โลกเปลี่ยน ไทยต้องปรับ ทางเลือกใหม่ของการเมืองไทย ก้าวข้ามความขัดแย้ง สานพลังประชาราษฎร์ ร่วมสร้างชาติให้ยั่งยืน

หมวดหมู่: กิจกรรมพรรค

ผู้กองธรรมนัส พร้อมครอบครัวและส.ส.พะเยา ร่วมทำบุญใหญ่ ฉลองพระพุทธรูปและทำบุญวันบูรพาจารย์ ณ วัดท่ากลอง ตำบลบ้านใหม่ อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา

,

ผู้กองธรรมนัส พร้อมครอบครัวและส.ส.พะเยา ร่วมทำบุญใหญ่ ฉลองพระพุทธรูปและทำบุญวันบูรพาจารย์ ณ วัดท่ากลอง ตำบลบ้านใหม่ อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา

วันนี้(1 ก.ค.66) ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(ส.ส.)จังหวัดพะเยา เขต 1 พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)เป็นประธานพิธีทำบุญ ฉลองพระพุทธรูปและทำบุญวันบูรพาจารย์ ณ วัดท่ากลอง ตำบลบ้านใหม่ อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา ซึ่งถือเป็นวัดบ้านเกิด โดยมีคุณพ่อของร้อยเอกธรรมนัส คือพ่อหลวง อินจันทร์ พรหมเผ่า ร่วมในพิธีด้วย

นอกจากนี้ ยังมี น.ส.ธนพร ศรีวิราช ภริยา ,นายอัครา พรหมเผ่า นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพะเยา ,นายจีรเดช ศรีวิราช ส.ส.เขต 3 จังหวัดพะเยา นายอนุรัตน์ ตันบรรจง ส.ส.เขต 2 จังหวัดพะเยา และพุทธศาสนิกชนผู้มีจิตศรัทธาตลอดจนประชาชนทั่วไปและคณะครู นักเรียนในพื้นที่ เข้าร่วมในพิธีทำบุญเป็นจำนวนมาก

โดยเวลา 09.09 น. ร.อ.ธรรมนัส เป็นประธานพิธีบวงสรวงบูรพาจารย์ จากนั้น เวลา 10.00 น.พระสงฆ์เจริญน้ำพระพุทธมนต์เบิกเนตรพระพุทธรูป และเวลา 11.00 น. ร.อ.ธรรมนัส พร้อมคณะถวายภัตตาหารเพลพระสงฆ์ 10 รูป ทั้งนี้หลังเสร็จพิธีทำบุญ ทางวัดมอบทุนการศึกษาแก่เด็กนักเรียนอีกด้วย

ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่: 1 กรกฎาคม 2566

“พล.อ.ประวิตร” ลงพื้นที่ตรวจสอบความคืบหน้าเปิดจุดผ่านแดนถาวร บ.หนองเอี่ยน ยกระดับเศรษฐกิจชายแดน และตามแก้ปัญหาแหล่งน้ำแซร์ออ ลดผลกระทบสัมพันธ์ ไทย – กัมพูชา

,

“พล.อ.ประวิตร” ลงพื้นที่ตรวจสอบความคืบหน้าเปิดจุดผ่านแดนถาวร บ.หนองเอี่ยน ยกระดับเศรษฐกิจชายแดน และตามแก้ปัญหาแหล่งน้ำแซร์ออ ลดผลกระทบสัมพันธ์ ไทย – กัมพูชา

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย รมว.ศึกษาธิการ รมช.คลัง และคณะ เดินทางลงพื้นที่ จว.สระแก้ว ประชุมเตรียมความพร้อม รับการเปิดจุดผ่านแดนถาวร สะพานมิตรภาพ ไทย – กัมพูชา (หนองเอี่ยน – สตึงบท ) ณ ด่านศุลกากรอรัญประเทศ อ.อรัญประเทศ และติดตามการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ มี ผวจ.สระแก้ว และหน.ส่วนราชการในพื้นที่ให้การต้อนรับ

โดยรับฟังภาพรวมสรุป ความก้าวหน้าการเตรียมความพร้อมรับการเปิดจุดผ่านแดนถาวร สะพานมิตรภาพ ไทย – กัมพูชา (หนองเอี่ยน – สตึงบท ) ณ ด่านศุลกากรอรัญประเทศ มีความคืบหน้าแล้วกว่าร้อยละ 40 อยู่ระหว่างเร่งก่อสร้างให้แล้วเสร็จภายใน ส.ค.68 ปัจจุบันมีการนำเข้า – ส่งออก การค้าผ่านจุดผ่านแดนชั่วคราวดังกล่าว เฉลี่ยเดือนละ 7,800 ล้านบาท รถสินค้าผ่านแดนกว่า 700 คัน ซึ่งช่วยเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจและการจราจรบริเวณด่านพรมแดนคลองลึก ที่เคยคับแคบมีความคล่องตัวมากขึ้น

พล.อ.ประวิตร’ ได้กล่าวขอบคุณทุกส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ทั้งฝ่ายไทย และกัมพูชา ที่ร่วมขับเคลื่อนการบริหารงานและการก่อสร้างจุดผ่านแดนถาวรแห่งใหม่ สะพานมิตรภาพ บริเวณบ้านหนองเอี่ยน – สตึงบท ร่วมกัน โดยย้ำว่า จุดผ่านแดนถาวรดังกล่าว มีความสำคัญต่อการขยายตัวของพื้นที่เศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ โดยเฉพาะ จว.สระแก้ว รวมทั้งเป็นการส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีของทั้งสองประเทศในภาพรวม โดยกำชับ ขอให้ทุกส่วนราชการ ให้ความสำคัญเร่งรัดทำงานร่วมกันและประสานการปฏิบัติกับกัมพูชาอย่างใกล้ชิด ในการเตรียมความพร้อมทุกด้าน ทั้งระบบอำนวยความสะดวกคนเข้าเมือง และการผ่านสินค้าให้สามารถเปิดทำการได้อย่างพร้อมเพรียงกัน เพื่อยกระดับการขยายตัวทางเศรษฐกิจและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนทั้งสองประเทศไปพร้อมกัน

