โลกเปลี่ยน ไทยต้องปรับ ทางเลือกใหม่ของการเมืองไทย ก้าวข้ามความขัดแย้ง สานพลังประชาราษฎร์ ร่วมสร้างชาติให้ยั่งยืน

ป้ายกำกับ: ข่าวกิจกรรมพรรค

“รมว.ตรีนุช” หนุนพัฒนาอาชีพด้านสมุนไพรจ.สระแก้ว จัดสรรงบ 350 ลบ.เปิดร.ร.วิทยาศาสตร์จุฬาภรณ์

, , ,

“รมว.ตรีนุช”หนุนพัฒนาอาชีพด้านสมุนไพรจ.สระแก้ว จัดสรรงบ 350 ลบ.เปิดร.ร.วิทยาศาสตร์จุฬาภรณ์

‘รมว.ตรีนุช’ เปิดโครงการพัฒนาอาชีพ สร้างรายได้ให้ปชช. ดันสระแก้วเป็นเมืองสมุนไพร พร้อมทุ่ม 350 ล้าน สร้าง ร.ร.วิทยาศาสตร์จุฬาภรณ์ฯ จ.สระแก้ว เพิ่มคุณภาพ ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างโอกาสหนุน ”สระแก้วโมเดล” พัฒนาโรงเรียนคุณภาพ 58 แห่ง

เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม จังหวัดสระแก้ว น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดโครงการพัฒนาการศึกษาด้านอาชีพเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว และพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการขับเคลื่อนการดำเนินงานระหว่างสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) ละภาคีเครือข่าย ว่า เป็นหนึ่งในโครงการที่ กศน. จัดเพื่อพัฒนาการศึกษาด้านอาชีพ พัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ มีหลักการ คือ การตลาดนำการผลิต โดยจะลงพื้นที่รับฟังความต้องการและดูความพร้อมของชุมชน และสถานประกอบการ อย่างในจังหวัดสระแก้ว มีจุดแข็ง คือ สามารถเพาะปลูกขมิ้นชันที่มีคุณภาพ เพราะขมิ้นชันของจังหวัดสระแก้ว มีสารที่มีคุณค่าสูงกว่าพื้นที่อื่นๆ ทำให้เห็นว่าจังหวัดสระแก้วมีจุดแข็งเรื่องของพื้นที่ สภาพอากาศเหมาะกับการปลูกสมุนไพร สามารถผลักดันให้สระแก้วเป็นเมืองสมุนไพรได้ ถือเป็นทางเลือกหนึ่งให้ประชาชนมาสร้างรายได้ พัฒนาทักษะการปลูกพืชสมุนไพร เพิ่มมากขึ้น

น.ส.ตรีนุช กล่าวต่อว่า โครงการนี้ จะเป็นการสร้างทางเลือกให้ประชาชน มีรายได้ และพัฒนาทักษะอาชีพ โดยจะจับคู่สถานประกอบการ ทำให้ผลผลิตมีตลาดรองรับทันที ซึ่งการพัฒนาทักษะ จะเริ่มตั้งแต่พัฒนาต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ โดยร่วมมือกับภาคีเครือข่าย เช่น สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และภาคเอกชน มาบูรณาการพัฒนาทักษะให้ประชาชนร่วมกัน โครงการนี้จะเริ่มนำร่องที่จังหวัดสระแก้วก่อน อย่างไรก็ตาม ตนพบว่าในหลายพื้นที่มีศักยภาพที่จะพัฒนาได้ จึงมอบหมายให้นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการ ศธ. และนายวัลลภ สงวนนาม เลขาธิการ กศน.ไปขยายผลไปจังหวัดอื่นๆ ต่อไป

