โลกเปลี่ยน ไทยต้องปรับ ทางเลือกใหม่ของการเมืองไทย ก้าวข้ามความขัดแย้ง สานพลังประชาราษฎร์ ร่วมสร้างชาติให้ยั่งยืน

หมวดหมู่: ข่าวประชาสัมพันธ์

“พล.อ.ประวิตร” ประกาศรับรอง 15 เมืองอัจฉริยะไทยแลนด์ พร้อมดัน 7 เมืองขึ้นชั้นอัจฉริยะอาเซียนหนุนเศรษฐกิจดิจิทัล

“พล.อ.ประวิตร” ประกาศรับรอง 15 เมืองอัจฉริยะไทยแลนด์
พร้อมดัน 7 เมืองขึ้นชั้นอัจฉริยะอาเซียนหนุนเศรษฐกิจดิจิทัล

9 พฤศจิกายน 2565 พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ โดยมี นายเนวินธุ์ ช่อชัยทิพฐ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า และผู้แทนจากสำนักงานเมืองอัจฉริยะประเทศไทย รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม อาทิ สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) สำนักงบประมาณ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ณ มูลนิธิป่ารอยต่อ 5 จังหวัด และผ่านระบบออนไลน์

ทั้งนี้ที่ประชุมได้รับทราบผลการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนและบริหารโครงการเมืองอัจฉริยะที่มี นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ เป็นประธาน โดยเฉพาะประเด็นการมอบตราสัญลักษณ์เพื่อรับรองการเป็นพื้นที่เมืองอัจฉริยะ 15 พื้นที่ใน 14 จังหวัด ประกอบด้วย
1) นครระยอง เมืองอัจฉริยะและน่าอยู่ จังหวัดระยอง
2) คันทรงโมเดล เมืองแห่งความสุขที่พึงประสงค์และสังคมแห่งการแบ่งปัน จังหวัดชลบุรี
3) เมืองอัจฉริยะจังหวัดพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก
4) โครงการพิษณุโลกนครอัจฉริยะอย่างยั่งยืน จังหวัดพิษณุโลก
5) นครเชียงรายสู่เมืองอัจฉริยะ จังหวัดเชียงราย
6) เมืองน่านสู่เมืองอัจฉริยะ จังหวัดน่าน
7) โคราชเมืองอัจฉริยะ จังหวัดนครราชสีมา
8) Smart City อุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี
9) กระบี่เมืองอัจฉริยะ จังหวัดกระบี่
10) จังหวัดพังงาสู่เมืองอัจฉริยะ จังหวัดพังงา
11) Satun Smart City จังหวัดสตูล
12) พัฒนาเทศบาลนครเกาะสมุย สู่เมืองอัจฉริยะอย่างยั่งยืน จังหวัดสุราษฎร์ธานี
13) หาดใหญ่เมืองอัจฉริยะสีเขียว จังหวัดสงขลา
14) ปัตตานีเมืองอัจฉริยะ จังหวัดปัตตานี
15) เมืองสิ่งแวดล้อมสร้างสรรค์นราธิวาส จังหวัดนราธิวาส

อย่างไรก็ตามการประกาศดังกล่าว ปัจจุบันส่งผลให้ประเทศไทยมีพื้นที่ที่ได้รับการรับรองเป็นเมืองอัจฉริยะรวม 30 พื้นที่ใน 23 จังหวัดแล้ว ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนได้มากกว่า 20 ล้านคน ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวจะได้รับการส่งเสริมการลงทุนสำหรับกิจการพัฒนาพื้นที่เมืองอัจฉริยะ และกิจการพัฒนาระบบเมืองอัจฉริยะจากบีโอไอ โดยทั้ง 15 เมืองอัจฉริยะประเทศไทยใหม่ในครั้งนี้ จะช่วยให้เกิดการลงทุนจากภาคเอกชนมูลค่ารวมกว่า 20,000 ล้านบาทและพัฒนาสู่การเป็นเมืองอัจฉริยะต่อไปในอนาคต

ทั้งนี้ ที่ประชุมยังได้พิจารณาการเสนอเมืองเข้าร่วมเป็นสมาชิกเครือข่ายเมืองอัจฉริยะอาเซียน (ASEAN Smart Cities Network: ASCN) เพิ่มเติม ประกอบด้วย เชียงใหม่ ขอนแก่น ระยอง และฉะเชิงเทรา ซึ่งเดิมมีเมืองที่เข้าร่วมแล้วคือ กรุงเทพฯ ชลบุรี และภูเก็ต ซึ่งทั้ง 7 เมืองนับเป็นเป้าหมายการพัฒนาเมืองอัจฉริยะของรัฐบาล