จากนั้น ได้เดินทางต่อไปตรวจติดตามการบริหารจัดการน้ำ อ.วัฒนานคร ณ อ่างเก็บน้ำแซร์ออ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ และพบปะประชาชนในพื้นที่ โดยรับฟังการบรรยายสรุป ความคืบหน้าโครงการแก้ปัญหาคลองพรมโหด การก่อสร้างระบบส่งน้ำและอาคารประกอบโครงการอ่างเก็บน้ำแซร์ออ ซึ่งมีพื้นที่รับน้ำ 14.85 ตร.กม. พื้นที่รับประโยชน์ 5,065 ไร่ หากดำเนินการแล้วเสร็จทั้งสองโครงการ จะสามารถบรรเทาอุทกภัยในพื้นที่ราบลุ่มตอนล่าง ต.ท่าข้าม เทศบาลเมืองอรัญประเทศ จว.สระแก้ว และเป็นแหล่งเก็บกักน้ำสำหรับการเกษตร และอุปโภค บริโภคของประชาชนในพื้นที่

พล.อ.ประวิตร’ ยังได้ย้ำ ขอให้ทุกส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เตรียมมาตรการรับมือฤดูฝนปี 66 โดยเฉพาะการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่เสี่ยงทุกกลุ่มให้เร็วและครอบคลุมทุกด้าน สำหรับการบริหารจัดการน้ำอ่างเก็บน้ำแซร์ออ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ขอให้กรมชลประทาน เร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จตามกำหนด เพื่อบรรเทาปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้ง จว.สระแก้ว ขณะเดียวกัน ขอให้เร่งรัดดำเนินการพัฒนาลุ่มน้ำพรมโหด ตามโครงการที่ได้ศึกษาออกแบบไว้เป็นการเร่งด่วน เพื่อบรรเทาปัญหาและลดความเสียหาย ต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนและเศรษฐกิจในพื้นที่ โดยขอให้หน่วยงานความมั่นคงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงดูความร่วมมือในการบริหารจัดการน้ำกับกัมพูชา ซึ่งการก่อสร้างประตูระบายน้ำคลองพรมโหด พร้อมสถานีสูบน้ำ จะช่วยแก้ปัญหาน้ำหลากจากไทยไปยังกัมพูชา และลดผลกระทบกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศได้

ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่: 29 มิถุนายน 2566

“พล.อ.ประวิตร” เดินทางเข้าสภา รายงานตัวส.ส.บัญชีรายชื่อชุดที่ 26 ลุยทำหน้าที่ในสภาฯร่วมมือส.ส.ทำงานให้ ประชาชน – ประเทศชาติ

,

“พล.อ.ประวิตร” เดินทางเข้าสภา รายงานตัวส.ส.บัญชีรายชื่อชุดที่ 26
ลุยทำหน้าที่ในสภาฯร่วมมือส.ส.ทำงานให้ ประชาชน – ประเทศชาติ

เมื่อเวลา 14.00 น. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ได้เดินทางเข้ารายงานตัวเป็นวันแรก หลังที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งส.ส. เมื่อวันที่ 19 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยในวันเดียวกันมีส.ส.ของพรรคพปชร.บางส่วนเร่ิมทยอยรายงานตัวต่อ สภาผู้แทนราษฎร เป็นที่เรียบร้อย ซึ่งในการเดินทางมาสภาฯครั้งนี้ มี ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ มารอให้การต้อนรับ

จากนั้นเมื่อรายงานตัวเสร็จสิ้น พล.อ.ประวิตร ได้ให้สัมภาษณ์ผ่านรายงานทีวีสภา โดยระบุว่า ตนขอขอบคุณที่ได้เลือกพรรคพลังประชารัฐเข้ามารับใช้ประชาชน รับใช้ประเทศชาติ รับใช้ประชาชนรวมทั้งสถาบันพระมหากษัตริย์เพื่อที่จะให้เกิดความมั่นคงแก่ชาติบ้านเมืองของเราต่อไป ก็ต้องขอขอบคุณท่านที่มาลงคะแนนเสียงให้พรรคพลังประชารัฐได้เข้ามาเป็นผู้แทนราษฎรในครั้งนี้

“ผมก็อยากจะเห็นร่วมมือของ ส.ส.ทุกท่านได้ร่วมทำงานให้ประชาชนเพื่อประเทศชาติ และ เพื่อแผ่นดินที่รักยิ่งของเราคือสถาบันพระมหากษัตริย์นะ เพื่อที่จะให้พัฒนาชาวราษฎรสืบไป เพราะประเทศเราก็มีสถาบันพระมหากษัตริย์ก็ฝากกับทุกท่านด้วยว่า ท่านจะทำงานด้วยความร่วมมือร่วมแรงกันอาศัยความร่วมไม้ร่วมมือนั้น เพื่อต่อยอดทำให้ประเทศชาติของเราพัฒนาก้าวได้ต่อไป”

พลเอกประวิตร กล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า อยากเห็นความร่วมร่วมมือกันระหว่าง ส.ส. และก็อย่าใช้อารมณ์ซึ่งกันและกันในสภา ทุกอย่างก็เป็นไปตามเรื่องของประชาธิปไตยอันดีงาม อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข และทุกอย่างก็เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ จึงอยากจะฝากกับทุกท่านว่า ขอให้ทุกคนทำงานร่วมไม้ร่วมมือกันเพื่อประเทศชาติ และประชาชนของเราให้มีความอยู่ดี กินดีขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถาบันพระมหากษัตริย์อันเป็นที่รักยิ่งของเราทุกคนนั้นเป็นอยู่ต่อไปครับตราบชั่วกาลนานเทอญ

