โลกเปลี่ยน ไทยต้องปรับ ทางเลือกใหม่ของการเมืองไทย ก้าวข้ามความขัดแย้ง สานพลังประชาราษฎร์ ร่วมสร้างชาติให้ยั่งยืน

ผู้เขียน: pprpadmin

“ส.ส.สะถิระ”เสนอสภาฯตั้ง กมธ.ศึกษาแนวทาง โอนย้ายบริการไฟฟ้าของชาวสัตหีบ จากไฟฟ้าสวัสดิการสัมปทานกองทัพเรือ ไปให้ไฟฟ้าส่วนภูมิภาคดูแลแทนบรรเทาความเดือดร้อนให้ ปชช.

,

“ส.ส.สะถิระ”เสนอสภาฯตั้ง กมธ.ศึกษาแนวทาง โอนย้ายบริการไฟฟ้าของชาวสัตหีบ จากไฟฟ้าสวัสดิการสัมปทานกองทัพเรือ ไปให้ไฟฟ้าส่วนภูมิภาคดูแลแทนบรรเทาความเดือดร้อนให้ ปชช.

นายสะถิระ เผือกประพันธุ์ ส.ส.ชลบุรี เขต 1 พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)เปิดเผยว่า ตนได้เสนอญัตติด่วนเพื่อขอให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาแนวทางการมอบหน้าที่การให้บริการไฟฟ้า อำเภอสัตหีบ จากกิจการไฟฟ้าสวัสดิการสัมปทาน กองทัพเรือ ไปเป็นหน้าที่ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคโดยตรง เพราะในตอนนี้พี่น้องประชาชน อำเภอสัตหีบ ทั้ง ๕ ตำบล ตำบลแสมสาร ตำบลพลูตาหลวง ตำบลสัตหีบ ตำบลบางเสร่ และตำบลนาจอมเทียน ประสบปัญหาได้รับความเดือดร้อนจากการให้บริการไฟฟ้า โดยกิจการไฟฟ้าสวัสติการสัมปทานกองทัพเรือ ทั้งการขยายเขตไฟฟ้า ไฟดับ ไฟตก ค่าไฟ รวมถึง สิทธิประโยชน์ของผู้ใช้ไฟฟ้าเมื่อเทียบกับไฟฟ้าส่วนภูมิภาค

นายสะถิระ กล่าวต่อว่า การขยายเขตไฟฟ้าพี่น้องประชาชนอำเภอสัตหีบ ยังไม่มีไฟฟ้าถาวรใช้อีกหลายครัวเรือน รวมถึงการเพิ่มขนาดกระแสไฟฟ้าในแต่ละครัวเรือน ซึ่งปัจจุบันกระแสไฟฟ้าในอำเภอสัตหีบตกบ่อยมาก ทำให้อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า ได้รับความเสียหาย ทำให้พี่น้องประชาชนอำเภอสัตหีบ มีค่าใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้นตลอดหลายปีที่ผ่านมา

“การให้บริการไฟฟ้า โดยการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ซึ่งเป็นการให้บริการไฟฟ้าหลักของคนไทยทั้งประเทศ ควรเข้ามาให้บริการไฟฟ้าประชาชนอำเภอสัตหีบ เช่นเดียวกับพื้นที่อื่น ๆ ผมจึงขอเสนอญัตติด่วนดังกล่าว เพื่อตั้ง กมธ.ศึกษาให้ประชาชนอำเภอสัตหีบได้รับการบริการสาธารณะชั้นพื้นฐาน เช่นเดียวกับคนไทยทั้งประเทศ และเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนโดยด่วน”นายสะถิระ กล่าว

ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่: 2 สิงหาคม 2566

“พล.อ.ประวิตร” มุ่งมั่นแก้ไขปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชน ตามคำมั่น 4 ปีที่ผ่านมาวางรากฐานพัฒนาแหล่งน้ำกว่า 2 หมื่นแห่งเพิ่มคุณภาพชีวิต เอาประโยชน์ ปชช.เป็นที่ตั้ง

,

“พล.อ.ประวิตร” มุ่งมั่นแก้ไขปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชน ตามคำมั่น 4 ปีที่ผ่านมาวางรากฐานพัฒนาแหล่งน้ำกว่า 2 หมื่นแห่งเพิ่มคุณภาพชีวิต เอาประโยชน์ ปชช.เป็นที่ตั้ง

1 สิงหาคม 2566 พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) โดยพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรค และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ยังคงมุ่งมั่นแก้ไขปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชน ตามคำมั่นที่ให้กับประชาชน “ จะก้าวข้ามความขัดแย้ง ทำให้พี่น้องคนไทยอยู่ดีกินดี” เพราะทุกปัญหาของประชาชนเขารอไม่ได้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ตนได้ผลักดันและขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อต้องการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มุ่งมั่นแก้ปัญหาเรื่องปากท้องประชาชน ให้คนไทยกินดีอยู่ดี ตามแนวทางและนโยบายของพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งอาชีพของประชากรไทยส่วนใหญ่คือเกษตรกร การพัฒนาแหล่งน้ำ จึงเป็นต้นทุนการประกอบอาชีพที่สำคัญ ที่ได้วางรากฐานการจัดหาน้ำให้เพียงพอตลอดทั้งปี และยังสามารถรับมือกับภัยแล้ง และอุทกภัยที่อาจจะเกิดขึ้น เช่นในขณะนี้ ที่ภาวะอากาศในประเทศไทยร้อน ฝนไม่ตกตามฤดูกาล นับเป็นเป้าหมายสำคัญของการพัฒนาแหล่งน้ำที่ยั่งยืน เพื่อลดผลกระทบ ม่ให้ประชาชนเกิดความเดือดร้อนในการประกอบอาชีพ และสามารถสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีน้ำใช้ในการอุปโภค-บริโภค และภาคการเกษตร