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังรับทราบผลการจัดกิจกรรมสานต่อความร่วมมือระดับภูมิภาคผ่านเครือข่ายเมืองอัจฉริยะอาเซียน (ASEAN Smart Cities Network: ASCN) ผลการดำเนินกิจกรรมสนับสนุนการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะในปี 2565 ผ่านกิจกรรมการพัฒนากำลังคนด้านการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ อาทิ โครงการนักส่งเสริมดิจิทัลพัฒนาเมืองรุ่นใหม่ (Smart City Ambassadors) รุ่นที่ 2 ซึ่งเป็นโครงการพัฒนากำลังคนดิจิทัลรุ่นใหม่ ควบคู่ไปกับการยกระดับทักษะด้านดิจิทัลให้กับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น กิจกรรมส่งเสริมและสร้างความตระหนัก อาทิ การจัดประกวด The Smart City Solution Awards 2022 เพื่อมอบรางวัลแก่ผู้ที่นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้เพื่อการบริการภาคประชาชน และการจัดนิทรรศการ Smart City Expo 2022 ที่จะมีขึ้น ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน – 2 ธันวาคม 2565
พลเอกประวิตร กล่าว่า ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลผ่านการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ ซึ่งถือเป็นการขับเคลื่อนประเทศไทย 4.0 ตามแนวทางที่แผนยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปีได้วางไว้ โดยการประชุมในวันนี้เพื่อรับทราบผลการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นการประกาศมอบตราสัญลักษณ์เมืองอัจฉริยะประเทศไทย ประจำปี 2565 กิจกรรมการพัฒนากำลังคนด้านเมืองอัจฉริยะ การสร้างกลไกการส่งเสริมเมืองอัจฉริยะอย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงการพิจารณาเพิ่มเมืองเพื่อเป็นสมาชิกเครือข่ายเมืองอัจฉริยะอาเซียน ทั้งนี้ ขอให้ทุกภาคบูรณาการการทำงาน เพื่อขับเคลื่อนเมืองอัจฉริยะของประเทศ เนื่องจากเป็นวาระแห่งชาติ และจะนำไปสู่ความอยู่ดีมีสุขของภาคประชาชน ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 โดยเฉพาะหมุดหมายที่ 8 ไทยมีพื้นที่และเมืองอัจฉริยะที่น่าอยู่ ปลอดภัย เติบโตได้อย่างยั่งยืน


ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่: 9 พฤศจิกายน 2565

“พัชรินทร์” กางสถิติอัตรารอดชีวิตจากเหตุหยุดหายใจเฉียบพลัน ไทยรอดเพียง 2% เทียบไม่ติดยุโรป 60% ขอฝ่ายบริหาร รับข้อเสนอ บรรจุ CPR ในหลักสูตรการศึกษา

“พัชรินทร์” กางสถิติอัตรารอดชีวิตจากเหตุหยุดหายใจเฉียบพลัน ไทยรอดเพียง 2% เทียบไม่ติดยุโรป 60% ขอฝ่ายบริหาร รับข้อเสนอ บรรจุ CPR ในหลักสูตรการศึกษา

ดร.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ส.ส.กทม.เขต2 พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะกรรมาธิการการสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงโครงการอบรม ให้ความรู้ CPR และการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ภายในสถานศึกษา ซึ่งตนพยายามผลักดันมาตลอด ตั้งแต่ปีแรกของการเป็น ส.ส. ให้เกิดการเรียนรู้เรื่อง CPR และการปฐมพยาบาลเบื้องต้น เชิงปฏิบัติในหลักสูตรการศึกษาของไทยเรา ให้เด็กได้เข้าใจและสามารถปฏิบัติได้จริง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ ไม่ได้เป็นเรื่องยาก ไม่ได้ใช้งบประมาณมาก หน่วยงานที่พร้อมจะช่วยกันมีอยู่แล้ว เพียงแต่ฝ่ายบริหาร ต้องเปิดกว้าง ที่จะรับข้อเสนอแนะนี้ไปผลักดันให้เกิดขึ้นจริง และหวังว่า ฝ่ายบริหารจะได้เล็งเห็นความสำคัญในเรื่องนี้ เพื่อประโยชน์ของพวกเราทุกคน ชีวิตทุกชีวิตมีคุณค่า เพียงเรารักษาได้ 1 ชีวิต ก็คุ้มค่าที่สุดแล้ว

“สองมือเหมือนกัน แต่ช่วยคนได้ไม่เหมือนกัน เพียงเพราะขาดองค์ความรู้ในการช่วยชีวิต #คนไทยต้องCPRเป็น” ดร.พัชรินทร์ กล่าวย้ำ