ทั้งนี้เมื่อ พล.อ.ประวิตร ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พร้อมกับ โชว์ใบรับรอง ส.ส. และบัตรประจำตัวส.ส.ต่อสื่อมวลชนอย่างอารมณ์ดี และย้ำว่า ไม่รู้สึกตื่นเต้น เพราะเคยเป็นสมาชิกรัฐสภาเมื่อปี พ.ศ.2551 จึงมีความคุ้นเคยดี

นอกจากนี้ สำนักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร ได้สรุปภาพรวมการรายงานตัว ส.ส. ชุดที่ 26 วันแรก (20 มิ.ย.66)ของการรายตัว โดยในส่วนของพรรคพลังประชารัฐ มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมารายงานตัวจำนวน 17 คนประกอบด้วย จังหวัดสงขลา
1. ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า พรรคพลังประชารัฐ. จังหวัดพะเยา
2. นายไผ่ ลิกค์ พรรคพลังประชารัฐจังหวัดกำแพงเพชร
3. นายอรรถกร ศิริลัทธยากร พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดฉะเชิงเทรา
4. นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข พรรคพลังประชารัฐจังหวัดตาก
5. นายคอซีย์ มามุ พรรคพลังประชารัฐจังหวัดปัตตานี
6. นายชัยมงคล ไชยรบ พรรคพลังประชารัฐจังหวัดลพบุรี
7. นายฉกาจ พัฒนกิจวิบูลย์พรรคพลังประชารัฐจังหวัดพังงา
8. น.ส.กาญจนา จังหวะ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดชัยภูมิ
9. นางขวัญเรือน เทียนทอง. พรรคพลังประชารัฐจังหวัดสระแก้ว
10. นายปกรณ์ จีนาคำ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดแม่ฮ่องสอน
11. นายสุธรรม จริตงาม พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดนครศรีธรรมราช
12. นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดสงขลา
13. นางรัชนี พลซื่อ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดร้อยเอ็ด
14. นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดราชบุรี
15. นายนเรศ ธำรงทิพยคุณ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดเชียงใหม่
16. นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดนราธิวาส
17. นายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดนราธิวาส

ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่: 20 มิถุนายน 2566

“พล.อ.ประวิตร” รองนายกฯ ประชุม คกก.สิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เห็นชอบ EIA รถไฟรางคู่ สุราษฎร์ฯ – หาดใหญ่ – สงขลา ย้ำคุณภาพน้ำต้องรักษาเตรียมรองรับระบบบำบัดน้ำเสียชุมชนให้พอกับน้ำเสียที่เพิ่มขึ้น

,

“พล.อ.ประวิตร” รองนายกฯ ประชุม คกก.สิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เห็นชอบ EIA รถไฟรางคู่ สุราษฎร์ฯ – หาดใหญ่ – สงขลา ย้ำคุณภาพน้ำต้องรักษาเตรียมรองรับระบบบำบัดน้ำเสียชุมชนให้พอกับน้ำเสียที่เพิ่มขึ้น

วันนี้ (19 มิถุนายน 2566) เวลา 10.00 น. พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ผ่านระบบ VTC ณ ห้องประชุมมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด โดยที่ประชุมรับทราบเรื่องสำคัญ ประกอบด้วย รายงานสถานการณ์มลพิษฯ ปี 2565 สรุป คุณภาพน้ำ ทั้งแหล่งผิวดิน น้ำทะเลชายและน้ำบาดาล โดยรวมอยู่ในเกณฑ์คุณภาพดี คุณภาพอากาศและเสียงมีแนวโน้มดีขึ้นขยะมูลฝอยชุมชนของเสียและสารอันตรายพบว่าขยะมูลฝอยเพิ่มขึ้นมีการขัดแยกและกำจัดขยะถูกต้องเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันของเสียอันตรายและวัตถุอันตรายมีปริมาณเพิ่มขึ้นกากอุตสาหกรรมที่มีอันตรายมีการแจ้งและนำเข้าสู่ระบบการจัดการเพิ่มขึ้นมูลฝอยติดเชื้อมีปริมาณเพิ่มขึ้นและได้รับการกำจัดอย่างถูกต้องเพิ่มขึ้น

ต่อจากนั้น ที่ประชุมได้ร่วมพิจารณาและให้ความเห็นชอบ รายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) โครงการอ่างเก็บน้ำแม่คำ อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย โครงการก่อสร้างรถไฟรางคู่ ช่วงสุราษฎร์ธานี – ชุมทางหาดใหญ่ – สงขลา นอกจากนั้น ยังให้ความเห็นชอบการปรับปรุงมาตรฐานควบคุมการปล่อยทิ้งอากาศเสียจากโรงไฟฟ้า เพื่อควบคุมและแก้ปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง

โดยรองนายกรัฐมนตรี กล่าวขอบคุณ คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ที่ร่วมกันทำหน้าที่ให้ข้อคิดเห็นและมุมมองต่างๆที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม ต่อเนื่องที่ผ่านมา พร้อมย้ำโครงการสาธารณะขนาดใหญ่ ที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม ขอให้ใช้ความรอบคอบทั้งหลักวิชาการและสภาพจริง รวมทั้งต้องยึดประโยชน์ส่วนรวมและรับฟังข้อคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่อย่างรอบด้าน