พล.อ.ประวิตร กล่าวต่อว่า รัฐบาลได้สนับสนุนงบกลาง มาใช้ในโครงการบรรเทาผลกระทบภัยแล้ง และป้องกันน้ำท่วม โดยบูรณาการทุกหน่วยงานภายใต้การบริหารคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ(กนช.) ที่ได้ผลักดันในการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดเล็ก ระบบกระจายน้ำเพื่อสนับสนุนน้ำอุปโภค-บริโภค รวมถึงการเกษตรครอบคลุมทั่วทั้งประเทศ รวมทั้งสิ้น 26,830 แห่ง เช่น การขุดเจาะบ่อบาดาล แหล่งน้ำสำรองเพื่อผลิตน้ำประปา ก่อสร้างฝายและสระเก็บน้ำเพื่อการเกษตร ขุดลอกคลอง และกำจัดวัชพืช ถือว่ามีความจำเป็นเร่งด่วนและสามารถแก้ไขปัญหาให้ประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย

ทั้งนี้ยังมีแผนการพัฒนาโครงการอ่างเก็บน้ำในหลายแห่งที่ยังประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำ อาทิ โครงการอ่างเก็บน้ำแม่ตาช้าง ต.ป่าแดด จ.เชียงราย เพื่อใช้เป็นแหล่งน้ำในการอุปโภคบริโภค และประกอบอาชีพทางการเกษตร หลังจากที่ประชาชนรอคอยมายาวนานถึง 30 ปี เราได้บูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สานฝันให้ประชาชนจนเป็นผลสำเร็จ ซึ่งในปี 2569 ประชาชนในพื้นที่ ต.ป่าแดด จ.เชียงราย และในพื้นที่ใกล้เคียง จะมีแหล่งน้ำไว้ใช้อุปโภค บริโภค และภาคการเกษตร เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี มั่นคง และยั่งยืน ให้กับคนลุ่มน้ำลาวตอนกลาง และตอนล่าง

“การทำงานของผมตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ไม่เคยมีวันใดที่หยุดพัก ดีใจที่ได้ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชน ผมอาจจะเป็นคนพูดไม่เก่ง ไม่เคยออกมาบรรยายสรรพคุณ คุณงามความดีต่อสาธารณชน เพราะผมเชื่อว่า การทำงานจะต้องวัดจากผลงานที่เป็นประจักษ์ มิใช่การวัดเอาจากคำพูด โดยการเอาประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง เพราะโครงการต่างๆ จะส่งผลให้สามารถเก็บกักน้ำในช่วงฤดูฝนใช้ประโยชน์ในช่วงหน้าแล้งได้รวม 742 ล้าน ลบ.ม. และยังสามารถนำน้ำบาดาลมาใช้ได้ถึง 91 ล้าน ลบ.ม. โดยมีน้ำดิบผลิตประปาได้อีก 62 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งเกิดประโยชน์โดยตรงกับประชาชนถึง 3.65 ล้านครัวเรือน ครอบคลุมพื้นที่กว่า 7.5 ล้านไร่”พล.อ.ประวิตร กล่าว

ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่: 1 สิงหาคม 2566

“ไผ่ ลิกค์”ชงญัตติเข้าสภาฯ ตั้ง กมธ.พิจารณาบุหรี่ไฟฟ้า ชี้ ต้องมีกฎหมายรองรับ ตอบให้ชัด ข้อดี-ข้อเสีย วิธีรับมือการใช้

,

“ไผ่ ลิกค์”ชงญัตติเข้าสภาฯ ตั้ง กมธ.พิจารณาบุหรี่ไฟฟ้า ชี้ ต้องมีกฎหมายรองรับ ตอบให้ชัด ข้อดี-ข้อเสีย วิธีรับมือการใช้

1 สิงหาคม 2566นายไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร เขต 1 พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)เปิดเผยว่า ในขณะนี้สภาผู้แทนราษฎรได้บรรจุญัตติด่วนที่ตนเสนอไป เพื่อขอให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาผลประโยชน์ของการมีกฎหมายควบคุมกำกับบุหรี่ไฟฟ้าแล้ว โดยตนเห็นว่า ปัจจุบันบุหรี่ไฟฟ้าเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น แต่ยังไม่มีกฎหมายรองรับและวิธีรับมือกับการบริโภค และการนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้า แต่สภาพความเป็นจริงเราสามารถพบเห็นการใช้บุหรี่ไฟฟ้าอย่างแพร่หลาย มีการนำเสนอเพื่อผลกำไรผ่านทางช่องทางสื่ออินเทอร์เน็ต โดยไม่มีการเสียภาษีทำให้รัฐเสียประโยชน์

นายไผ่ กล่าวต่อว่า ในส่วนเกษตรกรผู้ปลูกใบยาสูบในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างได้รับผลกระทบจากปริมาณการรับซื้อลดลงอย่างมาก ทั้งจากมาตรการด้านสุขภาพและการลักลอบนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้า จนทำให้ราคาใบยาสูบตกต่ำมาอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งข้อมูลข้อดีข้อเสียของบุหรี่ไฟฟ้า โทษต่อสุขภาพของบุหรี่ไฟฟ้า ยังเป็นที่สงสัยว่าเป็นโทษต่อร่างกายมากน้อยเพียงใด

