ให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่

ดร.สัณหพจน์ สุขศรีเมือง ส.ส.เขต2 จ.นครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เปิดเผยภายหลังการตั้งกระทู้ถามแยกเฉพาะ กระทรวงมหาดไทย โดยมี นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้ตอบกระทู้ ว่า ปัจจบันพี่น้องประชาชนในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง 3 อำเภอ ได้แก่ อ.เชียรใหญ่ อ.หัวไทร และอ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ยังคงประสบความเดือดร้อนเรื่องของระบบสาธารณูปโภค โดยตนได้เร่งติดตามแก้ไขปัญหาดังกล่าวมาอย่างเต็มที่

ล่าสุดระบบสาธารณูโภค บางส่วนที่เป็นปัญหาได้รับการพิจารณาแก้ไขแล้ว ได้แก่ 1.โครงการซ่อมแซมถนน ในพื้นที่บ้านค้อแดง ม.9 ต.เขาพระบาท อ.เชียรใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นถนนเส้นทางหลักและเส้นทางเดียวของหมู่บ้าน ระยะทางประมาณ 5.6 กม. มีสภาพชำรุดเป็นหลุมเป็นบ่อ ทำให้การสัญจรไปมาไม่สะดวกปลอดภัย และส่งผลต่อปัญหาสุขภาพของประชาชนที่ใช้เส้นทาง

กรณีดังกล่าวกระทรวงมหาดไทย ได้อนุมัติงบประมาณการปรับปรุงถนนในเบื้องต้น 3 กม.จำนวนงบประมาณ 7.9 ล้านบาท โดยจะเริ่มดำเนินการตามกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง และดำเนินการให้แล้วเสร็จในระยะเวลา 180 วัน

2.ปัญหาระบบน้ำประปาเพื่อใช้อุปโภค-บริโภค พื้นที่ม.7 และม.14 ต.คลองน้อย อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช จำนวน 149 ครัวเรือน แม้จะมีการแก้ไขปัญหาโดยการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) ได้ให้ประชาชนต่อใช้น้ำแล้ว แต่ยังคงประสบปัญหาท่อประปารั่ว หลุด ซึม ทำให้ประชาชนต้องจ่ายค่าน้ำประปาในอัตราก้าวหน้า โดยต้องมีการจ่ายค่าน้ำประปาหารเฉลี่ยกันระหว่างผู้ใช้น้ำเป็นเงินกว่า 2,000-4,000 บาท/เดือน/ครัวเรือน ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายจำนวนมากสำหรับพี่น้องประชาชนซึ่งมีอาชีพหลักทำเกษตรกรรมและประมงพื้นบ้าน

ทั้งนี้ในส่วนของน้ำประปาได้แบ่งการดูแลออกเป็น 2 ส่วน ส่วนที่ 1 อยู่ในความรับผิดชอบดูแลขององค์การปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และส่วนที่ 2 เป็นความรับผิดชอบของการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) ซึ่งพื้นที่ต.คลองน้อย เป็นพื้นที่รับผิดชอบของ อปท.ต.คลองน้อย ซึ่งได้รับงบประมาณเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 39,065,000 บาท โดยจะเริ่มดำเนินการปรับปรุงระบบประปาในเดือนกุมภาพันธ์ 2565 กำหนดแล้วเสร็จในเดือนกันยายน 2565

ขณะที่ในส่วนของพี่น้องประชาชนพื้นที่ ม.12 ต.คลองน้อย อ.ปากพนัง จ.นครศรีฯ ซึ่งได้รับความเดือดร้อนจากกรณีเดียวกันนั้น เนื่องจากพื้นที่อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของ อปท. ในการดำเนินการขออนุญาตการใช้พื้นที่เพื่อปรับปรุงระบบน้ำประปา โดยตนจะติดตามความคืบหน้าดังกล่าวต่อไป