ดร.พัชรินทร์ ยังได้ เปรียบเทียบให้เห็นถึงอัตราการรอดชีวิต เมื่อเกิดเหตุการหยุดหายใจเฉียบพลันโดยประมาณ ในต่างประเทศ กับไทย อย่างประเทศทางยุโรป อัตรารอด 60% ประเทศญี่ปุ่น อัตราการรอด 40% ขณะที่ไทย เรามีอัตราการรอดชีวิตเพียง 2% เท่านั้น เท่ากับว่า เมื่อเกิดเหตุ ถ้าอยู่ๆ เราล้มตึงไปกลางถนน เรามีโอกาสรอดชีวิตเพียง 2% เพราะมีคนที่จะสามารถช่วย CPR ในประเทศไทย ยังไม่มากพอ แตกต่างกับในต่างประเทศ จะมีการสอนให้ความรู้ทั้งในทฤษฎี และปฏิบัติ กับเด็กๆ เยาวชน ตั้งแต่ในโรงเรียน เป็นความรู้พื้นฐาน แต่สำหรับของไทยเรา อาจมีการสอนในเรื่องการปฐมพยาบาลบ้าง แต่อาจยังไม่ทั่วถึง รวมทั้งการสอนภาคปฏิบัติ ให้เด็กมีความรู้ความเข้าใจอย่างถูกต้อง ไม่สมบูรณ์นัก

#คนไทยต้องCPRเป็น


ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่: 9 พฤศจิกายน 2565

“รมช.สันติ”เผย คลังเตรียมงบเยียวยาน้ำท่วม วงเงิน 7 พันล้านบาท เร่งช่วยเหลือปชช.ประสบภัยธรรมชาติ

“รมช.สันติ”เผย คลังเตรียมงบเยียวยาน้ำท่วม วงเงิน 7 พันล้านบาท เร่งช่วยเหลือปชช.ประสบภัยธรรมชาติ

เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2565 นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติมาตรการเยียวยาประชาชนที่โดนผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วม วงเงินรวม 7 พันล้านบาท โดยใช้งบประมาณกลางฉุกเฉินออกมาดูแลประชาชน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้ เนื่องจากช่วงที่ประสบปัญหาน้ำท่วมนั้น ส่งผลให้ประชาชนเสียโอกาสในการประกอบอาชีพ

นายสันติ กล่าวว่า สำหรับการเยียวยานั้น กระทรวงมหาดไทยจะเป็นผู้ดูแล และกระทรวงการคลังจะเร่งรัดติดตามในด้านงบประมาณ เพื่อให้เม็ดเงินไปถึงประชาชนที่ได้รับผลกระทบรวดเร็วที่สุด แบ่งเป็น ประชาชนที่โดนน้ำท่วม ระยะเวลา 1 เดือน จะได้รับเงินเยียวยา 5,000 บาท/ครัวเรือน ส่วนประชาชนที่โดนน้ำท่วม 2 เดือน จะได้รับเงินเยียวยา 6,000 บาท/ครัวเรือน และที่โดนน้ำท่วมนาน 3 เดือน จะได้รับเงินเยียวยา 7,000 บาท/ครัวเรือน ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทยจะต้องรายงานมายังกระทรวงการคลังว่ามีจำนวนครัวเรือนที่ได้รับความเดือดร้อนจำนวนเท่าใด ซึ่งเข้าใจว่าจะได้รับข้อมูลเร็วๆนี้

“การจ่ายเงินเยียวยาในครั้งนี้ เป็นไปตามคำสั่งการของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่กำกับดูแล กระทรวงมหาดไทย ซึ่งจะเป็นการเพิ่มกำลังใจให้กับประชาชน จากภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้น ซึ่งการจ่ายเงินดูแลดังกล่าว จะเป็นคนละส่วนกันกับการดูแลค่าเสียหายของครัวเรือน” นายสันติ กล่าว

ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่: 8 พฤศจิกายน 2565

“พล.อ.ประวิตร” ยินดีความสำเร็จจัดแข่งวิ่งเทลชิงแชมป์โลกครั้งแรก

“พล.อ.ประวิตร” ยินดีความสำเร็จจัดแข่งวิ่งเทลชิงแชมป์โลกครั้งแรก

เปิดตลาดใหม่เส้นทางท่องเที่ยว-กีฬาเดินหน้ากระตุ้นการท่องเที่ยวไทย

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการโอลิมปิก แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้แสดงความยินดีกับความสำเร็จ อย่างยิ่งใหญ่ ต่อคณะกรรมการจัดการแข่งขันวิ่งเทลภูเขา ชิงแชมป์โลกครั้งที่ 1 รายการ “AMAZING THAILAND WORLD MOUNTAIN & TRAIL RUNNING CHAMPIONSHIPS”