“ผมจึงขอเสนอให้สภาฯมาศึกษา และวางแนวทางเพื่อออกกฎหมายในการกำกับดูแลบุหรี่ไฟฟ้าอย่างเร่งด่วน เพราะขณะนี้เด็กและเยาวชนมีการใช้การอย่างแพร่หลาย ทั้งที่แนวทางบุหรี่ไฟฟ้าของประเทศไทย ยังไม่มีงานวิจัยที่สามารถยืนยันได้อย่างแน่ชัดว่าบุหรี่ไฟฟ้ามีอันตรายน้อยกว่าบุหรี่มวนหรือไม่ มีแต่การกล่าวอ้างว่า ไอบุหรี่ไฟฟ้าส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจ ทำให้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและโรคมะเร็ง ซึ่งถือเป็นประเด็นที่น่าเป็นห่วงถึงผลกระทบต่อสุขภาพจากบุหรี่ไฟฟ้า จึงต้องมีการออกมาตรการควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าให้เข้มงวดมากยิ่งขึ้น”นายไผ่ กล่าว

ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่: 1 สิงหาคม 2566

“ส.ส อรรถกร”ยื่นญัตติด่วนขอสภาฯตั้ง กมธ.แก้ไขราคากุ้งตกต่ำ หาทางช่วยเกษตรกรเลี้ยงกุ้งเดือดร้อนหนัก หลังมีการนำเข้าจาก ตปท.ย้ำ รัฐต้องเร่งจัดการก่อนปัญหาบานปลาย

,

“ส.ส อรรถกร”ยื่นญัตติด่วนขอสภาฯตั้ง กมธ.แก้ไขราคากุ้งตกต่ำ หาทางช่วยเกษตรกรเลี้ยงกุ้งเดือดร้อนหนัก หลังมีการนำเข้าจาก ตปท.ย้ำ รัฐต้องเร่งจัดการก่อนปัญหาบานปลาย

31 กรกฎาคม 2566 นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(สส.)จ.ฉะเชิงเทรา เขต 2 พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)เปิดเผยว่า ตนได้เสนอญัตติด่วน เพื่อขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาราคากุ้งตกต่ำ เนื่องจากในขณะนี้ ผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งทั้งขนาดกลาง และขนาดย่อยกำลังได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก เนื่องจากราคากุ้งเลี้ยงตกต่ำอย่างรวดเร็ว โดยมีสาเหตุส่วนหนึ่งหลังจากการที่ คณะกรรมการบริหารจัดการห่วงโช่การผลิตกุ้งทะเลและผลิตภัณฑ์ (Shrimp Board) หรือบอร์ดกุ้งอนุมัติการนำเข้ากุ้งจากเอกวาดอร์และอินเดียเข้ามา โดยอ้างว่าเกษตรกรไทยมีโครงการประกันราคากุ้งอยู่แล้ว

“ปัญหาการขาดทุนจากการเลี้ยงกุ้งของเกษตรกร เกิดมาจากราคาน้ำมันเซื้อเพลิงมีราคาสูง และ มีโรคระบาดในกุ้ง ประกอบกับราคาประกันขั้นต่ำที่ห้องเย็นตั้งไว้นั้นเท่ากับราคาตันทุนการผลิตที่ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายอย่างอื่น ซึ่งเท่ากับเป็นการบังคับให้เกษตรกรขายในราคาขาดทุน ทำให้เกษตรกรประสบปัญหาหนี้สิน”นายอรรถกร กล่าว

นายอรรถกร กล่าวต่อว่า แม้ราคากุ้งจะถูกกำหนดโดยคณะกรรมการบริหารจัดการห่วงโซ่การผลิตกุ้งทะเลและผลิตภัณฑ์ (Shrimp Board) แต่ราคาของจริงไม่ได้ตามที่คณะกรรมการฯ กำหนด จึงต้องการให้รัฐช่วยลดภาระต้นทุนของเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง เช่น ค่าอาหารกุ้ง ค่าปู่น ค่าไฟฟ้า ซึ่งส่งผลกระทบต่อกำไรของเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง หากภาครัฐไม่ดำเนินมาตรการอย่างเป็นรูปธรรม ปัญหาอาจบานปลายได้

“ผมจึงขอให้สภาฯตั้ง กมธ.ศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาราคากุ้งดังกล่าว เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรรายย่อยโดยเร่งด่วน เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับประโยชน์สำคัญของแผ่นดินและประชาชนจึงมีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะรักษาความมั่นคง ของประเทศในทางเศรษฐกิจและสังคม โดยญัตติที่ผมเสนอไปได้ถูกบรรจุในระเบียบวาระการประชุมสภาฯเรียบร้อยแล้ว ซึ่งผมหวังว่าจะสามารถช่วยแก้ไขความเดือดร้อนของเกษตรกรได้ทันท่วงที”นายอรรถกร กล่าว

ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่: 31 กรกฎาคม 2566

‘พลเอกประวิตร-ผู้กองธรรมนัส’ ร่วมทำบุญพิธียกช่อฟ้าอุโบสถ วัดโพสพผลเจริญ จังหวัดปทุมธานี ขณะที่ ปชช.ในพื้นที่รอให้กำลังใจจำนวนมาก

,

‘พลเอกประวิตร-ผู้กองธรรมนัส’ ร่วมทำบุญพิธียกช่อฟ้าอุโบสถ วัดโพสพผลเจริญ จังหวัดปทุมธานี ขณะที่ ปชช.ในพื้นที่รอให้กำลังใจจำนวนมาก