“ตนขอเป็นตัวแทนพี่น้องประชาชนในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง ขอขอบคุณ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ได้ช่วยเหลือแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนดังกล่าว ซึ่งถือเป็นของขวัญปีใหม่ปี 2565 ให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ได้เข้าถึงระบบสาธารณูปโภคที่เป็นส่วนสำคัญของชีวิตประจำวัน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้น” ดร.สัณหพจน์ กล่าว

อย่างไรก็ตามสำหรับกรณีปัญหาความเดือดร้อนอื่นๆ ซึ่งพี่น้องประชาชนพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังได้รับนั้น ขณะนี้ตนได้เร่งดำเนินการแก้ไข และประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและรับผิดชอบอย่างเต็มที่ เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุด “จะตอบแทนพี่น้องด้วยผลงาน”

#พลังประชารัฐ
#พปชร
#https://pprp.or.th/

ที่มา : facebook.com/PPRPThailand/
เมื่อวันที่ : 24 ธันวาคม 2564

“ส.ส. สัณหพจน์” ร่วมตรวจโรงงานน้ำมันปาล์มติดตั้งมิเตอร์รับน้ำมันปาล์มเข้าระบบ

,

“ส.ส. สัณหพจน์” ร่วมตรวจโรงงานน้ำมันปาล์มติดตั้งมิเตอร์รับน้ำมันปาล์มเข้าระบบ”

สกัดลักลอบนำเข้าจากต่างประเทศ มุ่งช่วยเกษตรสวนปาล์มรักษาระดับราคายั่งยืน

ส.ส. พปชร.จ.นครศรีฯ ลงพื้นที่โรงงานน้ำมันปาล์ม ปทุมธานี ตรวจสอบการติดตั้งมิเตอร์วัดน้ำมันปาล์ม ครั้งแรกในไทย หวังช่วยป้องกันการลักลอบสต็อกน้ำมันปาล์มจากต่างประเทศ พร้อมเสนอตั้งสต็อกน้ำมันปาล์มกลางของรัฐ ช่วยชาวสวนปาล์มให้มีรายได้จากปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืน

ดร. สัณหพจน์ สุขศรีเมือง ส.ส.นครศรีธรรมราช เขต 2 พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาโครงสร้างราคาการตรวจสอบการลักลอบการนำเข้าน้ำมันปาล์ม และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการ บริหารจัดการปาล์มน้ำมันอย่างเป็นระบบ สภาผู้แทนราษฎร (กมธ.ปาล์มน้ำมัน) ลงพื้นที่ตรวจสอบการติดตั้งเครื่องวัดปริมาณน้ำมันปาล์ม ประเภทถังจัดเก็บน้ำมันปาล์ม เป็นครั้งแรกของประเทศไทย ตามแผนงานของกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ณ บริษัท น้ำมันพืชปทุม จำกัด ต.คูบางหลวง อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี

ดร. สัณหพจน์ กล่าวว่า การติดตั้งเครื่องวัดปริมาณน้ำมันปาล์ม (มิเตอร์วัดปริมาณน้ำมันปาล์ม) เพื่อบริหารจัดการและควบคุมสต็อกน้ำมันปาล์ม ไม่ให้เกิดการลักลอบการนำเข้าน้ำมันปาล์มจากต่างประเทศ มาสต็อกไว้ภายในโรงงานต่างๆ ช่วยให้เกษตรกร สามารถขายปาล์มน้ำดิบ ได้ในราคาคงที่ และสามารถสร้างรายได้ได้อย่างยั่งยืน

สำหรับแผนการติดตั้งมิเตอร์วัดปริมาณน้ำมันปาล์มดังกล่าว ตามรายงานของกรมการค้าภายใน จำนวน 109 โรงงาน 469 ถัง ซึ่งยังพบว่า มีบางโรงงานไม่ได้ติดตั้งมิเตอร์วัดปริมาณทั้งหมด ตัวอย่างเช่น บางโรงงานมี 49 ถัง แต่ติดตั้งมิเตอร์เพียง 44 ถัง และเหลือขนาดถังมีความจุมากถึง 1.5 ล้านลิตร จำนวนประมาณ 5 ถัง ซึ่งหากมีการลักลอบสต็อกสำรองน้ำมันปาล์มจากต่างประเทศ จะสร้างความเสียหายให้กับระบบโครงสร้างราคาน้ำมันปาล์มและปาล์มน้ำมัน รวมถึงระบบเศรษฐกิจของประเทศอย่างมาก