พล.ท.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์ ผู้ช่วยโฆษกรองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่มีทั้งชาวไทยและต่างชาติเข้าร่วมแข่งขัน และได้แสดงความชื่นชม ต่อนักกีฬาต่างชาติที่เข้าร่วมการแข่งขันและได้รับรางวัลแชมป์โลกและรองแชมป์โลกที่มาร่วมคณะ ในโอกาสนี้ ประกอบด้วยนักกีฬาจากประเทศ สหรัฐฯ , เคนย่า ,อูกานด้า ,อิตาลี ในการแข่งขันมีนักกีฬาทั้งชาวไทยและต่างชาติเข้าร่วมแข่งขันเป็นจำนวนมาก

อย่าไรก็ตามพล.อ.ประวิตรได้แสดงความชื่นชม ต่อนักกีฬาต่างชาติที่เข้าร่วมการแข่งขันและได้รับรางวัลแชมป์โลกและรองแชมป์โลกที่มาร่วมคณะ ในโอกาสนี้ ประกอบด้วยนักกีฬาจากประเทศ สหรัฐฯ , เคนย่า ,อูกานด้า ,อิตาลี และอังกฤษ

พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า การจัดการแข่งขันในครั้งนี้ นับเป็นการสานต่อนโยบายของรัฐบาลในการจัดกิจกรรมการวิ่งแบบผจญภัย ในพื้นที่ธรรมชาติ เพื่อส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและการกีฬาในรูปแบบของ Sports Tourism โดยใช้การแข่งขันวิ่งเทลภูเขาเป็นสินค้าท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ เพื่อกระตุ้นภาคการท่องเที่ยวให้เกิดการขยายตัว หลังจากสถานการณ์ ของโรคโควิด-19 คลี่คลายลง

ทั้งนี้การจัดการแข่งขันวิ่งเทลภูเขา ชิงแชมป์โลกครั้งนี้ จัดขึ้น ณ ดอยสุเทพ อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ 3-6 พ.ย.65 ถือได้ว่าประสบความสำเร็จ อย่างยิ่งใหญ่ และประเทศสมาชิกต่างๆมีความประทับใจในการจัดการแข่งขัน ทั้งการต้อนรับ และมิตรภาพที่ดีของคนไทย ที่สำคัญไทยเป็นประเทศที่นักกีฬาเหล่านี้ต้องการมาแข่งขันและท่องเที่ยว ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่จัดขึ้นในประเทศไทย โดยได้รับการรับรองจากสมาคมวิ่งภูเขาโลก (WMRA) ,สมาคมวิ่งอัลตรานานาชาติ (IAU) และสมาคมวิ่งเทลโลก (ITRA)


ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่: 8 พฤศจิกายน 2565

พปชร.สงขลา วอนหน่วยงานรัฐ เร่งพิจารณางบประมาณสร้างฝายกั้นน้ำ ต.ฉลุง

,

พปชร.สงขลา วอนหน่วยงานรัฐ เร่งพิจารณางบประมาณสร้างฝายกั้นน้ำ ต.ฉลุง

นายพยม พรหมเพชร ส.ส.สงขลา เขต 3 พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) หารือในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร กรณีติดตามผลการก่อสร้างโครงการก่อสร้างฝายกั้นน้ำของหมู่ที่ 7 ต.ฉลุง ที่ผ่านได้ประสานของบประมาณในการก่อสร้างมาหลายครั้งแล้ว แต่ปัจจุบันยังไม่ได้รับการพิจารณา จึงขอฝากท่านประธานฯ ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยเร่งพิจารณาและดำเนินการจัดสรรงบประมาณเป็นการเร่งด่วน เนื่องจากเป็นเวลากว่า 20 ปี แล้วยังไม่ได้รับการแก้ไขแต่อย่างใด

ทั้งนี้ ยังได้หารือกรณีเอกสารสิทธิ์ของประชาชน ในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ หมู่ที่ 9 บ้านวังพา และ อ.รัตภูมิ ตลอดจนถึง อ.คลองหอยโข่ง สืบเนื่องจากการประชุมกมธ.ปกครองของสภาผู้แทนฯ ได้ข้อสรุปว่าเจ้าหน้าที่การที่ดินแห่งชาติจะเข้าไปดูพื้นที่ ซึ่งจะทำให้พี่น้องประชาชนจะได้รับการดูและการจัดการที่ดีจากสำนักงานการจัดสรรที่ดินแห่งชาติ และยังรวมถึงปัญหาน้ำประปาในพื้นที่ พื้นที่ อ.นาหม่อม ขณะนี้ได้รับงบประมาณ 12 ล้านบาท เพื่อทำการขยายเขตการให้บริการน้ำประปาไปยัง ต.นาหม่อม และต.พิจิตร อ.นาหม่อม ตามคำร้องของผู้นำชุมชน จึงขอขอบคุณหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ดำเนินการให้เป็นที่เรียบร้อย

#พรรคพลังประชารัฐ #พลังประชารัฐ #พปชร #PPRP #พยมพรหมเพชร
Twitter : https://twitter.com/PPRPofficial

ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่: 4 พฤศจิกายน 2565

ส.ส.พปชร.กทม.วอน กทม. จัดระเบียบสายไฟไฟ้-ลอกท่อ บรรเทาทุกข์ ปชช.