พร้อมกำชับ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมถึงปัญหาสถานการณ์มลพิษ ทั้งคุณภาพน้ำ อากาศและเสียง รวมทั้งขยะมูลฝอยชุมชน ของเสียและวัตถุอันตราย บางพื้นที่ที่อยู่ในเกณฑ์เสื่อมโทรม จำเป็นต้องให้น้ำหนักเข้าไปแก้ปัญหาให้ทั่วถึง สำหรับการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม รวมทั้งการทำการเกษตรที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้การปล่อยปริมาณน้ำเสียลงผิวดินเพิ่ม ประกอบกับระบบบำบัดน้ำเสียรวมชุมชนที่ไม่เพียงพอและไม่สามารถรองรับ ถือเป็นเรื่องสำคัญ ที่ต้องประสานการทำงานร่วมกันมากขึ้น โดยขอให้มีแผนงาน มาตรการรองรับและมีการกำกับที่เป็นรูปธรรม ทั้งนี้ ขอให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นำผลการประชุมดังกล่าว เสนอคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ และดูแลกำกับโครงการต่าง ๆ ให้เป็นไปตามที่กำหนด

ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่: 19 มิถุนายน 2566

“อัคร ว่าที่ ส.ส.เพชรบูรณ์”เตรียมผลักดันผลิตภัณฑ์ชุมชนกระตุ้น ศก.พร้อมนำเทคโนโลยีจัดการเพาะปลูก ช่วยพัฒนาภาคเกษตร ลั่น การเมือง คือ ปชช.พร้อมทุ่มเทให้ชาวเพชรบูรณ์

,

“อัคร ว่าที่ ส.ส.เพชรบูรณ์”เตรียมผลักดันผลิตภัณฑ์ชุมชนกระตุ้น ศก.พร้อมนำเทคโนโลยีจัดการเพาะปลูก ช่วยพัฒนาภาคเกษตร ลั่น การเมือง คือ ปชช.พร้อมทุ่มเทให้ชาวเพชรบูรณ์
นายอัคร ทองใจสด ว่าที่ ส.ส. เขต 6 จ.เพชรบูรณ์ พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงการทำหน้าที่ในช่วงนี้ว่า ตนยังลงพื้นที่ต่อเนื่อง เพื่อพูดคุยกับพี่น้องประชาชนถึงปัญหาในพื้นที่ ซึ่งพื้นที่ อ.วิเชียรบุรี และศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์ ยังมีปัญหาเรื่องโครงสร้างพื้นฐานที่ต้องแก้ไขอีกหลายจุด โดยต้องเร่งสำรวจว่า มีจุดไหนบ้างที่ต้องประสานกับหน่วยงานให้เข้ามาดูแลซ่อมบำรุง โดยเฉพาะเรื่องของถนน ที่ทำให้ประชาชนไม่ได้รับความสะดวกในการสัญจร และไม่มีความปลอดภัย

นายอัคร กล่าวต่อว่า อีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญก็คือ การกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น โดยเฉพาะในเรื่องการผลักดันผลิตภัณฑ์ชุมชนที่มีชื่อเสียงของวิเชียรบุรี และศรีเทพ นอกจากขึ้นชื่อเรื่องของไก่ย่างวิเชียรบุรี ที่เป็นที่รู้จักแล้ว ยังมีผลิตภัณฑ์อื่นๆ ชูเป็นสินค้าเด่น ทั้งผ้าไหมทอ ซึ่งจำเป็นต้องสร้างตลาด เชื่อมกับแหล่งท่องเที่ยว เนื่องจากเส้นทางวิเชียรบุรี และศรีเทพ เป็นเส้นทางก่อน เข้าสู่แหล่งท่องเที่ยวเขาค้อ ต้องมีการประสานงานกับหน่วยงานจังหวัด เพื่อดำเนินการจัดสร้างศูนย์จัดจำหน่ายของทีระลึก เพื่อเป็นแหล่งศูนย์ร่วมให้ชาวบ้านมาวางจำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยว ทำให้เกิดการสร้างรายได้ ให้กับประชาชนได้อีกทางหนึ่ง และรักษาวัฒนธรรมของท้องถิ่น

นายอัคร ยังกล่าวต่อว่า เรื่องน้ำก็เป็นปัญหาที่สำคัญที่ต้องประสานกับหน่วยงาน จัดสร้างแหล่งน้ำ อ่างเก็บน้ำ หรือฝาย เพื่อกั้นน้ำ ใช้ทางการเกษตร ประชากรส่วนใหญ่กว่า 50% ประกอบอาชีพทางการเกษตร เนื่องจากพื้นที่ของอ.วิเชียรและศรีเทพ เป็นพื้นที่ลาดชัน ทำให้ไม่สามารถกักเก็บน้ำได้ตลอดทั้งปี ซึ่งเรายังมีแนวทางที่จะส่งเสริมให้ภาคเกษตร เป็นเกษตรสมัยใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการเพาะปลูกอ้อย ข้าว ข้าวโพด ในการนำเทคโนโลยีมาใช้ประโยชน์การบริหารจัดการเพาะปลูก เพื่อให้สามารถคาดการณ์ปริมาณการเพาะปลูกให้เหมาะสมกับปริมาณน้ำ รวมถึงต้นทุนของการเพาะปลูกทั้งในเรื่อง การใช้ปุ๋ย เพื่อการวางเป้าหมายและผลลัพธ์ทางการเกษตรที่จะเกิดขึ้น ทำให้สามารถควบคุมต้นทุนการผลิตได้อย่างแท้จริง

“ผมพร้อมทุ่มเททั้งแรงกาย และแรงใจเพื่อชาวเพชรบูรณ์อย่างเต็มที่ เพราะที่นี้คือบ้านของผม สำหรับผมการเมืองคือ ประชาชน การสร้างตัวตนหรือภาพลักษณ์คือ เรื่องรอง สิ่งแรกที่ต้องทำคือเข้าถึงให้จริง รู้จักจริงๆ ทำความเข้าใจปัญหา และนำสิ่งนั้นมาศึกษาเพื่อนำไปแก้ไขอย่างตรงจุด”นายอัคร กล่าว

ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่: 15 มิถุนายน 2566

“พล.อ.ประวิตร”เร่งปิดเวปพนัน ป้องกันปชช.เป็นเหยื่อ เพิ่มมาตรการเชิงรุกดึงทุกส่วนร่วมมือขจัดภัยไซเบอร์

,

“พล.อ.ประวิตร”เร่งปิดเวปพนัน ป้องกันปชช.เป็นเหยื่อ
เพิ่มมาตรการเชิงรุกดึงทุกส่วนร่วมมือขจัดภัยไซเบอร์

เมื่อ 14 มิ.ย.66 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานการประชุม คณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ ( กมช.) โดยมี รมว.ดีอีเอส และ รมช.กลาโหม เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์

ที่ประชุมได้รับทราบ รายงานเหตุการณ์ภัยคุกคามและผลการดำเนินงาน ที่มีผลกระทบอย่างมีนัย สำคัญ ต่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ห้วง ต.ค.65 – มี.ค.66 จำนวน 943 เหตุการณ์ แยกตามภารกิจ หรือบริการสูงที่สุดได้แก่ หน่วยงานของรัฐด้านการศึกษา ,ภาครัฐอื่นๆ และด้านสาธารณสุข ตามลำดับ ซึ่งการปฎิบัติที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางไซเบอร์ที่กระทบประชาชน มีจำนวน 113 เหตุการณ์ 24 หน่วยงาน และรับทราบผลการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวังภัยคุกคามทางไซเบอร์ สำหรับระบบเลือกตั้ง (ศซล.) ห้วง 3-15 พ.ค.66 โดยมีการติดตามและรายงานสถานะความพร้อมที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง จำนวน 6 ระบบ ภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร ได้ขอบคุณ สำนักงาน คณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.)ที่เฝ้าระวังเหตุการณ์ห้วงดังกล่าว สามารถติดตามข่าวสาร ได้อย่างใกล้ชิด และยับยั้ง หรือแก้ไขปัญหาภัยคุกคามทางไซเบอร์ได้ อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ รวมถึงที่ประชุม ได้รับทราบการลงนามบันทึกความเข้าใจ ร่วมกับหน่วยงานต่างๆมากขึ้น ทั้งกับหน่วยงาน ในประเทศ และต่างประเทศด้วย รองรับการพัฒนาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ต่อไป

จากนั้น ที่ประชุมได้พิจารณาเห็นชอบ (ร่าง)ข้อตกลง การเชื่อมต่อระบบแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนข้อมูลภัยคุกคาม ภายใต้โครงการพัฒนาแพลตฟอร์ม สำหรับการรับและแบ่งปันเหตุการณ์ภัยคุกคามทางไซเบอร์ เพื่อเชื่อมต่อระบบให้สามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร ในการเฝ้าระวัง

และขยายเครือข่ายความร่วมมือ ระหว่าง สกมช.กับหน่วยงานอื่น ทั้งภายในและภายนอกประเทศ และเห็นชอบ(ร่าง)บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ระหว่าง สกมช.กับ สำนักงาน ปล.สธ.รวมทั้งเห็นชอบ(ร่าง)บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือการส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรและนำระบบคุณวุฒิวิชาชีพ ไปใช้ในสถานประกอบการ

พล.อ.ประวิตร ยังได้กำชับให้ สกมช. ให้เร่งขับเคลื่อนมาตรการเฝ้าระวังภัยคุกคามทางไซเบอร์ อย่างต่อเนื่อง เข้มข้นเชิงรุก เน้นป้องกันข้อมูลภาครัฐ และคุ้มครองส่วนบุคคล ต้องเพิ่มระดับความร่วมมือกับทุกหน่วยงานให้มากขึ้น ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อพัฒนาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของประเทศ และคนไทยให้มีประสิทธิภาพ พร้อมย้ำให้ ก.ดีอีเอส กำกับและสนับสนุน การดำเนินงานของ สกมช. อย่างเต็มที่ด้ว

ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่: 14 มิถุนายน 2566

“พล.อ.ประวิตร” ลงพื้นที่เมืองมะขามหวาน มอบเอกสารสิทธิในที่ดินทำกิน ช่วยเกษตรกร ยกระดับคุณภาพชีวิตยั่งยืน

,

“พล.อ.ประวิตร” ลงพื้นที่เมืองมะขามหวาน มอบเอกสารสิทธิในที่ดินทำกิน ช่วยเกษตรกร ยกระดับคุณภาพชีวิตยั่งยืน

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายรัฐมนตรี
พร้อมด้วย นายสินติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า ลงพื้นที่เพื่อตรวจติดตามผลการดำเนินงานของ คณะอนุกรรมการนโยบายที่ดิน จ.เพชรบูรณ์ พร้อมทั้งให้เกียรติเป็นประธานมอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์หรือ อยู่อาศัยภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติ และมอบสมุด
ประจำตัวผู้ได้รับ การคัดเลือกให้ทำกินในชุมชนตามนโยบายรัฐบาล หรือ
คทช. และหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก.4-01)
ให้ประชาชน ในพื้นที่ จ.เพชรบูรณ์

พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมารัฐบาลได้มุ่งมั่นในการแก้ปัญหา ความเดือดร้อน ด้านที่ดินปัญหาไม่มีที่ดินทำกิน และปัญหาความเหลื่อมล้ำในการถือครองที่ดิน โดยกำหนดนโยบาย ในการจัดทำที่ดินทำกิน หรือ คทช. มุ่งให้เกิดการกระจายการถือครองที่ดิน โดยคำนึงถึงความสมดุลระหว่างการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์ของที่ดินอย่างเป็นธรรมและยั่งยืน ทั้งเศรษฐกิจสังคม เพื่อให้ประชาชนที่ได้รับการจัดสรรที่ดินสามารถ ใช้ประโยชน์จากที่ดินตามศักยภาพของพื้นที่ โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปส่งเสริม พัฒนาอาชีพและสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน บูรณาการในทุกมิติของทุกภาคส่วน เพื่อมีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ยกระดับฐานะของประชาชน เสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน

รัฐบาลต้องการให้ประชาชนอยู่ดีกินดีเพิ่มมากขึ้น มีความสามารถในการบริหารจัดการที่ดินของตนเองได้อย่างยั่งยืน พร้อมเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศต่อไป
ขอบคุณทุกหน่วยงานที่ร่วมกำกับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล ขอให้ทุกหน่วยงานทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค และองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ให้ความสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ให้เกิดเป็นผู้ประธรรมอย่างยั่งยืนหากมีปัญหาและอุปสรรค ขอให้ประสานอนุกรรมการนโยบายที่ดินจังหวัด สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ เพื่อหาแนวทางในการแก้ปัญหาต่อไป

นายกฤษณ์ คงเมือง ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ในฐานะผู้แทนคณะอนุกรรมการนโยบายที่ดินจังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวว่าปัจจุบัน จ.เพชรบูรณ์ มีพื้นที่เป้าหมายดำเนินการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน ตามนโยบายรัฐบาล หรือ คทช. จำนวน 17 พื้นที่ เนื้อที่รวม
219,578 ไร่ 1 งาน 49 ตารางวา อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ 16 พื้นที่และพื้นที่สาธารณประโยชน์ 1 พื้นที่ ปัจจุบันได้รับหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยและพัฒนาสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติแล้ว จำนวน 16 พื้นที่ เนื้อที่รวม 225,319 ไร่ 1 งาน 35 ตารางวา โดยคณะอนุกรรมการนโยบายที่ ดินจังหวัดจะได้ดำเนินการส่งเสริมพัฒนาอาชีพและการตลาด รวมทั้งพัฒนาสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานให้กับประชาชนที่ได้รับการจัดที่ดินต่อไป

“สำหรับเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก.4-01)มีการอนุญาตให้ราษฎร์เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดินแล้ว จำนวน 1,494 ราย 442 แปลงในพื้นที่ 5 อำเภอ เนื้อที่รวม 10,216 ไร่ 5 งาน 569 ตารางวา” นายกฤษณ์ กล่าว

ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่: 12 มิถุนายน 2566

“พล.อ.ประวิตร” เร่งพัฒนาแรงงานป้อนอุตสาหกรรมแห่งอนาคต!!! เคาะแผนปี 66 เสริมทักษะแรงงาน 8 แสนคน ตอบโจทย์ความต้องการภาคอุตสาหกรรมในประเทศ

,

“พล.อ.ประวิตร” เร่งพัฒนาแรงงานป้อนอุตสาหกรรมแห่งอนาคต!!! เคาะแผนปี 66 เสริมทักษะแรงงาน 8 แสนคน ตอบโจทย์ความต้องการภาคอุตสาหกรรมในประเทศ

วันที่ 9 มิ.ย. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ประธานการประชุมคณะกรรมการพัฒนาแรงงานและประสานงานการฝึกอาชีพแห่งชาติ (กพร.ปช.) ครั้งที่ 1/2566 กล่าวว่า ที่ประชุมเห็นชอบ (ร่าง) แผนพัฒนากำลังคนระดับจังหวัดปี 65 -70 มีเป้าหมายพัฒนากำลังคน รวมทั้งสิ้น 12.465 ล้านคน โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดบูรณาแผนงานจังหวัด และเห็นชอบ (ร่าง) แผนพัฒนาแรงงานและประสานงานการฝึกอาชีพในอุตสาหกรรมเป้าหมาย ( S-Curve 11 ) ปี 65 – 70 รวมถึงการจัดทำแผนพัฒนาแรงงานในอุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ ปี 66-70 เพื่อแก้ปัญหาด้านสมรรถนะแรงงานให้สอดรับกับความต้องการของอุตสาหกรรมเป้าหมาย ซึ่งปี 2565 มีเป้าหมายพัฒนากำลังคนระดับจังหวัด 870,073 คน ดำเนินการแล้ว857,762 คน และปี 2566 มีเป้าหมาย 847,372 คน ดำเนินการแล้ว 194,075 คน (ข้อมูล ณ วันที่ 8 มิ.ย. 2566)

พล.อ.ประวิตร กล่าวอีกว่า ขอให้คณะอนุกรรมการพัฒนาแรงงานและประสานงานการฝึกอาชีพจังหวัด (กพร.ปจ.) ขับเคลื่อนงานตามแผนพัฒนากำลังคนระดับจังหวัดให้เดินหน้าต่อไปอย่างมีประสิทธิภาพ ผลักดันให้แผนพัฒนาแรงงานและประสานงานการฝึกในรายอุตสาหกรรมเป้าหมายบรรลุเป้าหมายเช่นเดียวกัน เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของประเทศ ส่งผลดีต่อคุณภาพชีวิตของแรงงานทุกกลุ่ม ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติต่อไป

ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่: 9 มิถุนายน 2566

‘ผู้กองธรรมนัส’ เปิดงานประเพณีบุญบั้งไฟ บ้านภูเงิน บ้านโพธิ์ทอง ตำบลแม่ปืม อำเภอเมืองพะเยา บรรยากาศชื่นมื่น ชูสืบสานประเพณีบุญบั้งไฟอีสานล้านนา