“เมื่อพูดถึงเรื่องการศึกษา ในฐานะลูกหลานชาวสระแก้วและมีโอกาสได้เข้าไปทำงานในศธ. ที่ดูแลการศึกษาในทุกมิติ ทำให้เห็นถึงข้อจำกัดในหลายเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องงบประมาณที่ถึงแม้ศธ.จะได้งบประมาณเป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศ แต่งบฯ ที่ได้มาส่วนใหญ่เป็นเรื่องของบุคลากร ทำให้งบฯพัฒนาน้อย เมื่อมีโอกาสดูเรื่องการศึกษาก็พยายามมองว่าจะสามารถพัฒนาด้านการศึกษาอะไรให้กับประเทศบนข้อจำกัดที่มีอยู่ โดย ศธ.พยายามจะมองว่าเราสามารถพัฒนาอะไรให้กับ ประเทศ และจังหวัดสระแก้วให้ได้ทุกมิติบ้าง ทั้งมิติด้านคุณภาพ มิติการลดความเหลื่อมล้ำ และมิติการสร้างโอกาส จึงเกิดเป็น”สระแก้วโมเดล” โดยการสร้างคุณภาพนั้น จะพัฒนาโรงเรียนคุณภาพ 58 โรง ในจังหวัดสระแก้ว เพื่อให้โรงเรียนเหล่านี้เป็นโรงเรียนคุณภาพอย่างแท้จริง ไม่ใช่คุณภาพแค่ชื่อ มีการจัดสื่อดิจิทัล เข้าไปในโรงเรียน ซึ่งจะช่วยลดความเหลื่อมล้ำให้เด็ก ๆ สามารถเข้าถึงข้อมูลและสื่อต่าง ๆ ได้อย่างเท่าเทียม แม้จะเป็นโรงเรียนขนาดเล็กที่อยู่ห่างไกลก็จะไม่ทอดทิ้ง แต่จะสร้างเสริมให้เข้าถึงคุณภาพให้ได้ รวมถึงได้มีการจัดครู ภาษาจีน ภาษาอังกฤษ เข้าไปเสริมให้ เพราะถือว่าภาษาก็เป็นเรื่องสำคัญ” น.ส.ตรีนุช กล่าว

รัฐมนตรีว่าการ ศธ. กล่าวต่อว่า จังหวัดสระแก้ว เป็นจังหวัดที่อยู่ติดชายแดน ตนได้ปรึกษากับผู้ว่าราชการจังหวัด ถึงการสร้างโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ในจังหวัด ซึ่งขณะนี้ สพฐ. เตรียมงบประมาณไว้แล้ว ขณะนี้ สพฐ.อยู่ระหว่างเร่งหาสถานที่ เพื่อจัดสร้างโรงเรียนด้วย พร้อมกับทำการสำรวจเด็กว่าจะมาเรียนกี่คน เมื่อสำรวจเสร็จแล้ว จะยื่นให้ที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) อนุมัติสร้างโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ต่อไป การสร้างโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์จะเป็นการเปิดโอกาสให้เด็กฐานะยากลำบากกลับเข้าสู่การศึกษาเพิ่มขึ้น

“ส่วนการสร้างโอกาสทางการศึกษา ดิฉัน เป็น ส.ส.มาหลายสมัย ประชาชนสะท้อนมาว่าอยากมีโรงเรียนดีๆ ดังๆ ในจังหวัดสระแก้ว ซึ่งหลายคนนึกถึงโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย โรงเรียนนี้เน้นสร้างเด็กมีความเก่งด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ ขณะนี้ ศธ.อยู่ระหว่างผลักดัน โดย สพฐ.เตรียมงบประมาณ และที่ดินสำหรับโรงเรียนนี้ไว้แล้ว คาดว่าจะเริ่มดำเนินการสร้างโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย จังหวัดสระแก้ว ในวันที่ 1 ตุลาคมนี้ โดยใช้งบประมาณ 350 ล้านบาท ต่อไปลูกหลานในจังหวัดสระแก้ว มีโรงเรียนคุณภาพใกล้บ้านผู้ปกครองก็ไม่ต้องส่งลูกไปเรียนในโรงเรียนไกลๆ อีกต่อไป” น.ส.ตรีนุช กล่าว

ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่: 22 สิงหาคม 2565

“รมช.อธิรัฐ”ลงพื้นที่เยี่ยมปชช.ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย มอบสิ่งของบรรเทาทุกข์เบื้องต้นในอ.ลำทะเมนชัย

, , ,

“รมช.อธิรัฐ”ลงพื้นที่เยี่ยมปชช.ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย
มอบสิ่งของบรรเทาทุกข์เบื้องต้นในอ.ลำทะเมนชัย

“รมช.อธิรัฐ”เยี่ยมประชาชนมอบเครื่องอุปโภคบริโภคที่ได้รับผลกระทบอุทกภัย อ.ลำทะเมนชัย!!! ดร.อธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ อ.ลำทะเมนชัย จ.นครราชสีมา เยี่ยมและให้กำลังใจ ผู้ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม พร้อมมอบข้าวสารอาหารแห้ง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น ที่วัดบ้านหนองโปร่ง เทศบาลตำบลหนองบัววง ศาลาประชาคมบ้านหนองบัวใหญ่ เทศบาลตำบลหนองบัววง และศาลาวัดศิริชัย เทศบาลตำบลหนองบัววง

พรรคพลังประชารัฐ เดินหน้าในการเข้าถึงดูแลประชาชนเป็นไปตามนโยบาย ที่มุ่งมั่นยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนให้กินดีอยู่ดี พร้อมการเข้าไปรับฟังปัญหา ความเดือดร้อนนำมาสู่การแก้ไขต่อไป โดยมีเป้าหมายชัดเจนในการยกระดับเศรษฐกิจฐานรากให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นและยั่งยืน


ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่: 21 สิงหาคม 2565

“พล.อ.ประวิตร”พอใจผลการขับเคลื่อนนโยบายพัฒนาที่ทำกิน กลุ่มเกษตรกรส่งคำขอบคุณช่วยพัฒนาอาชีพยกระดับรายได้

, , ,

“พล.อ.ประวิตร” พอใจผลการขับเคลื่อนนโยบายพัฒนาที่ทำกิน
กลุ่มเกษตรกรส่งคำขอบคุณช่วยพัฒนาอาชีพยกระดับรายได้

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) เปิดเผยว่าหลังจากที่ได้มอบหมาย ให้พล.ต.อ. เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน ประธานบอร์ด บจธ. (ธนาคารที่ดิน)ในการติดตาม โครงการบริหารจัดการที่ดิน อย่างยั่งยืน 12 พื้นที่ 8จังหวัด” เพื่อช่วยเหลือดูแล พี่น้องเกษตรกร ในการพัฒนาที่ดินทำกิน เพื่อสร้างอาชีพ สร้างรายได้อย่างยั่งยืน ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ตามหลักศาสตร์พระราชาพร้อมมีการตรวจเยี่ยมเกษตรกร 8 จังหวัด 12 วิสาหกิจชุมชนทั่วประเทศ ซึ่งเกษตรกรให้การตอบรับและ กล่าวขอบคุณ พลเอกประวิตร และหน่วยงาน บจธ. ที่ได้ให้ความช่วยเหลือ เพราะโครงการนี้ จะส่งผลให้พี่น้องเกษตรกรทุกครัวเรือนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น สามารถมีรายได้เลี้ยงตนเองอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้จากการตรวจเยี่ยมที่ผ่านมามีตัวแทนเกษตร พอใจกับการดำเนินโครงการดังกล่าว ส่วนใหญ่เน้นย้ำว่า โครงการต่างๆมีส่วนสำคัญ ต่อการสร้างความเป็นอยู่ทีดีขึ้น ในพื้นที่ ทั้งการพัฒนาอาชีพ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งเป็นปัจจัยที่สำคัญต่อการสร้างรายได้ที่มั่นคง สะท้อนความเห็นได้จาก นางสุมิตรา จันทราพูน สมาชิกวิสาหกิจชุมชนศาสตร์พระราชาบ้านมั่นคงเมืองแม่สอด ต.แม่ปะ อ.แม่สอด จ.ตาก ได้กล่าวว่า นับเป็นความช่วยเหลือของพล.อ. ประวิตร ที่ได้เร่งรัดให้หน่วยงานต่างๆ บูรณาการร่วมกันเพื่อพัฒนาสาธารณูปโภคพื้นฐานให้แก่ชุมชนของเรา อาทิ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอำเภอแม่สอด สำนักงานทรัพยากรน้ำบาดาล กำแพงเพชร การประปาส่วนภูมิภาคแม่สอด องค์การบริหารส่วนตำบลแม่ปะ หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 33

“โดยในวันที่ 23 สิงหาคม 2565 นายสมชัย เจริญกิจรุ่งโรจน์ ผวจ.ตาก นัดประชุมทุกภาคส่วนงานที่รับผิดชอบร่วมหารือแนวทางการบูรณาการพัฒนาพื้นที่ ในพื้นที่ พี่น้องเราต้องขอขอบคุณทาง บจธ. ที่ช่วยประสานงานในทุกๆเรื่องให้ จากเรื่องที่เราคิดว่ายากก็เป็นเรื่องง่าย ต่อไปเราก็จะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น จากระบบโครงสร้างพื้นฐาน ถนนดี มีน้ำบริโภค มีน้ำใช้ในการเกษตร มีไฟฟ้าส่องสว่าง แค่นี้พวกเราก็พอใจแล้ว ขอบคุณ บจธ. และทุกๆ หน่วยงาน”

นอกจากนี้ยังมี ผู้แทนสมาชิกวิสาหกิจชุมชนกลุ่มปฏิรูปที่ดินบ้านห้วยม่วงเพื่อการผลิตลำไยคุณภาพ โดยนายศักยะ ตั้งอยู่ ยังออกมาขอบคุณนโยบายรัฐบาล รองนายกรัฐมนตรีพลเอกประวิตรวงษ์สุวรรณ บจธ. ช่วยเหลือให้พี่น้องกลุ่มวิสาหกิจชุมชนมีที่ดินที่มั่นคง มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และตั้งใจที่จะรักษาที่ดินสืบทอดไว้ให้กับลูกหลาน ตามนโยบายของรัฐที่ต้องการแก้ไขปัญหาเรื่องที่ดิน และลดปัญหาความยากจนของประชาชน