วันที่ 30 กรกฎาคม 2566 พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีในฐานะ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)เป็นประธานในพิธียกช่อฟ้า อุโบสถวัดโพสพผลเจริญ ตำบลคูคต อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี โดยมีร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า สส.จังหวัดพะเยา ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ,พล.อ.กฤษณ์โยธิน ศศิพัฒนวงษ์ นายทะเบียนพรรคพลังประชารัฐ
และนายสุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ ร่วมพิธีด้วย

ทั้งนี้ ก่อนที่พลเอกประวิตร จะเดินทางมาถึงที่วัดมีฝนตกโปรยปรายลงมา แต่ทันทีที่พลเอกประวิตร และคณะมาถึงฝนก็ได้หยุด และมีประชาชนมารอให้การต้อนรับจำนวนมาก พร้อมกันนี้ยังขอถ่ายรูป รวมถึงนำผ้าขาวม้ามาผูกที่เอวของพลเอกประวิตร พร้อมส่งเสียงเชียร์บอกให้สู้ๆ และเรียกนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 อีกด้วย ซึ่งพลเอกประวิตร มีสีหน้า สดชื่น ยิ้มแย้มแจ่มใส

เวลา 13.19 น. พลเอกประวิตร พร้อมด้วย ร้อยเอกธรรมนัส และนายสุรทิน ได้ร่วมพิธียกช่อฟ้าอุโบสถฯ จนเสร็จสิ้นพิธี ท่ามกลางคำกล่าว “สาธุ สาธุ สาธุ” จากพุทธศาสนิกชนที่มาร่วมในพิธีเป็นจำนวนมาก จากนั้นพลเอกประวิตร ได้นำคณะไปปลูกต้นพยุง ไม้มงคล และร่วมพิธีเสริมดวงชะตาเพื่อความเป็นสิริมงคล ซึ่งในช่วงทำพิธีดังกล่าว ทางวัดขอให้สื่อมวลชนออกไปรอภายนอกโบสถ์ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือจากสื่อมวลชนเป็นอย่างดี

มีรายงานว่า หลังเสร็จพิธีแล้ว พลเอกประวิตร ยังได้ทักทายประชาชนที่รอให้กำลังใจ ก่อนจะเดินขึ้นรถกลับทันที ไม่ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนแต่อย่างใด

ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่: 30 กรกฎาคม 2566

“พล.อ. ประวิตร” ขอแสดงความเสียใจกับ พี่น้องปชช.ต.มูโน๊ะ ประสบเหตุโรงงานประทัดระเบิด มอบ สส.พปชร เร่งดูแล ปชช.ในพื้นที่ลดความเดือดร้อน

,

“พล.อ. ประวิตร” ขอแสดงความเสียใจกับ พี่น้องปชช.ต.มูโน๊ะ ประสบเหตุโรงงานประทัดระเบิด มอบ สส.พปชร เร่งดูแล ปชช.ในพื้นที่ลดความเดือดร้อน

30 กรกฎาคม 2566 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)รวมถึงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ขอแสดงความเสียใจกับพี่น้องประชาชนชาว ต.มูโน๊ะ อ.สุไหง-โกลก จ.นราธิวาส จากอุบัติเหตุโรงงานประทัดระเบิดเมื่อวันที่ 29 กค ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก รวมถึงบ้านเรือนและทรัพย์สินเสียหายในวงกว้าง

ทั้งนี้ นายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ บีลา ส.ส.นราธิวาส เขต 3 และนายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ ส.ส. นราธิวาส เขต 2 ได้ลงเข้าพื้นที่เปิดครัว และที่พักชั่วคราว พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการให้ความช่วยเหลือและดูแลพี่น้องประชาชนในเบื้องต้น ซึ่งขณะนี้ พล.อ.ประวิตร ในฐานะรองนายกฯ ดูแลด้านความมั่นคง ได้สั่งการลงในพื้นที่ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งเข้าช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์โดยด่วน

ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่: 30 กรกฎาคม 2566

พปชร.ประชุมใหญ่สามัญเลือก กก.บห.ชุดใหม่ เดินหน้าทางการเมืองเลือก“พล.อ.ประวิตร”นั่งหัวหน้านำทัพต่อ

,

พปชร.ประชุมใหญ่สามัญเลือก กก.บห.ชุดใหม่ เดินหน้าทางการเมืองเลือก“พล.อ.ประวิตร”นั่งหัวหน้านำทัพต่อ พร้อม“รอ.ธรรมนัส” นั่งเลขาธิการ ด้าน “พล ต.อ.พัชรวาท” ขึ้นประธานที่ปรึกษาพรรค “วราเทพ” รับหน้าที่แม่บ้านพรรค นั่งผอ.สำนักงานพรรค

29 กรกฎาคม 2566 พรรคพลังประชารัฐ ได้จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี ครั้งที่ 3/2566 ของ เพื่อกำหนดกิจกรรมของพรรคโดยมีนายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม ตามที่พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐมีคำสั่ง มอบหมาย ทั้งนี้ในการประชุมนายไพบูลย์ ได้อ่านหนังสือลาออก ของพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค ที่มีถึงคณะกรรมการบริหารพรรค ระบุว่าในฐานะหัวหน้าพรรค มีความประสงค์ขอลาออกจากหัวหน้าพรรค ตั้งแต่ วันที่ 29 ก.ค. 2566 เวลา 8.30น.