,

ส.ส.พปชร.กทม.วอน กทม. จัดระเบียบสายไฟไฟ้-ลอกท่อ บรรเทาทุกข์ ปชช.

นางกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา ส.ส.กทม. เขตคลองเตย-วัฒนา พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) หารือในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร กรณีการจัดระเบียบจัดระเบียบสายไฟฟ้าและสายสื่อสารในพื้นกทม. ขอฝากท่านประธานฯ ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เข้ามาดำเนินการจัดระเบียบสายไฟฟ้าและสายสื่อสารในพื้นที่ทองหล่อและเอกมัย เพราะเป็นพื้นที่เศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ เพื่อสร้างความเป็นระเบียบเรียบร้อยและเป็นถนนตัวอย่างของสังคมเมืองยุคปัจจุบัน

ทั้งนี้ ยังได้หารือถึงกรณีปัญหาน้ำท่วมถนน ตรอก ซอก ซอยต่างๆ ในพื้นที่ของภาครัฐและเอกชน พบว่าเกิดจากปัญหาท่ออุดตันสะสมเป็นเวลานาน จึงขอฝากท่านประธานฯ ไปยัง กทม. หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้ามาดำเนินการลอกท่อในเขตคลองเตยและวัฒนาในพื้นที่ต่างๆ อาทิ ซอยปรีดีพนมยงค์ 26 แยกพัฒนเวศน์ แยก 10 และ 12 ซอยปรีดีพนมยงค์ 14 แยก 8 และบริเวณหมู่บ้านเกษมสำราญ 2 และแยก 8 เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในพื้นที่

#พรรคพลังประชารัฐ #พลังประชารัฐ #พปชร #PPRP #กรณิศงามสุคนธ์รัตนา
Twitter : https://twitter.com/PPRPofficial

ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่: 4 พฤศจิกายน 2565

ส.ส.พปชร.นครศรีธรรมราช วอนรัฐ เร่งจัดสรรงบสร้างถนน-ซ่อมแซมฝายชำรุด ให้ชาวบบ้านได้มีน้ำใช้

,

ส.ส.พปชร.นครศรีธรรมราช วอนรัฐ เร่งจัดสรรงบสร้างถนน-ซ่อมแซมฝายชำรุด ให้ชาวบบ้านได้มีน้ำใช้

นายสายัณห์ ยุติธรรม ส.ส.จังหวัดนครศรีธรรมราช เขต 7 พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) หารือในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร กรณีโครงการก่อสร้างถนนเฉลิมพระเกียรติและส่วนต่อขยาย ช่วงถนนวงแหวนบ้านบางปูไปบ้านนาหลวง ระยะทาง 20 กิโลเมตร และช่วงบ้านนาหลวงไปบ้านหมน ต.ท่าเรือ จึงขอฝากทางประธานฯ ไปยังกรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม เร่งพิจารณาจัดสรรงบประมาณกากก่อสร้างถนนทั้ง 2 ช่วงดังกล่าว เนื่องจากถนนสายนี้เป็นวงแหวนตะวันออกที่เชื่อมต่อไปยังสนามบินนครศรีธรรมราช

ทั้งนี้ ยังได้หารือถึงความเดือนร้อนของประชาชนที่พักอาศัยอยู่บริเวณหน้าม.ราชภัฎนครศรีธรรมราช รวมถึงหมู่ที่ 4, 5, 6, และ 7 ไม่มีน้ำอุปโภคบริโภค เนื่องจากฝายชำรุดเสียหายเมื่อปี 2564 จึงขอให้กรมชลประทานเร่งดำเนินการแก้ไข และเดินท่อพีอีไปยังหมู่บ้านต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับชาวบ้านในพื้นที่

#พรรคพลังประชารัฐ #พลังประชารัฐ #พปชร #PPRP #สายัณห์ยุติธรรม
Twitter : https://twitter.com/PPRPofficial

ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่: 4 พฤศจิกายน 2565

‘อธิรัฐ’ ออกมาตการดูแลความปลอดภัยทางน้ำ ลอยกระทง 65 “ท่าเรือปลอดภัย เรือปลอดภัย คนปลอดภัย”

‘อธิรัฐ’ ออกมาตการดูแลความปลอดภัยทางน้ำ ลอยกระทง 65 “ท่าเรือปลอดภัย เรือปลอดภัย คนปลอดภัย”