อย่างไรก็ตาม ในการดำเนินโครงการดังกล่าว สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน ได้ร่วมประสานงานกับทุกหน่วยงานทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคร่วมบูรณาการสนับสนุน และพัฒนาสาธารณูปโภคพื้นฐาน ให้แก่กลุ่มเกษตรกรในพื้นที่โครงการฯ เพื่อเร่งสร้างความเข้มแข็งให้วิสาหกิจชุมชนเป็นต้นแบบให้แก่ชุมชนอื่นๆ ได้ในอนาคต โดยผลจากการที่ บจธ. ได้จัดให้ผู้บริหารส่วนราชการต่างๆ ได้ร่วมกันตรวจเยี่ยมผ่านระบบวิดีโอ คอนเฟอร์เรนซ์ เพื่อรับทราบปัญหาอุปสรรคในพื้นที่ พลเอกประวิตร ได้สั่งการทันที ทำให้สามารถแก้ไขปัญหาในพื้นที่ของประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนได้อย่างรวดเร็ว

ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่: 20 สิงหาคม 2565

“พล.อ.ประวิตร”รุดลงตรวจพื้นที่น่านหลัง”มู่หลาน”เข้าภาคเหนือ เร่งประเมินสถานการณ์ระดมแผนช่วยเหลือประชาชน 22 ส.ค.นี้

,

“พล.อ.ประวิตร”รุดลงตรวจพื้นที่น่านหลัง”มู่หลาน”เข้าภาคเหนือ
เร่งประเมินสถานการณ์ระดมแผนช่วยเหลือประชาชน 22 ส.ค.นี้

“พล.อ.ประวิตร” เตรียมลงพื้นที่แก้ปัญหาน้ำท่วมจังหวัดน่าน ตรวจความเสียหายจากผลกระทบของพายุโซนร้อน “มู่หลาน” เข้าท่วมพื้นที่ พร้อมเร่งรัดการก่อสร้างฝายกั้นลำน้ำซาว และวางโครงสร้างเพื่อสนับสนุนงบประมาณระยะยาว แก้ปัญหาน้ำท่วม – น้ำแล้ง

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และคณะผู้บริหารเตรียมลงพื้นที่ตรวจราชการ จ.น่าน ในวันที่ 22 สิงหาคม 2565 เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำ หลังจากในพื้นที่ได้รับผลกระทบจาก พายุดีเปรสชั่น “มู่หลาน” ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งมีปริมาณฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก ทำให้น้ำท่วมสูงในเขตเทศบาล จนเข้าขั้นวิกฤต สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง รวมถึงเดินหน้าให้ความช่วยเหลือตามนโยบายของรัฐบาล โดยมี นายวิบูรณ์ แววบัณฑิต ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นผู้สรุปภาพรวมและสถานกาณ์น้ำในพื้นที่ และรับฟังรายงานจากตัวแทนหน่วยงานราชการต่างๆ ประกอบด้วย ข้อมูลและสถานการณ์น้ำ จ.น่าน การแก้ไขปัญหาน้ำหลาก รวมถึงข้อมูลความเสียหายของพื้นที่ต่างๆ ที่ประชาชนได้รับผลกระทบ และการวางแผน ขอรับจัดสรรงบประมาณในด้านการบริหารจัดการน้ำในภาพรวมของจังหวัด ขณะเดียวกันยังได้นำเสนอความคืบหน้าแผนดำเนินโครงการก่อสร้างสะพานเชื่อมโยงเศรษฐกิจภูมิภาค ระหว่างบ้านผาเวียง อ.ฝากท่า จ.อุตรดิตถ์ และบ้านปากนาย อ.นาหมื่น จ.น่าน

นอกจากนี้ พล.อ.ประวิตร จะเดินทางไปติดตามความก้าวหน้าการดำเนินโครงการการก่อสร้างฝายกั้นลำน้ำซาว บ้านศรีเกิด อ.เมืองน่าน ที่องค์การบริหารส่วนตำบลไชยสถาน และเดินทางไปยังพื้นที่ ต.บ่อ อ.เมืองน่าน เพื่อติดตามความก้าวหน้าการช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากพายุมู่หลาน บริเวณสะพานที่ชำรุด พร้อมทั้งรับฟังการนำเสนอข้อมูลความเสียหายและการจัดสรรงบประมาณในการแก้ไขปัญหาให้แก่ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน และจะเดินทางไปพบปะประชาชนพร้อมมอบสิ่งของช่วยเหลือให้กับผู้แทนประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ จำนวน 1,000 ชุด ณ ศาลาอเนกประสงค์บ้านบ่อ

ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่: 19 สิงหาคม 2565

ส.ส.พปชร.สงขลา แนะแนวปชช.วิธีลงทะเบียนรับสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

,

ส.ส.พปชร.สงขลา แนะแนวปชช.วิธีลงทะเบียนรับสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