,

‘ผู้กองธรรมนัส’ เปิดงานประเพณีบุญบั้งไฟ บ้านภูเงิน บ้านโพธิ์ทอง ตำบลแม่ปืม อำเภอเมืองพะเยา บรรยากาศชื่นมื่น ชูสืบสานประเพณีบุญบั้งไฟอีสานล้านนา

เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2566 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ว่าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(ส.ส.)เขต 1 จังหวัดพะเยา พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) เป็นประธานพิธีเปืดงานประเพณีบุญบั้งไฟบ้านภูเงิน บ้านโพธิ์ทอง ตำบลแม่ปืม อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา ประจำปี 2566 ณ บริเวณลานอเนกประสงค์ บ้านภูเงินบ้านโพธิ์ทอง ตำบลแม่ปืม อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา โดยมีนายอัครา พรหมเผ่า นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพะเยา ,นายอนุรัตน์ ตันบรรจง ว่าที่ ส.ส.เขต 2 จังหวัดพะเยา นายนฤนาถ ไฝเครือ นายกเทศมนตรีตำบลแม่ปืม และตัวแทนหน่วยงานท้องที่ท้องถิ่นร่วมในพิธี เป็นจำนวนมาก

ขณะที่ชาวบ้านจากบ้านภูเงิน บ้านโพธิ์ทอง ตำบลแม่ปืม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวไทยอีสาน ได้พร้อมใจกันจัดขบวนแห่บั้งไฟ ขบวนรำเซิ้ง การแสดงฟ้อนรำต่างๆ เพื่อเป็นการต้อนรับอีกด้วย

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวช่วงหนึ่งว่า รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มาเป็นประธานเปิดงานประเพณีบุญบั้งไฟ อันดีงามนี้ของพ่อแม่พี่น้องชาวอีสานในพื้นที่จังหวัดพะเยาของเรา งานประเพณีบุญบั้งไฟ นับเป็นอีกหนึ่งประเพณีที่สำคัญของชาวอีสาน ทั้งยังเกี่ยวข้อง และสัมพันธ์กับวิถีชีวิต ของชาวอีสานอย่างแนบแน่นและมีคุณค่าทางสังคม และทางจิตใจของคนในชุมชน โดยแท้จริง

ทั้งนี้ ขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมมือกันอนุรักษ์พื้นฟูวัฒนธรรม ช่วยกันรักษาไว้ซึ่งขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงาม โดยตนเองยืนยันจะร่วมสืบสานและสนับสนุนประเพณีบุญบั้งไฟของชาวอีสานล้านนาในพื้นที่อำเภอเมืองพะเยาให้คงอยู่ และถ่ายทอดสู่อนุชนรุ่นหลัง อย่างมั่นคงยั่งยืน สืบไป

สำหรับกิจกรรมภายในงานประเพณีบุญบั้งไฟครั้งนี้ มีทั้งการประกวดบั้งไฟสวยงาม(บั้งไฟเอ้) ขบวนฟ้อนรำ ต่างๆ ซึ่ง ร.อ.ธรรมนัส ยังได้ร่วมถ่ายภาพ และฟ้อนรำกับขบวนของกลุ่มแม่บ้านชาวอีสานอย่างเป็นกันเอง บรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคักสนุกสนาน

ผู้สื่อข่าวรายงาน วันพรุ่งนี้ (7 มิถุนายน) ตั้งแต่เวลา 09.30-16.00 น. จะมีกิจกรรมจุดบั้งไฟปฐมฤกษ์ บั้งไฟแฟนซี และชมการแสดงบั้งไฟสวยงามบั้งไฟโบราณต่างๆ จนเสร็จสิ้น ตามประเพณีอีสานล้านนา ณ บริเวณลานกิจกรรมชั่วคราวบ้านโพธิ์ทอง หมู่ที่ 16 ตำบลแม่ปืม อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา

ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่: 07 มิถุนายน 2566

“พล.อ.ประวิตร” จูงใจพลเรือนและเอกชน เข้าร่วมพัฒนากองทัพ ใช้กลไกระบบกำลังสำรอง ดึงความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านพัฒนาศักยภาพ

,

“พล.อ.ประวิตร” จูงใจพลเรือนและเอกชน เข้าร่วมพัฒนากองทัพ ใช้กลไกระบบกำลังสำรอง ดึงความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านพัฒนาศักยภาพ

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกำลังพลสำรอง ผ่านระบบ เพื่อขับเคลื่อนกิจการกำลังพลสำรอง ภายใต้แผนแม่บทการพัฒนากิจการกำลังพลสำรองของ กห.ปี 66 -70 รองรับการปฏิรูปกองทัพสมัยใหม่ ทั้งนี้ที่ประชุมรับทราบ การเปิดให้ผู้มีความรู้ ความชำนาญเฉพาะทาง สามารถเป็นกำลังพลสำรองครั้งแรกได้โดยไม่กำหนดอายุ รวมทั้งการกำหนดแต่งตั้ง เลื่อนยศกำลังสำรองได้ถึงยศ พันเอกหรือเทียบเท่า และการกำหนดสิทธิประโยชน์ของกำลังพลสำรอง จากอันตรายหรือเจ็บป่วย พร้อมทั้งรับทราบยุทธศาสตร์พัฒนาระบบกำลังสำรอง ที่เน้นการควบคุม บริหารจัดการด้านนโยบาย การพัฒนากิจการ การเสริมสร้างเครือข่าย การปรับปรุงกฎหมาย การพัฒนาสิทธิประโยชน์และสวัสดิการ รวมทั้งการพัฒนาและปรับปรุงระบบฐานข้อมูลทรัพยากรด้านกำลังสำรองและกำลังพลสำรอง