ล่าสุด คณะกมธ.น้ำมันปาล์ม ได้ตั้งข้อสังเกตถึงกรณีดังกล่าวต่อกรมการค้าภายใน ในการประชุมหารือร่วมกัน และขอให้ตรวจสอบการติดตั้งมิเตอร์วัดปริมาณน้ำมันปาล์มในทุกโรงงานอย่างเคร่งครัดและต่อเนื่อง รวมทั้งวิธีการตรวจสอบถังบรรจุที่มีปริมาณน้อยกว่า 1,100 ลิตร ซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมากในแต่ละโรงงาน ที่ไม่ได้มีการติดตั้งมิเตอร์เรียลไทม์ (การติดตั้งมิเตอร์เรียลไทม์จะใช้เฉพาะถังที่มีความจุเกิน 1,100 ลิตรขี้นไปเท่านั้น)

“สาเหตุที่ต้องมีการติดตั้งมิเตอร์วัดปริมาณน้ำมันแบบเรียลไทม์ เพื่อเป็นการตรวจสอบปริมาณน้ำมันในถังจัดเก็บทุกถัง ในทุกโรงงาน ซึ่งข้อมูลเรียลไทม์ดังกล่าวจะถูกอัพเดตในระบบของกรมการค้าภายใน ช่วยให้สามารถตรวจสอบปริมาณน้ำมันปาล์มในสต็อกได้ตลอดเวลา และควรเปิดเผยข้อมูลให้เกษตรกร และประชาชนรับทราบเป็นรายวัน ผ่านทางเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ โดยไม่มีข้ออ้างว่าเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถเปิดเผยได้ เนื่องจากตลอดเวลาที่ผ่านมาอธิบดีกรมการค้าภายใน ไม่เคยมาชี้แจงข้อมูลด้วยตนเอง ต่อกมธ.แม้แต่ครั้งเดียว มีแต่ส่งตัวแทนเข้าชี้แจงและไม่สามารถตอบคำถามในประเด็นสำคัญได้” ดร.สัณหพจน์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ตนขอเสนอแนวคิดการจัดตั้งสต็อกน้ำมันปาล์มกลางของรัฐบาล ในความดูแลของกรมการค้าภายใน เพื่อตัดขั้นตอนการสต็อกน้ำมันปาล์มในมือนายทุน ทำให้ระบบการบริหารจัดการน้ำมันปาล์มทั้งระบบมีเสถียรภาพมากขึ้น ช่วยให้เกษตรกรและะชาวสวนปาล์มน้ำมัน มีรายได้อย่างยั่งยืน

#ดรสัณหพจน์สุขศรีเมือง
#สสนครศรีธรรมราช
#พลังประชารัฐ
#พปชร

ที่มา : facebook.com/PPRPThailand/
เมื่อวันที่ : 6 ธันวาคม 2564

“สัณหพจน์” เสนอ สธ. เร่งจัดเครื่องมือแพทย์เสริม รพ.ปากพนัง

,

“สัณหพจน์” เสนอ สธ. เร่งจัดเครื่องมือแพทย์เสริม รพ.ปากพนัง บริการประชาชนลุ่มน้ำปากพนัง

สัปดาห์หน้าสร้างเสร็จแล้ว! ส.ส.พปชร. เขต 2 นครศรีฯ เสนอ สธ. เร่งจัดเครื่องมือแพทย์เสริม รพ.ปากพนัง เติมเต็มศักยภาพการรักษาประชาชนในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง 3 อำเภอ จ.นครศรีฯ พร้อมรณรงค์ฉีดวัคซีนโควิด-19ในประชาชนที่ยังไม่ได้รับวัคซีน