พรรคพลังประชารัฐ โดย “ส.ส.อรุณ สวัสดี พปชร. จ.สงขลา” มอบหมายตัวแทนและทีมงาน ลงพื้นที่พบปะและให้ความรู้เรื่องการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ตำบลบางเขียด อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา เพื่อสร้างความเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้สมัคร โดยมีประชาชนที่สนใจเข้ารับฟังจำนวนมาก ณ.วัดระฆัง

ทั้งนี้ ผู้ที่จะได้รับสิทธิ์จะต้องเป็นชาวไทย อายุ 18 ปีขึ้นไป มีรายได้ต่อคนไม่เกิน 1 แสนบาท จะต้องมีทรัพย์สิน เงินฝาก สลาก พันธบัตร และตราสารหนี้ภาครัฐไม่เกิน 100,000 บาทต่อคน ไม่มีกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์เกินกำหนด กรณีเป็นเจ้าของบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ ต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 25 ตารางวา หรือห้องชุดไม่เกิน 35 ตารางเมตร ที่ดินเพื่อการเกษตรไม่เกิน 10 ไร่ ที่ดินทั่วไปไม่เกิน 1 ไร่ ไม่มีบัตรเครดิต ไม่มีเงินกู้เกินที่กำหนด ณ.วัดระฆัง โดยมีประชาชนที่สนใจเข้ารับฟังจำนวนมาก

พรรคพลังประชารัฐ เดินหน้าในการเข้าถึงดูแลประชาชนเป็นไปตามนโยบาย ที่มุ่งมั่นยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนให้กินดีอยู่ดี พร้อมการเข้าไปรับฟังปัญหา ความเดือดร้อนนำมาสู่การแก้ไขต่อไป โดยมีเป้าหมายชัดเจนในการยกระดับเศรษฐกิจฐานรากให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นและยั่งยืน


ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่: 19 สิงหาคม 2565

ส.ส.พปชร.เพชรบุรี ร่วมสืบสานประเพณีกินข้าวห่อกระเหรี่ยง แข่งขันกีฬาส่งเสริมสุขภาพชุมชน

,

ส.ส.พปชร.เพชรบุรี ร่วมสืบสานประเพณีกินข้าวห่อกระเหรี่ยง แข่งขันกีฬาส่งเสริมสุขภาพชุมชน

พรรคพลังประชารัฐ โดย “ส.ส.สุชาติ อุสาหะ พปชร. จ.เพชรบุรี” เป็นประธานเปิดงานการแข่งขันกีฬาข้าวห่อบ้านลิ้นช้าง “อั๊งมีทองคัพ” ครั้งที่ 21 ประจำปี 2565 อำเภอหนองหญ้าปล้อง จังหวัดเพชรบุรี เนื่องในประเพณีข้าวห่อกระเหรี่ยง ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ซึ่งปีนี้จัดขึ้นในวันที่ 12-30 สิงหาคม 2565 ณ องค์การบริหารส่วนตำบลยางน้ำกลัดใต้ อำเภอหนองหญ้าปล้อง จังหวัดเพชรบุรี

สำหรับวัตถุประสงค์การจัดงานในครั้งนี้ เพื่อร่วมสืบสานขนบธรรมเนียมประเพณีไทยพื้นบ้านของจังหวัดเพชรบุรีให้คงอยู่คู่ลูกคู่หลาน ทั้งยังเป็นการส่งเสริมและเสริมสร้างสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงด้วยการเล่นกีฬาและห่างไกลจากยาเสพติด ควบคู่กับการสานความสัมพันธ์และความสามัคคีภายในชุมชน

พรรคพลังประชารัฐ เดินหน้าในการเข้าถึงดูแลประชาชนเป็นไปตามนโยบาย ที่มุ่งมั่นยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนให้กินดีอยู่ดี พร้อมการเข้าไปรับฟังปัญหา ความเดือดร้อนนำมาสู่การแก้ไขต่อไป โดยมีเป้าหมายชัดเจนในการยกระดับเศรษฐกิจฐานรากให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นและยั่งยืน

ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่: 19 สิงหาคม 2565

ส.ส.พปชร. เพชรบุรี ร่วมกับชุมชน กำหนดจุดเสี่ยงป้องกันอุบัติเหตุ เพิ่มความปลอดภัยให้ประชาชน

,

ส.ส.พปชร. เพชรบุรี ร่วมกับชุมชน กำหนดจุดเสี่ยงป้องกันอุบัติเหตุ เพิ่มความปลอดภัยให้ประชาชน