วันพุธที่ 2 พฤศจิกายน 2565 นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ในวันอังคารที่ 8 พฤศจิกายน 2565 นี้ เป็นวันลอยกระทงตามประเพณีไทย คาดว่าจะมีพี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางร่วมงานวันลอยกระทงตามแหล่งท่องเที่ยว ท่าเรือ ริมแม่น้ำเจ้าพระยาและคลองต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก
นายอธิรัฐกล่าวว่า เพื่อเตรียมความพร้อม อำนวยความสะดวกความปลอดภัย และป้องกันอันตรายจากอุบัติเหตุทางน้ำที่อาจเกิดขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าว จึงได้สั่งการไปยังกรมเจ้าท่าเตรียมการป้องกันอุบัติเหตุทางน้ำในช่วงวันลอยกระทง ภายใต้ 3 มาตรการ ดังนี้
1. “ท่าเรือปลอดภัย” ตรวจสอบสภาพความมั่นคงแข็งแรงปลอดภัยของโป๊ะ ท่าเทียบเรือโดยสาร ตรวจสอบอุปกรณ์ประจำท่าเทียบเรือ รวมทั้งเตรียมความพร้อมเจ้าหน้าที่ อุปกรณ์ เครื่องมือให้พร้อมเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่รับผิดชอบได้อย่างรวดเร็วและทันท่วงที
2. “เรือปลอดภัย” ตรวจสอบความพร้อมของสภาพตัวเรือ เครื่องยนต์ อุปกรณ์เดินเรือ เครื่องมือสื่อสาร อุปกรณ์ดับเพลิงและอุปกรณ์ช่วยชีวิต ตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารประจำเรือ เน้นย้ำให้เจ้าของเรือ ผู้ควบคุมเรือ ปฏิบัติตามกฎหมายการเดินเรือโดยเคร่งครัด
3.”คนปลอดภัย” บูรณาการร่วมกับหน่วยที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวังสถานที่ที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางน้ำ เฝ้าระวังความปลอดภัยบริเวณที่มีประชาชนหนาแน่น และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยว ทราบถึงมาตรการความปลอดภัยและแจ้งให้ผู้โดยสารปฏิบัติตามคำแนะนำของนายเรือ หรือผู้ควบคุมเรือ เจ้าหน้าที่รัฐ และพนักงานของผู้ประกอบการเรือซึ่งดูแลเรื่องความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด
นายอธิรัฐกล่าวว่า การเตรียมความพร้อมมาตรการความปลอดภัยวันลอยกระทง “ท่าเรือปลอดภัย เรือปลอดภัย คนปลอดภัย” จะช่วยป้องกันอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นได้ เกิดความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน หากท่านใดพบเห็นเหตุการณ์ความไม่ปลอดภัยทางน้ำ โทรฯ แจ้งสายด่วนกรมเจ้าท่า 1199 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง


ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่: 4 พฤศจิกายน 2565

“โฆษกพรรค พปชร.”ช่วย ปชช.ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัยสำเร็จ หลังตั้งกระทู้ถาม รมว.ทหาดไทยกลางสภา เร่งเยียวยาซ่อมแซมบ้านเรือนเสียหาย

พปชร.จัดทัพ “ส.ส.” เดินเกมรุกขับเคลื่อนนโยบาย 3 พันธกิจ มั่นใจเข้าถึงความต้องการปชช.ในทุกพื้นที่ทั่วประเทศได้จริง

ดร.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ส.ส.กทม. เขต 2 และโฆษกพรรคพลังประชารัฐ ได้ตั้งกระทู้ถาม ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภา เป็นประธานการประชุม ไปยัง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ถึงสถานการณ์อุทกภัย และการเยียวยาช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดย ขอให้กระทรวงมหาดไทย ซึ่งกำกับดูแล กทม.เร่งรัดให้กทม.ประกาศให้พื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาของ กทม.ที่บ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบจากน้ำล้นตลิ่ง เป็นเขตประสบภัยพิบัติ เพื่อให้สำนักงานเขต สามารถตั้งงบประมาณ เพื่อซ่อมแซมบ้านเรือนที่เสียหายได้โดยเร็ว ซึ่ง พล.อ.อนุพงษ์ รับปากในที่ประชุมว่าจะแจ้งท่านผู้ว่าฯกทม.ให้เร่งดำเนินการดังกล่าว รวมทั้ง การเยียวยาพี่น้องประชาชนทั้งประเทศที่ได้รับผลกระทบ รวมทั้งแนวทางในระยะยาวที่จะเตรียมพร้อมในการบริหารจัดการน้ำ ให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด

นอกจากนี้ จากกรณีที่ประธาน กกต. ได้ออกระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่ 3) โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการเลือกตั้ง และ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ประเด็นแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับเกณฑ์การหาเสียงช่วง 180 วัน ก่อนสภาครบวาระ ในวันที่ 23 มี.ค 2566 ทำให้ช่วงนี้ไม่สามารถให้การช่วยเหลือใดๆ แก่พี่น้องประชาชนได้ จึงต้องใช้กลไกสภาฯช่วยติดตามและแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน

#พรรคพลังประชารัฐ #พลังประชารัฐ #พปชร #PPRP #ดร.พัชรินทร์ซำศิริพงษ์
Twitter : https://twitter.com/PPRPofficial

ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่: 3 พฤศจิกายน 2565

พปชร.จัดทัพ”ส.ส.”เดินเกมรุกขับเคลื่อนนโยบาย 3 พันธกิจ มั่นใจเข้าถึงความต้องการปชช.ในทุกพื้นที่ทั่วประเทศได้จริง

พปชร.จัดทัพ “ส.ส.” เดินเกมรุกขับเคลื่อนนโยบาย 3 พันธกิจ มั่นใจเข้าถึงความต้องการปชช.ในทุกพื้นที่ทั่วประเทศได้จริง

วันที่ 3 ตุลาคม 2565 พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เปิดเผยว่า จากการที่พรรคพลังประชารัฐ ได้มีการวางนโยบายขับเคลื่อนและสานต่อ 3 พันธกิจหลัก ที่ประกอบด้วย 1.สวัสดิการประชารัฐขจัดความเหลื่อมล้ำ 2.เศรษฐกิจประชารัฐ สร้างความสามารถและโอกาสที่เท่าเทียม และ 3.สังคมประชารัฐ สงบสุข เข้มแข็ง แบ่งปัน ที่เป็นนโยบายสำหรับการเลือกตั้งที่จะมาถึงในอนาคตเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับพี่น้องประชาชน ล่าสุดพรรคได้ดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อน 3 พันธกิจ ได้แก่ คณะกรรมการด้านสวัสดิการประชารัฐ,คณะกรรมการด้านเศรษฐกิจประชารัฐ และคณะกรรมการด้านสังคมประชารัฐ เพื่อสานต่อนโยบายที่จะช่วยเหลือประชาชนคนไทยให้ครอบคลุมได้มากที่สุด

ทั้งนี้ เพื่อให้นโยบายตอบโจทย์ประชาชนในแต่ละพื้นที่ที่มีบริบทแตกต่างกันในด้านวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ และการประกอบอาชีพ ดังนั้นการขับเคลื่อนนโยบาย ที่ต้องคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้งจึงได้เปิดให้ ส.ส.ของพรรคทุกคน ซึ่งเป็นตัวแทนของประชาชนคนไทยในแต่ละพื้นที่ทั่วประเทศ เข้ามามีส่วนร่วมพัฒนานโยบาย3 พันธกิจหลักของพรรค โดยเชื่อว่านโยบายที่ได้จะสะท้อนมาจากความต้องการ และเชื่อมโยงกับประชาชนทุกพื้นที่ ทุกภาคของประเทศไทย เนื่องจาก ส.ส.ที่ทำงานมาตลอด 4 ปี จะทราบถึงความต้องการและปัญหาของประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างดี

“พรรคพลังประชารัฐ จะเดินหน้าทำทุกทางให้ประชาชนมีความกินดีอยู่ดี มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มุ่งเน้นไปที่การพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากในระยะยาว โดยมีกลไกที่สามารถช่วยเหลือชุมชนให้เกิดความเข้มแข็ง และยั่งยืน ดังนั้น นโยบายของพรรคในครั้งนี้ จะเป็นการดำเนินนโยบาย เพื่อเป็นการต่อยอดจากการทำงาน และร่วมขับเคลื่อนนโยบายของพรรคในการบริหารราชการของรัฐบาลชุดนี้ เพราะเราต้องการต่อยอดนโยบายที่ดีและเป็นประโยชน์กับประชาชน พร้อมกับนำเสนอสิ่งใหม่ๆ ที่ตรงกับความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง” พล.อ.ประวิตรกล่าว

ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่: 3 พฤศจิกายน 2565

“อรรถกร” ยันจุดยืน ต่อการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.สุราก้าวหน้า ต้องไม่ผูกขาดกลุ่มทุน เปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถผลิตได้ และต้องมีการควบคุม คำนึงถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับผู้บริโภคเป็นหลัก

,

“อรรถกร” ยันจุดยืน ต่อการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.สุราก้าวหน้า ต้องไม่ผูกขาดกลุ่มทุน เปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถผลิตได้ และต้องมีการควบคุม คำนึงถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับผู้บริโภคเป็นหลัก