ดร.สัณหพจน์ สุขศรีเมือง ส.ส.เขต 2 จ.นครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า ในวันที่ 28 พฤศจิกายน 2564 ที่จะถึงนี้ โรงพยาบาลปากพนัง จะแล้วเสร็จตามสัญญาของผู้รับเหมารายใหม่ ภายหลังจากการก่อสร้างมากกว่า 10 ปี เพิ่งจะแล้วเสร็จ

ทั้งนี้เมื่อ รพ.ปากพนังเสร็จสมบูรณ์ พี่น้องประชาชนต่างหวังว่า รพ.ปากพนังจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนพี่น้องประชาชนในพื้นที่ 3 อำเภอ ลุ่มน้ำปากพนัง ประกอบด้วย อ.ปากพนัง (97,649 คน) อ.เชียรใหญ่ (42,139 คน) และอ.หัวไทร (63,641 คน) รวมประชากรประมาณ 203,429 คน (ข้อมูลประชากรปี 2563) ได้เข้าถึงบริการสาธารณสุขในพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ต้องเดินทางไปยังโรงพยาบาลในพื้นที่ อ.เมือง ซึ่งอยู่ห่างไกลหลายสิบกิโลเมตร
แต่อย่างไรก็ตาม ล่าสุดจากการที่ตนได้ร่วมรับมอบรถตู้เอนกประสงค์และห้องความดันลบให้กับ รพ.ปากพนัง ซึ่งบริจาคโดยนายเฉลิมชัย ครุอำโพธิ์ และมี นพ.สมเกียรติ วรยุทธการ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลปากพนังเป็นผู้รับมอบ จึงพบว่าแม้ รพ.ปากพนังจะสร้างเสร็จสมบูรณ์แล้ว แต่ยังคงขาดอุปกรณ์เครื่องมือทางการแพทย์อีกเป็นจำนวนมาก

“แม้ รพ.ปากพนังจะสร้างเสร็จในวันที่ 28 พ.ย.64 ที่จะถึงนี้ แต่พบว่ายังคงขาดเครื่องมือและอุปกรณ์อีกจำนวนมาก เช่น เครื่องเอกซเรย์ เครื่องมือผ่าตัด (ห้องผ่าตัดจำนวน 4 ห้อง) และอื่นๆ ที่จะรองรับการให้บริการประชาชนในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

“ดังนั้นตนจึงอยากเสนอขอความช่วยเหลือไปยัง กระทรวงสาธารณสุข เนื่องจากที่ผ่านมา รมช.สธ.ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมความคืบหน้าการก่อสร้าง รพ.ปากพนัง เพื่อเร่งจัดหาเครื่องไม้เครื่องมือเป็นจำนวนมาก สนับสนุนการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์อย่างเต็มที่ในการดูแลพี่น้องประชาชนพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง” ดร.สัณหพจน์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของประชาชนในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังนั้น ตนอยากขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนที่ยังไม่ได้รับวัคซีนสามารถติดต่อขอเข้ารับวัคซีนจาก รพ.ในพื้นที่ใกล้เคียงโดยเร่งด่วน เพื่อบรรลุเป้าหมายการรับวัคซีนในพื้นที่ให้ได้ 70% ของจำนวนประชากร เตรียมพร้อมรับการเปิดการท่องเที่ยว อ.ปากพนัง ตามแผนการเปิดการท่องเที่ยวของจังหวัด ในระยะที่ 2 วันที่ 16 ธ.ค.64

ที่สำคัญ การฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ดังกล่าวยังช่วยให้พี่น้องประชาชน สามารถป้องกันการเกิดอาการป่วยหนักและเสียชีวิตจากโควิด-19 หากมีการติดเชื้อได้

ล่าสุดทาง รพ.ปากพนัง ได้จัดการรณรงค์ฉีดวัคซีนโควิด-19 โดยทุก 500 คนที่เข้ารับการฉีดวัคซีน จะได้รับสิทธิร่วมชิงรางวัลเครื่องใช้ไฟฟ้า 1 ชิ้นทันที

ที่มา : facebook.com/PPRPThailand/
เมื่อวันที่ : 21 พฤศจิกายน 2564