พรรคพลังประชารัฐ โดย “ส.ส.กฤษณ์ แก้วอยู่ พปชร. จ.เพชรบุรี” เปิดโครงการจัดการจุดเสี่ยงเพื่อป้องกันอุบัติเหตุทางถนนในชุมชน ที่บ้านนาขลู่ ตำบลนาพันสาม อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี เพื่อวางแผนในการดำเนินการและร่วมกันกำหนดแนวทางแก้ปัญหา เพื่อสำรวจข้อมูลและวิเคราะห์สาเหตุการเกิดอุบัติเหตุทางถนนในชุมชน ในการสร้างความปลอดภัยให้กับชาวบ้านในชุมชน

ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวต้องการส่งเสริมให้ชุมชนได้มีส่วนร่วมในการจัดการ และปรับปรุงจุดเสี่ยงอันตรายไม่น้อยกว่า 60% พร้อมทั้งปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงเพื่อป้องกันอุบัติเหตุทางถนนในชุมชน เพื่อป้องกันและลดปัญหาการเกิดอุบัติเหตุทางถนนในชุมชนลดลง

พรรคพลังประชารัฐ เดินหน้าในการเข้าถึงดูแลประชาชนเป็นไปตามนโยบาย ที่มุ่งมั่นยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนให้กินดีอยู่ดี พร้อมการเข้าไปรับฟังปัญหา ความเดือดร้อนนำมาสู่การแก้ไขต่อไป โดยเรามีเป้าหมายชัดเจนในการยกระดับเศรษฐกิจฐานรากให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และยั่งยืน

ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่: 19 สิงหาคม 2565

ส.ส.พปชร.ชลบุรี มอบข้าวสารอาหารแห้ง บรรเทาทุกข์-บำรุงสุข กลุ่มผู้เปราะบาง

,

ส.ส.พปชร.ชลบุรี มอบข้าวสารอาหารแห้ง บรรเทาทุกข์-บำรุงสุข กลุ่มผู้เปราะบาง

พรรคพลังประชารัฐ โดย “ส.ส.รณเทพ อนุวัฒน์ พปชร. จ.ชลบุรี” ลงพื้นที่เยี่ยมเยียมพี่น้องประชาชน พร้อมนำเครื่องอุปโภคบริโภค ทั้งข้าวสาร ไข่ไก่ น้ำดื่ม หน้ากากอนามัย และบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป จำนวน 167 ชุด มามอบให้กับกลุ่มผู้สูงอายุที่ไม่มีรายได้ จำนวน 9 หมู่บ้าน ในพื้นที่ตำบลหนองเหียง ณ ศาลาเอนกประสงค์ หมู่ 7 ตำบลหนองเหียง อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี

การลงพื้นที่ในครั้งนี้เป็นหนึ่งในกิจกรรรม เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชนนีพันปีหลวง เพื่อบรรเทาทุกข์และดูแลความเป็นอยู่ให้กับพี่น้องประชาชน ให้อยู่ดีกินดี มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของพรรคพลังประชารัฐ ที่ต้องการแก้ไขปัญหาและดูแลเรื่องปากท้องของคนไทย

พรรคพลังประชารัฐ เดินหน้าในการเข้าถึงดูแลประชาชนเป็นไปตามนโยบาย ที่มุ่งมั่นยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนให้กินดีอยู่ดี พร้อมการเข้าไปรับฟังปัญหา ความเดือดร้อนนำมาสู่การแก้ไขต่อไป โดยมีเป้าหมายชัดเจนในการยกระดับเศรษฐกิจฐานรากให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นและยั่งยืน

ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่: 19 สิงหาคม 2565

สส.พปชร. จ.ฉะเชิงเทรา รับฟังปัญหาการค้าชายแดนไทย-เมียนมาฝั่ง จ.เชียงราย สู่การแก้ไขทุกมิติ

,

สส.พปชร. จ.ฉะเชิงเทรา รับฟังปัญหาการค้าชายแดนไทย-เมียนมาฝั่ง จ.เชียงราย สู่การแก้ไขทุกมิติ

พรรคพลังประชารัฐ โดย “ส.ส.สุชาติ ตันเจริญ พปชร. จ.ฉะเชิงเทรา” และรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ลงพื้นที่ จ.เชียงราย เพื่อรับฟังปัญหาและความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ ทางด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน รวมถึงปัญหาสถานการณ์ด้านความมั่นคงบริเวณชายแดนไทย – เมียนมา ตลอดจนแนวทางการก่อสร้างสะพานข้ามถาวรระหว่างไทยและสปป.ลาว ในพื้นที่ อำเภอเชียงเเสน จังหวัดเชียงราย เพื่อติดตามรับฟังปัญหาในพื้นที่

ทั้งนี้ ส.ส.สุชาติ ยังได้ติดตามปัญหาการค้ามนุษย์ และศึกษาดูงาน ณ เขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจของ สปป.ลาว โดยมุ่งเน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในการรองรับการดำเนินการค้า การลงทุน การท่องเที่ยวและบริการ และยังได้ร่วมปรึกษาหารือกับผู้บริหารระดับสูงของสภากรรมการบริหารเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ เพื่อผลักดันความร่วมมือระหว่างกัน