จากนั้นเมื่อเข้าสู่วาระการเลือกตำแหน่งหัวหน้าพรรคนายอรรถกร ศิริลัทธยากรได้ เสนอชื่อพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นหัวหน้าพรรค อีกครั้งโดยไม่มีการเสนอชื่อบุคคลอื่นเข้ามาเป็นคู่ชิง ก่อนที่จะแจกบัตรเลือกตั้งให้สมาชิกลงคะแนนรวมถึงเลือกกรรมการบริหารพรรคตำแหน่งอื่นๆ รวม 21 ตำแหน่ง

นอกจากนี้ที่ประชุมมีมติ เลือกพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคกลับเข้ามารับตำแหน่งอีกครั้ง และมีมติ เลือกรองหัวหน้าพรรคจำนวน 5 คน ประกอบด้วย 1.นายสันติ พร้อมพัฒน์ 2.นายไพบูลย์ นิติตะวัน 3.นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ 4.นายวิรัช รัตนเศรษฐ 5.นางสาวตรีนุช เทียนทอง

ที่ประชุม ยังได้มีมติ ให้ ร.อ ธรรมนัส พรหมเผ่า ดำรงตำแหน่ง เลขาธิการพรรค นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เป็นเหรัญญิกพรรค พล.อ. กฤษณ์โยธิน ศศิพัฒนวงษ์ เป็นนายทะเบียนพรรค พร้อมแต่งตั้งคณะกรรมเพิ่มเติมอีก 12 คนเพื่อให้ครบตามข้อเสนอให้มีการขยายจำนวนคณะกรรมการเป็น 21 คน ประกอบด้วย 1.นายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ 2.นายยงยุทธ สุวรรณบุตร 3.นายอรรถกร ศิริลัทธยากร 4.นายสกลธี ภัททิยกุล 5.นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ 6.นายอภิชัย เตชะอุบล 7. นายอัครวัฒน์ อัศวเหม 8.นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา 9.นายไผ่ ลิกค์ 10.นายสุธรรม จริตงาม 11. นายกระแสร์ ตระกูลพรพงศ์ และ 12.นางสาวกาญจนา จังหวะ

ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร ได้ลงนามในคำสั่งพรรคพลังประชารัฐ ที่ ๑๓ /๒๕๖๖ แต่งตั้งประธานที่ปรึกษาพรรค เพื่อให้การดำเนินงานของพรรคลังประชารัฐ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย บรรลุวัตถุประสงค์ ตามนโยบายของพรรค ซึ่งอาศัยอำนาจตามข้อบังคับพรรคพลังประชารัฐ พ.ศ.๒๕๖๑ และแก้ไขเพิ่มเติม ข้อ ๑๗ (๑) (ณ) แต่งตั้ง พลตำรวจเอกพัชรวาท วงษ์สุวรรณ ให้ดำรงตำแหน่งประธานที่ปรึกษาพรรค รวมทั้งได้มีคำสั่งแต่งตั้งนาย วราเทพ รัตนากร กรรมการฝ่ายนโยบายพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)เป็น ผ.อ.สำนักพรรค

การประชุมครั้งนี้ มีสมาชิกเข้าร่วมประชุม ที่มีสมาชิกพรรค ผู้แทนสาขาพรรค ตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด และสมาชิกพรรค เกิน 250 คน เข้าร่วมครบองค์ประชุมตามที่กฎหมายกำหนด

ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่: 29 กรกฎาคม 2566

“ดร.เอ สะถิระ” หนุน พัฒนาคนรุ่นใหม่รับอุตสาหกรรมใหม่ พร้อมส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยว สร้างรายได้ให้คนพื้นที่ ลั่น ขอทำงานเพื่อสัตหีบตลอดไป

,

“ดร.เอ สะถิระ” หนุน พัฒนาคนรุ่นใหม่รับอุตสาหกรรมใหม่ พร้อมส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยว สร้างรายได้ให้คนพื้นที่ ลั่น ขอทำงานเพื่อสัตหีบตลอดไป

นายสะถิระ เผือกประพันธุ์ ส.ส.ชลบุรี เขต 1 พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) กล่าวว่า ช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา จ.ชลบุรี อยู่ในเขตพื้นที่เศรษฐหกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ซึ่งเราได้พัฒนาพื้นที่ รวมถึงการสร้างบุคลากรเพื่อรองรับ โดยรัฐบาลชุดที่ผ่านมาได้วางแผนพัฒนาแรงงานทักษะไว้เพื่อรองรับการขยายตัวในพื้นที่ และอุตสาหกรรมใหม่ที่มาพร้อมอีอีซี โดยเน้นดึงคนรุ่นใหม่ของให้เกิดการเรียนรู้กับวิชาการแนวใหม่ๆที่จะนำมาสู่การสร้างรายได้ให้ชาวบ้านในพื้นที่มากขึ้น รวมทั้งเร่งพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ รองรับจำนวนนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาในพื้นที่มากขึ้น ดังนั้นจำเป็นที่จะต้องเร่งแก้ปัญหาสาธารณูปโภครวมทั้งโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ที่บางแห่งที่ยังมีความต้องการจากประชาชน สิ่งเหล่านี้ คือ เรื่องที่เราทำไปแล้วแต่ก็ยังมีความจำเป็นที่ต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