ทั้งนี้ที่ประชุมได้ร่วมพิจารณาและเห็นชอบหลักการ รวม 3 ประเด็น คือ การปรับปรุงตำแหน่งและอัตราของหน่วยทหารรองรับการบรรจุกำลังพลสำรอง การบรรจุบุคคลพลเรือนและภาคเอกชน ที่มีความรู้ความชำนาญเฉพาะทาง และบรรจุกำลังพลสำรองให้มีชั้นยศที่เหมาะสม และการเชื่อมโยงระบบฐานข้อมูลกำลังพลสำรองกับส่วนราชการต่างๆ เพื่อการบริหารจัดการกำลังพลสำรองอย่างมีประสิทธิภาพ

พล.อ.ประวิตร กล่าวย้ำว่า ระบบกำลังสำรอง จะช่วยเสริมและพัฒนาศักยภาพกองทัพ จากบุคคลพลเรือนภายนอกกองทัพเป็นการชั่วคราวและเท่าที่จำเป็น จึงขอให้ กห.ได้ประสานส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง หารือและขอความเห็นชอบในประเด็นที่อาจไม่สอดคล้องและขัดกันในข้อกฎหมาย ทั้งนี้ ขอให้กำหนดภารกิจและตำแหน่งเฉพาะที่จำเป็น พร้อมทั้งให้ติดตามประเมินผลการใช้ตำแหน่งและอัตราที่กำหนด เพื่อช่วยเสริมศักยภาพกองทัพและใช้ประโยชน์จากระบบกำลังสำรองอย่างเต็มประสิทธิภาพ

ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่: 27 พฤษภาคม 2566

ป๊อป”นิธิ”ควง “เป้ย”ปานวาดสวมบทอีกี้-เด็กแว้นสร้างสีสันเรียกคะแนนโค้งสุดท้าย

,

ป๊อป”นิธิ”ควง “เป้ย”ปานวาดสวมบทอีกี้-เด็กแว้นสร้างสีสันเรียกคะแนนโค้งสุดท้าย

วันนี้(13 พ.ค.66 ) นายนิธิ บุญยรัตกลิน (ป๊อป) ผู้สมัคร ส.ส. เขตทวี วัฒนา-ตลิ่งชั่น(ยกเว้นแขวงบางเชือกหนัง ) พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ได้ลงพื้นที่หาเสียงพร้อมทีมงานโค้งสุดท้ายก่อนที่จะมีการเลือกตั้งในวันพรุ่งนี้(14พ.ค.) ทุ่มสุดตัวด้วยการควงภรรยา”เป้ย” ปานวาด เหมมณี บุญยรัตกลิน ร่วมหาเสียงพร้อมแปลงร่างเป็นอีกี้ สุดแซ่บ!!!! ซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ที่ป๊อปทำหน้าที่เป็นเด็กแว้น ทำให้ประชาชนในพื้นที่ต้องหันมาให้ความสนใจตลอดทางเพราะงานนี้สาวเป้ยใช้โทรโข่งพูดหาเสียงอ้อนให้ประชาชนสนับสนุนท่ามกลางอุณหภูมิที่ร้อนจัด

ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่: 13 พฤษภาคม 2566

“ผู้กองมาร์ค”เชื่อมั่นว่า ปชช.ให้โอกาสผู้แทนฯที่ลงพื้นที่และทำงานจริง วอน 14 พ.ค.นี้ เข้าคูหา ตัดสินใจเลือกจากหัวใจและสายตา

,

“ผู้กองมาร์ค”เชื่อมั่นว่า ปชช.ให้โอกาสผู้แทนฯที่ลงพื้นที่และทำงานจริง วอน 14 พ.ค.นี้ เข้าคูหา ตัดสินใจเลือกจากหัวใจและสายตา

13 พ.ค. 2566 / ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ อำนรรฆสรเดช ผู้สมัคร ส.ส.เขตบางซื่อ – ดุสิต กทม.หมายเลข 12 พรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยก่อนวันเลือกตั้ง 14 พ.ค.ว่า ตนความมั่นใจในคะแนนเสียงของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ เพราะตนทำงานในเขตบางซื่อมากว่า 13 ปี แม้ว่าจะไม่มีตำแหน่งใด ๆทางการเมืองเลย ตนได้สัมผัสกับชาวบ้าน เราร่วมทุกข์ ร่วมสุขมาด้วยกัน จึงเชื่อมั่นว่า ประชาชนจะให้โอกาสผู้แทนที่ลงพื้นที่และทำงานจริง

“หลายคนอาจจะอยากถามผมเรื่องอุดมการณ์ทางความคิดทางการเมืองของผม ซึ่งผมขอตอบตรงนี้เลยว่า ผมไม่ได้ยึดโยงที่พรรคการเมือง แต่ผมสามารถทำงานร่วมกับพรรคการเมืองใดก็ได้ ที่มีนโยบายแนวทางในการทำงานที่ตรงกัน และอะไรดีที่สุดสำหรับประเทศ เพื่อที่จะทำงานให้ตอบสนองความต้องการของประชาชนให้มากที่สุด ” ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ กล่าว

ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ กล่าวต่อว่า การพัฒนาพื้นที่บ้านเกิดของเรา ตนไม่สามารถทำคนเดียวต่างลำพังได้ แต่ตนเข้ามาขอโอกาสรับใช้พี่น้องประชาชน แล้วเราจะมาร่วมมือร่วมใจกันทำเพื่อที่จะแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนได้อย่างยั่งยืนและถาวร พรุ่งนี้จะเป็นวันที่คนไทยได้ตัดสินอนาคตของตัวเอง ขออย่าเลือกผู้สมัคร ส.ส.โดยการฟังเสียงโน้มน้าวของใคร แต่ขอให้ฟังเสียงหัวใจตัวเอง ตัดสินจากสายตาที่เคยเห็นการทำงานของผู้สมัคร

ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่: 13 พฤษภาคม 2566