พรรคพลังประชารัฐ เดินหน้าในการเข้าถึงดูแลประชาชนในทุกพื้นที่ ตามนโยบาย ที่มุ่งมั่นยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนให้กินดีอยู่ดี พร้อมการเข้าไปรับฟังปัญหา ความเดือดร้อนนำมาสู่การแก้ไขต่อไป โดยมีเป้าหมายชัดเจนในการยกระดับเศรษฐกิจฐานรากให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และยั่งยืน

ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่: 17 สิงหาคม 2565

“รมช.สันติ”เตรียมพร้อมรับลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ดึง37 องค์กร สร้างฐานข้อมูลผู้มีรายได้น้อยเข้าถึงระบบ

,

“รมช.สันติ”เตรียมพร้อมรับลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
ดึง37 องค์กร สร้างฐานข้อมูลผู้มีรายได้น้อยเข้าถึงระบบ

ผนึก 37 องค์กร เตรียมให้บริการประชาชน ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ !!! นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือในการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐปี 2565 โดยมีหน่วยงานที่เข้าร่วมในพิธีทั้งสิ้น 37 หน่วยงาน เพื่อเป็นการปรับปรุงฐานข้อมูลผู้มีรายได้น้อยให้เป็นปัจจุบัน ตลอดจนเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดสรรสวัสดิการให้แก่ประชาชนที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย และมีการเพิ่มเติมคุณสมบัติในการคัดกรองเพื่อเพิ่มความแม่นยำในการระบุตัวตนผู้มีรายได้น้อยให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตามคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคมได้กำหนดวันลงทะเบียนโครงการฯ เป็นช่วงระหว่างวันที่ 5 กันยายน – 19 ตุลาคม 2565 โดยประชาชนที่มีคุณสมบัติและต้องการได้รับสวัสดิการภายใต้โครงการฯ ปี 2565 ทุกคนจะต้องลงทะเบียนใหม่ ผ่านช่องทางการลงทะเบียนทางเว็บไซต์ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th หรือhttps://welfare.mof.go.th และช่องทางการลงทะเบียน ณ หน่วยงาน
สำหรับจุดรับลงทะเบียนในพื้นที่ทั่วประเทศ ได้แก่ สำนักงานคลังจังหวัด ที่ว่าการอำเภอทุกอำเภอ สำนักงานเขตกรุงเทพมหานคร สำนักงานเมืองพัทยา สาขาธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาธนาคารออมสิน และสาขาธนาคารกรุงไทย จํากัด (มหาชน) รวมทั้งจุดให้บริการของธนาคารดังกล่าวมากกว่า 7,000 แห่ง โดยประชาชนสามารถดูรายละเอียดการดำเนินโครงการฯ เพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th หรือ https://welfare.mof.go.th

หน่วยงานที่เข้าร่วมรับลงทะเบียน จำนวน 7 หน่วยงาน ได้แก่ ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กรมบัญชีกลาง (สำนักงานคลังจังหวัด) กรมการปกครอง (ที่ว่าการอำเภอทุกอำเภอ) กรุงเทพมหานคร (สำนักงานเขต) และสำนักงานเมืองพัทยา และหน่วยตรวจสอบคุณสมบัติที่มาเข้าร่วมพิธีลงนามวันนี้ จำนวน 33 หน่วยงาน จากหน่วยตรวจสอบคุณสมบัติทั้งสิ้น 47 หน่วยงาน เนื่องจาก ธนาคารแห่งประเทศไทยและสมาคมธนาคารไทยจะเป็นผู้แทนในการลงนามของธนาคารพาณิชย์และบริษัทเงินทุน สำหรับ หน่วยงานตรวจสอบคุณสมบัติที่เข้าร่วมลงนามในวันนี้ ได้แก่ กรมบัญชีกลาง กรมสรรพากร กรมการปกครอง กรมส่งเสริม การปกครองท้องถิ่น กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา กรมที่ดิน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานประกันสังคม สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม การยางแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กรมการขนส่งทางบก กรมการกงสุล กรมราชทัณฑ์ กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กรมกิจการเด็กและเยาวชน กรมกิจการผู้สูงอายุ กรมควบคุมโรค สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กรมหม่อนไหม การท่าเรือแห่งประเทศไทย การรถไฟแห่งประเทศไทย ธนาคารแห่งประเทศไทย ธนาคารออมสิน
ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด และบริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด รวมทั้งหน่วยงานภายใต้กระทรวงการคลัง ได้แก่ สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง และสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ซึ่งหน่วยงานทั้งหมดจะร่วมมือกันดำเนินการในโครงการฯ ปี 2565 เช่น การรับลงทะเบียน การตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ลงทะเบียน การประมวลผล การจัดทำฐานข้อมูล การประกาศผลผู้มีสิทธิ์ เป็นต้น ให้สำเร็จลุล่วงได้อย่างราบรื่นภายในระยะเวลาที่กำหนด

ที่มา : ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
เมื่อวันที่ : 16 สิงหาคม 2565

ส.ส.พปชร.นครสวรรค์ ร่วมสืบสานประเพณีทิ้งกระจาด แจกถุงยังชีพบรรเทาความเดือดร้อนปชช.