นายสะถิระ กล่าวต่อว่า ตลอด 4 ปีของการลงพื้นที่ทำหน้าที่ ส.ส.มีทั้งแนวทางการแก้ไขปัญหา และแนวทางการพัฒนา โดยตนได้นำเสียงสะท้อนของพี่น้องประชาชนไปบอกต่อพรรค เพื่อนำเสนอในแผนนโยบายของรัฐบาล นำมาสู่การพัฒนาอำเภอสัตหีบ ซึ่งเป็นเสียงจากล่างสู่บน ไม่ใช่บนสู่ล่าง เพื่อพี่น้องชาวอำเภอสัตหีบ ตนฟังเสียงของประชาชนเป็นหลักในการทำงานมาโดยตลอด

“ผมอาจไม่ใช่ผู้แทนที่เก่ง หรือ ดีที่สุด แต่ขอปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ไม่โกงชาติบ้านเมือง เพื่อศักดิ์ศรีของอำเภอสัตหีบ ผมตั้งใจมาเป็นปากเป็นเสียงในการทำงาน แก้ปัญหา พัฒนา ยังคงเป็นแนวทางการทำงานที่สำคัญที่สุด ถึงแม้ว่า การเมืองจะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ แต่แนวทางการทำงานของผมเป็นเช่นนี้เพื่อสัตหีบตลอดไป”

ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่: 26 กรกฎาคม 2566

“ส.ส.เพชรภูมิ” ร่วมผลักดันสร้างฝายผันน้ำแม่น้ำปิงสำเร็จ แก้ปัญหาน้ำขาดแคลนช่วยเกษตรกรนับแสนไร่ใน3อำเภอ

,

“ส.ส.เพชรภูมิ” ร่วมผลักดันสร้างฝายผันน้ำแม่น้ำปิงสำเร็จ
แก้ปัญหาน้ำขาดแคลนช่วยเกษตรกรนับแสนไร่ใน3อำเภอ

นายเพชรภูมิ อาภรณ์รัตน์ สส.จังหวัดกำแพงเพชร เขต 2 พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) เปิดเผยถึงความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่เกี่ยวกับปัญหาการขาดแคลนน้ำซึ่งตนได้ร่วมประสานแนวทางการช่วยเหลือไปยังกรมชลประทานซึ่งล่าสุดทางกรมชลฯได้เตรียมพัฒนาฝายกั้นน้ำเป็นที่เรียบร้อยแล้วซึ่งจะดำเนินการก่อสร้างในเร็วๆ นี้ เพื่อผันน้ำจากแม่น้ำปิง ทำการเกษตร การเลี้ยงสัตว์ ผลิตประปาหมู่บ้าน ให้กับพี่น้องประชาชน ในตำบลลานดอกไม้ อำเภอเมืองกำแพงเพชร ตำบลโกสัมพี อำเภอโกสัมพีนคร และอำเภอพรานกระต่าย จังหวัดกำแพงเพชร ขณะเดียวกันได้ทำข้อตกลงกับประชาชนในการใช้น้ำ เพื่อลดปัญหาการแย่งชิงน้ำที่อาจจะเกิดขึ้นได้ ในฤดูกาลเพาะปลูก

นอกจากนี้ยังต้องมีการพัฒนาในเรื่องของคลองส่งน้ำ ประตูน้ำต่างๆ ต่อไป เพื่อให้สอดรับกับฝายที่จะพัฒนาขึ้น เพราะก่อนหน้านี้ไม่ใช่คลองที่กรมชลประทานรับผิดชอบ ทำให้ไม่สามารถ เข้าไปซ่อมบำรุง หรือพัฒนาได้เท่าที่ควร แต่เมื่อมีการพัฒนาโครงการฝายกันน้ำแล้วเสร็จ ก็จะเป็นพื้นที่ของกรมชลประทานเข้ามาดูแล ซึ่งจะส่งผลดีตอประชาชนที่จะได้รับโอกาสพัฒนาระบบชลประทานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

“ผมพยายามผลักดันฝายกั้นน้ำตรงจุดนี้ร่วมกับชาวบ้านมาโดยตลอด จนประสบความสำเร็จ ที่กรมชลประทานเตรียมจะมาสร้างฝายกั้นน้ำ เพื่อผันน้ำไปยังพื้นที่ใช้น้ำจากลำคลองดังกล่าว ซึ่งจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้ใช้น้ำ ทั้งสามอำเภอซึ่งรวมพื้นที่ราว 1 แสนไร่ที่สำคัญหากฝายกั้นน้ำบริเวณนี้สร้างสำเร็จจะช่วยพี่น้องเกษตรกร ได้นับแสนไร่ด้วย”นายเพชรภูมิ กล่าว

นายเพชรภูมิ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และรองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ ได้ลงพื้นที่จังหวัดกำแพงเพชร เพื่อติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ยังมีโครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำปิง เพื่อความสะดวกในการย่นระยะทางการติดต่อระหว่างอำเภอ ซึ่งปัจจุบัน ประชาชนต้องได้รับความเดือดร้อนในการสัญจร โดยเฉพาะการเดินทางไปรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลหลัก การขนส่งสินค้าเกษตร เป็นต้น จึงได้ประสานไปยังกรมหลวงชนบทให้พิจารณาเร่งเพื่อดำเนินการก่อสร้างสะพานดังกล่าว ซึ่งตนและประชาชนในพื้นที่ได้แก้ไขปัญหาการจัดการที่ดินเพื่อก่อสร้าง โดยเจ้าของที่ดินทั้งสองฝั่งแม่น้ำ ยินยอมให้ใช้ประโยชน์เป็นที่เรียบร้อย

ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่: 22 กรกฎาคม 2566

“อนุรัตน์ สส.พะเยา”หวั่นชาวบ้านประสบภัยแล้งหนัก น้ำไม่พอใช้ กระทบภาคเกษตร วอนรัฐพิจารณางบวางท่อน้ำเพื่อผลิตประปาระดับท้องถิ่นลดความเดือดร้อนให้ ปชช.