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร เลขานุการคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล หรือวิปรัฐบาล ในฐานะทีมโฆษกพรรคพลังประชารัฐ ระบุถึงการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.สุราก้าวหน้า ว่าวันนี้เป็นที่ทราบกันดี มีกฎกระทรวง ที่เพิ่งคลอดออกมาใช้กับเรื่องนี้สดๆ ร้อนๆ ซึ่งถ้ามองกลับไป ในการพิจารณากฎหมายในวาระที่1 เวลานั้นยังไม่มีกฎกระทรวง ถ้าวันที่พิจารณาในวาระที่1 ได้มีกฎกระทรวงนี้ อาจจะไม่ต้องพิจารณาต่อในวาระที่2-3 ก็เป็นได้

ทั้งนี้ต้องขอชื่นชม ผู้ที่ได้เสนอกฎหมายฉบับนี้ และกรรมาธิการ ที่มีความปรารถนาดี ในการแก้ไขปัญหา ให้กับพี่น้องประชาชนรายเล็ก เพื่อเปิดโอกาสให้นำเอาภูมิปัญญาท้องถิ่น เรื่องของสุราพื้นบ้านมาต่อยอดทางธุรกิจได้ จากเดิมที่ไม่สามารถทำได้

ซึ่งในการประชุมวิปรัฐบาลครั้งก่อน เคยได้มีการพูดคุยหารือให้ทางหน่วยงานที่กำกับดูแล ได้เร่งออกกฎกระทรวงในการดูแล ควบคุม อุตสาหกรรมสุรา มาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว

โดยมีข้อคำนึง คือ ประการแรก ต้องไม่ผูกขาดโดยกลุ่มทุน ประการที่สอง ต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถผลิตได้ และประการสุดท้าย คือ การผลิตสุรานั้น ต้องมีการควบคุม มิใช่ว่าจะผลิตอะไรก็ได้ เพราะเราต้องคำนึงถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับผู้บริโภคเป็นหลัก

ซึ่งหากพิจารณาจากเหตุผลดังกล่าวข้างต้น ถือว่าการออกกฎกระทรวงดังกล่าวเป็นไปตามเจตนารมณ์ของสภาฯ ที่ต้องการเห็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนที่มีขีดความสามารถเข้าสู่การแข่งขันในตลาดสุราได้อย่างมีคุณภาพโดยคำนึงถึงผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนผู้บริโภคด้วย

ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่: 3 พฤศจิกายน 2565

พปชร.เพชรบุรี เป็นประธานประชุม กมธ.ศาสนาฯ พิจารณาแก้ปัญหาที่พักสงฆ์

,

พปชร.เพชรบุรี เป็นประธานประชุม กมธ.ศาสนาฯ พิจารณาแก้ปัญหาที่พักสงฆ์

วันที่ 1 พ.ย. 2565 – นายสุชาติ อุสาหะ พปชร.จังหวัดเพชรบุรี เขต 3 ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม เป็นประธานการประชุมคณะ กมธ. ครั้งที่ 76 ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เพื่อพิจารณาเรื่องดังนี้ 1. พิจารณาติดตามความคืบหน้าการขออนุญาตตั้งวัดของที่พักสงฆ์พระธาตุดอยเวียงแก้ว ต.ศรีดอนมูล อ.เชียงแสน จ.เชียงราย 2. พิจารณาติดตามความคืบหน้าการขออนุญาตใช้พื้นที่ป่าไม้ของมูลนิธิวิมุตตยาลัย (ศูนย์วิปัสสนาสากลไร่เชิญตะวัน) ต.ห้วยสัก อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย และ 3. พิจารณาแนวทางการต่ออายุใบอนุญาตให้ใช้พื้นที่ป่าไม้ของวัดห้วยปลากั้ง ต.ริมกก อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย

ทั้งนี้ ในที่ประชุมได้เชิญหน่วยงานและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง อาทิ ผู้แทนจากกรมที่ดิน และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ โดยมีความเห็นว่าการขอสร้างและตั้งวัดภายหลังพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 บังคับใช้แล้ว จะต้องมีเอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ในที่ดินหรือหนังสือยินยอมให้ใช้ประโยชน์ในที่ดินก่อนจึงจะขอสร้างวัดได้ แต่กรณีนี้เป็นการใช้ที่ดินสาธารณประโยชน์เพื่อตั้งวัดหรือสร้างวัด และมีการก่อสร้างอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างที่มีสภาพเป็นถาวรวัตถุเพื่อใช้ประกอบศาสนกิจ จึงมิใช้เป็นการใช้ประโยชน์ในราชการ จึงไม่อาจดำเนินการถอนสภาพที่ดินตามมาตรา 8 วรรค 2 (1) แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน

#พรรคพลังประชารัฐ #พลังประชารัฐ #พปชร #PPRP #สุชาติอุสาหะ
Twitter : https://twitter.com/PPRPofficial

ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่: 3 พฤศจิกายน 2565