,

ส.ส.พปชร.นครสวรรค์ ร่วมสืบสานประเพณีทิ้งกระจาด แจกถุงยังชีพบรรเทาความเดือดร้อนปชช.

พรรคพลังประชารัฐ โดย “ส.ส.สัญญา นิลสุพรรณ พปชร. จ.นครสวรรค์” พร้อมด้วย คุณพิมพ์ปวีณ์ นิลสุพรรณ เลขาฯนายก อบจ.นว. ร่วมกันมอบถุงยังชีพในประเพณีทิ้งกระจาด ประกอบด้วยข้าวสาร อาหารแห้ง และเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น เพื่อบรรเทาและแบ่งเบาภาระให้กับชาวบ้านและผู้ยากไร้ ซึ่งจัดประเพณีโดยคณะกรรมการจัดงานประเพณีแห่เจ้าพ่อ-เจ้าแม่บรรพตพิสัยณ ณ ศาลเจ้าส้มเสี่ยว อำเภอบรรพตพิสัย จังหวัดนครสวรรค์

สำหรับประเพณีทิ้งกระจาด ถือเป็นงานบุญที่ยิ่งใหญ่ที่ปฏิบัติสืบทอดมาตั้งแต่สมัยพุทธกาล เพราะถือว่าเป็นประเพณีการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่เพื่อนมนุษย์ที่ล่วงลับไปแล้ว ทั้งที่เป็นญาติและไม่เป็นญาติพร้อมกับทำทานให้แก่ผู้ยากไร้

พรรคพลังประชารัฐ เดินหน้าในการเข้าถึงดูแลประชาชนเป็นไปตามนโยบาย ที่มุ่งมั่นยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนให้กินดีอยู่ดี พร้อมการเข้าไปรับฟังปัญหา ความเดือดร้อนนำมาสู่การแก้ไขต่อไป โดยเรามีเป้าหมายชัดเจนในการยกระดับเศรษฐกิจฐานรากให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และยั่งยืน

ที่มา : ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
เมื่อวันที่ : 11 สิงหาคม 2565

ส.ส.พปชร.นครราชสีมา ดูแลผู้ประสบภัยน้ำท่วม มอบถุงยังชีพบรรเทาทุกเบื้องต้น

,

ส.ส.พปชร.นครราชสีมา ดูแลผู้ประสบภัยน้ำท่วม มอบถุงยังชีพบรรเทาทุกเบื้องต้น

พรรคพลังประชารัฐ โดย “ส.ส.ทัศนียา รัตนเศรษฐ พปชร. จ.นครราชสีมา” พร้อมด้วย นายตติรัฐ รัตนเศรษฐ เลขานุการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา เพื่อนำถุงยังชีพและข้าวสาร มามอบให้กับผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ต่างๆ ในตำบลรังกาใหญ่ ตำบลโบสถ์ ตำบลในเมือง อาทิ วัดพัฒนาราม วัดพุทรา ศาลาบ้านหนองไทร วัดหนองขาม วัดวังหิน วัดดอนแซะ วัดใหม่ประตูชัย วัดเดิม ศาลาบ้านกอก และวัดบ้านขาม

ทั้งนี้ การลงพื้นที่ในครั้งนี้ เพื่อดูแลและบรรเทาทุกข์ความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมบ้านเรือนและพื้นที่ทำกิน ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของพรรคพลังประชารัฐ ที่ต้องการแก้ไขและดูแลเรื่องปัญหาปากท้องของคนไทยให้กินดีอยู่ดีและมีความสุขอย่างยั่งยืน

พรรคพลังประชารัฐ เดินหน้าในการเข้าถึงดูแลประชาชนเป็นไปตามนโยบาย ที่มุ่งมั่นยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนให้กินดีอยู่ดี พร้อมการเข้าไปรับฟังปัญหา ความเดือดร้อนนำมาสู่การแก้ไขต่อไป โดยเรามีเป้าหมายชัดเจนในการยกระดับเศรษฐกิจฐานรากให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และยั่งยืน

ที่มา : ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
เมื่อวันที่ : 11 สิงหาคม 2565