,

“อนุรัตน์ สส.พะเยา”หวั่นชาวบ้านประสบภัยแล้งหนัก น้ำไม่พอใช้ กระทบภาคเกษตร
วอนรัฐพิจารณางบวางท่อน้ำเพื่อผลิตประปาระดับท้องถิ่นลดความเดือดร้อนให้ ปชช.

นายอนุรัตน์ ต้นบรรจง สส. เขต 2 จังหวัดพะเยา ในอำเภอจุน ในอำเภอพูซาน อำเภอเชียงคำ กล่าวหารือถึงในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรว่า ได้รับแจ้งจากพี่น้องประชาชนใน 4 ตำบล ประกอบด้วย ตำบลลอ ตำบลหิน ตำบลห้วยยางขาว และตำบลห้วย ถึงสถานการณ์ปริมาณน้ำเพื่อการอุปโภค บริโภค รวมถึงเกษตร แหล่งน้ำในอำเภอจุนใน ที่ยังต้องพึ่งพิงจากธรรมชาติ โดยการขุดสระ เพื่อกักเก็บน้ำไว้ แต่ขณะนี้ประชาชนกำลังได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากเกิดปัญหาภัยแล้ง น้ำในสระมีปริมาณไม่เพียงพอที่จะสูบขึ้นมาใช้ในการอุปโภค บริโภค ปัญหาที่ตามมาคือ น้ำในการใช้เพื่อการเกษตรไม่เพียงพอ เช่นเดียวกัน เนื่องจากประชาชนทั้ง 4 ตำบลนี้ มีอาชีพทำเกษตรกร ทำสวน ทำไร่ เป็นหลัก

“ผมขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องผลักดันงบประมาณ ส่งเสริมให้เกิดการโครงการวางท่อน้ำ HDPE จัดทำน้ำประปาระดับชุมชน เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งน้ำสะอาด มีน้ำใช้ แต่ในขณะนี้พบว่า ยังขาดงบประมาณ ในการที่จะทำการวางท่อ เพื่อการผลิตน้ำปะปา ที่จะป้อนให้กับประชาชนได้ใช้น้ำประปา ขอให้หน่วยงาน เร่งดำเนินการพิจารณา โดยด่วน เพื่อเป็นการแก้ปัญหาระยะยาว “นายอนุรัตน์ กล่าว

นายอนุรัตน์ กล่าวต่อว่า ถนนสาย 1021 เป็นถนนที่เชื่อมต่อจาก อำเภอจุนสู่ อำเภอเชียงคำ ใน กมที่ 70+300 -กมที่ 71+400 เป็นแยกเชียงบาน เป็นจุดเสี่ยงสำคัญ ที่ประชาชนได้ประสบอุบัติเหตุ อย่างที่เรียนไว้ข้างต้นครับ กมที่ 70+300 -กมที่ 71+400 ตนขอให้ขยายเป็นถนนสี่เลน และมีสัญญาณไฟจราจร ให้เกิดความปลอดภัยแก่ผู้ใช้รถใช้ถนน

ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่: 20 กรกฎาคม 2566

สส. อรรถกร วอนกรมชลแก้ปัญหาผักตบชวาล้นแม่น้ำบางปะกง ลดความเดือดร้อนประกอบอาชีพในลำน้ำของประชาชน

,

สส. อรรถกร วอนกรมชลแก้ปัญหาผักตบชวาล้นแม่น้ำบางปะกง ลดความเดือดร้อนประกอบอาชีพในลำน้ำของประชาชน

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา พรรคพลังประชารัฐ กล่าวหารือถึงความเดือดร้อนของพี่น้องจังหวัดฉะเชิงเทราในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ว่า ตนได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนที่ได้รับความไม่สะดวกในการสัญจรไปมา โดยเฉพาะในช่วงกลางคืน บนทางหลวงหมายเลข 3076 เส้นพนมสารคาม บ้านซ่า โดยเฉพาะในช่วง จากตำบลหนองยาวอำเภอ พนมสารคาม ไปถึงช่วงตำบลดงน้อย อำเภอราชสาน ว่าในช่วงเวลากลางคืนแสงสว่างไม่เพียงพอ จนทำให้เกิดความไม่สะดวก และเกิดอุบัติเหตุขึ้นบ่อยครั้ง จึงขอเรียนผ่านท่านประธานไปยังกระทรวงคมนาคม ขอให้ติดตั้งไฟส่องสว่างเป็นช่วง ๆ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน

นายอรรถกร ยังกล่าวต่อถึงปัญหาจากประชาชนที่อาศัยอยู่ช่วงถนนสายบางปะอิน หมู่ที่ 6 ตำบลบางกระเจ็ด ว่า ในบางช่วงของการใช้ไฟฟ้ามีเหตุการณ์เกิดไฟตกทำให้การใช้ชีวิตภายในบ้านไม่ปกติ หลายครั้ง เครื่องใช้ไฟฟ้าก็เสียหาย่ จึงขอให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ช่วยขยายเฟสไฟใน ช่วงหมู่ที่6 ตำบลบางกระเจ็ดจาก 2 เฟสเป็น 3 เฟสทั้งหมดด้วย จะสามารถบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนได้เยอะ

“ส่วนเรื่องที่สำคัญและเร่งด่วนอีกเรื่อง เนื่องจากในขณะนี้แม่น้ำบางประกง ในช่วงของตำบลกลางตลาด ช่วงตำบลบางขนาด และในบริเวณอำเภอคลองเขื่อน และที่เขตบางปะกง มีปัญหาผักตบชวาล้น ต้องเรียกว่ามวลมหาผักตบชวาก็เป็นไปได้ สร้างความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนที่มีวิถีชีวิตประมง ในลำน้ำ เพื่อมาเลี้ยงชีพ รวมถึง ปัญหาของการสัญจรไปมาในริมคลองแม่น้ำ ซึ่งเป็นปัญหาทุกปี ซึ่งในอาทิตย์ที่ผ่านมา ผมได้รับความช่วยเหลือจากกรมชลประทาน องค์กรจังหวัดฉะเชิงเทรา รวมไปถึงอำเภอกำนันผู้ใหญ่บ้าน อบต และพี่น้องประชาชนช่วยกันป้องกันปัญหาผักตบชวาที่ต้องจัดการ โดยการต้องเรี่ยไรเงิน ที่จะนำไปแก้ไขปัญหาเบื้องต้น ผมขอให้กรมชลประทานช่วยระดมกำลังเครื่องไม้เครื่องมือ มาแก้ไขอย่างต่อเนื่อง”

ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่: 20 กรกฎาคม 2566

“ชนนพัฒฐ์”พร้อมลงมือแก้ปัญหาพัฒนาอาชีพเสริมชาวสงขลา เพิ่มแหล่งน้ำทำเกษตรทั้งปี พัฒนาตลาดกลางรับซื้อสินค้าเกษตร

,

“ชนนพัฒฐ์”พร้อมลงมือแก้ปัญหาพัฒนาอาชีพเสริมชาวสงขลา
เพิ่มแหล่งน้ำทำเกษตรทั้งปี พัฒนาตลาดกลางรับซื้อสินค้าเกษตร

17 ก.ค. 2566 นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว ส.ส.สงขลา เขต 4 พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)เปิดเผยว่า หลังจากที่ได้รับทำหน้าที่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมบูรณ์แล้ว พร้อมจะทำหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ และจะตั้งใจเป็นปากเป็นเสียง ผลักดันการพัฒนา และแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนชาวสงขลา เขต 4 อย่างเต็มที่ และขอขอบคุณ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ที่ให้โอกาสและสนับสนุนคนรุ่นใหม่เข้ามาทำงานการเมือง ซึ่งถือเป็นเกียรติครั้งที่ใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต

สิ่งที่ต้องเร่งดำเนินการใน 3 เรื่องหลัก ในพื้นที่เขต 4 ซึ่งเป็นปัญหาของคนในท้องถิ่นอย่างแท้จริง คือ 1.ปัญหาน้ำแล้งและน้ำเค็มที่รุกล้ำ โดยจะมีการเสนอสร้างแก้มลิงขนาดใหญ่ในทะลสาบในพื้นที่ ต.เกาะใหญ่ อ.กระแสสินธุ์ เพื่อใช้ในการกักเก็บน้ำจืด เพื่อการเกษตรในหน้าแล้ง เพื่อให้มีน้ำใช้ตลอดปีในการทำการเกษตรแล้ว ยังเป็นการป้องกันน้ำเค็มไม่ให้เข้ามาในพื้นที่ทำการเกษตรของประชาชน ซึ่งโครงการแก้มลิงอยู่ระหว่างการตั้งงบประมาณเพื่อการศึกษา ซึ่งหากโครงการสำเร็จ เกษตรกรในคาบสมุทรสทิงพระ จะไม่มีปัญหาเรื่องน้ำแล้งและ น้ำท่วมอีกต่อไป 2. ปัญหาประมง ต้องมีการพัฒนารายได้เสริมให้กับชาวประมง ที่ต้องหยุดการทำประมงเวลา 6 เดือน ในช่วงฤดูมรสุม และ 3. แก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตรพืชผล โดยการตั้งตลาดกลางรับซื้อผลผลิตทางการเกษตรจากเกษตรกรโดยตรง โดยตลาดกลาง จะคิดราคาที่เป็นธรรม และบริหารจัดการราคาเพื่อไม่แสวงหากำไร เป็นการป้องกันพ่อค้าคนกลางเอาเปรียบเกษตรกร โดยอาศัยจากประสบการณ์ การทำธุรกิจ รู้เส้นทางการค้าขาย ซึ่งใน 3 เรื่องนี้ เป็นปัญหาหลัก ที่ต้องผลักดันอย่างเต็มที่เพื่อประโยชน์ของชาวสงขลา

“แม้ผมจะไม่เคยเล่นการเมือง ไม่ว่าจะระดับไหน แต่ผมมีความรู้ มีความเข้าใจ ในปัญหาของประชาชน และที่สำคัญคือ ผมมีความตั้งใจที่จะเป็นนักการเมือง ที่จะเข้ามารับผิดชอบกับปัญหาที่เกิดขึ้น นอกจากนี้ ผมยังประสบความสำเร็จในเรื่องกีฬา ในฐานะที่เคยเป็นประธานสโมสรฟุตบอลนครศรี ยูไนเต็ด จ.นครศรีธรรมราช ก็จะใช้ประโยชน์ในเรื่องนี้ผลักดันให้เด็ก ๆ และเยาวชนในพื้นที่ใช้เวลาว่างไปกับการออกกำลังกายกับกีฬา ดีกว่าหันหน้าเข้าสู่ยาเสพติด”นายชนนพัฒฐ์ กล่าว

ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่: 17 กรกฎาคม 2566