โลกเปลี่ยน ไทยต้องปรับ ทางเลือกใหม่ของการเมืองไทย ก้าวข้ามความขัดแย้ง สานพลังประชาราษฎร์ ร่วมสร้างชาติให้ยั่งยืน

“รมว.ตรีนุช” เดินหน้าเจรจาญี่ปุ่นขยายเวลามอบทุนนร.ไทย พร้อมเสนอเพิ่มโควตาทุน KOSEN ขยายโอกาสศึกษาต่างปท.

“รมว.ตรีนุช” เดินหน้าเจรจาญี่ปุ่นขยายเวลามอบทุนนร.ไทย พร้อมเสนอเพิ่มโควตาทุน KOSEN ขยายโอกาสศึกษาต่างปท.

วันนี้ 28 พ.ย.2565 น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยว่า กระทรวงศึกษาธิการและคณะผู้บริหารกระทรวง ประกอบด้วย ตนพร้อมด้วยนางสาวอรพินทร์ เพชรทัต เลขานุการ รมว.ศธ. และ ดร.อัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ได้เดินทางไปยังประเทศญี่ปุ่น เพื่อเจรจาขยายความร่วมมือระหว่างกระทรวงศึกษาธิการ กับ ดร.อิโนเอะ มิสึเทรุ กรรมการบริหารอาวุโส National Institute of Technology (KOSEN) หรือ สถาบันโคเซ็น และ ดร.โนบุคาซู โออิ อธิการบดีสถานบันโคเซ็นแห่งเมืองอากาชิ (Akashi KOSEN) และ ตรวจเยี่ยมติดตามความเป็นอยู่ และการศึกษา ของนักเรียนทุนรัฐบาลไทย ในโครงการทุนการศึกษาต่อสำหรับนักเรียนกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย (โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค)ไปศึกษาต่อ ณ National Institute of Technology (KOSEN) ประเทศญี่ปุ่น

ทั้งนี้ทุนการศึกษาดังกล่าวสำหรับนักเรียนที่สำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมปีที่ 3 ของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัยในการศึกษาต่อในสาขาวิศวกรรมศาสตร์ ณ สถาบันโคเซ็น ของญี่ปุ่น ตั้งแต่ชั้นปีที่ 1 ถึงชั้นปีที่ 5 สำเร็จการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง และ เข้าศึกษาต่อในหลักสูตร Advance Course จนสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี รวมระยะเวลาในการศึกษา 7 ปี พร้อมทั้งติดตามการดำเนินงานของ ศธ.ในการประสานงานและการดูแลนักเรียนในโครงการฯดังกล่าว

รมว.ศธ.กล่าวว่า สถาบันโคเซ็น เป็นสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษา ออกแบบกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติ ร่วมเรียนรู้ที่สถานประกอบการ นำโจทย์ปัญหาที่พบกำหนดเป็นหัวข้อการเรียนรู้ด้วยกระบวนการวิจัย และวัดผลประเมินผลจากการวิจัยที่ผู้เรียนดำเนินการ ซึ่งสถาบันโคเซ็น ก่อตั้งครบรอบ 60 ปีในปีนี้ ปัจจุบันมีสถาบันโคเซ็น จำนวน 51 แห่ง กระจายอยู่ทั่วประเทศญี่ปุ่น และมี 2 แห่ง ในประเทศไทย ได้แก่ KOSEN-KMITL (โคเซ็น เคเอ็มไอทีแอล) และ KOSEN KMUTT (โคเซ็น เคเอ็มยูทีที) ซึ่งจากการที่เยี่ยมเยียนนักเรียนไทยที่กำลังศึกษา ณ สถาบันโคเซ็น ประจำเมืองอากาชิ จำนวน 11 คน พบว่า นักเรียนไทยในสถาบันโคเซ็น ได้รับการดูแลครอบคลุมในทุกด้าน ทั้งการเรียน ที่พักอาศัยที่สะดวกสบายและปลอดภัย มีกิจกรรมเสริมสร้างประสบการณ์นอกห้องเรียน รวมทั้งได้รับโอกาสในการเข้าฝึกประสบการณ์ในสถานประกอบการชั้นนำของประเทศญี่ปุ่น อย่างไรก็ตามการที่น้องๆที่เพิ่งจบระดับชั้น ม.ต้น ต้องเดินทางมาศึกษาต่อในต่างประเทศ ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องปรับตัวในด้านการเรียน ความแตกต่างของภาษา สังคม และวัฒนธรรม แต่น้องๆ ทุกคนก็สามารถพัฒนาตนเอง และก้าวผ่านอุปสรรคเหล่านั้นมาได้ โดยสิ่งที่เห็นได้ชัด นอกเหนือจากศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และด้านภาษาทั้งภาษาอังกฤษ และภาษาญี่ปุ่นแล้ว คือ การพัฒนาทักษะการใช้ชีวิตรอบด้าน โดยเฉพาะทักษะการสื่อสาร (Communication) การสร้าง(Creation) และ การเชื่อต่อ (Connection)

“ ดิฉันได้มีโอกาสรับฟังการนำเสนอผลการวิจัยโครงงานของ นางสาวธัญยธรณ์ เติมศรีวรานนท์ นักศึกษาชั้นปีสุดท้าย เรื่อง ‘การพัฒนาเว็บแอปพลิเคชันการวินิจฉัยทางการแพทย์ด้วยระบบผู้เชี่ยวชาญ’ ขอชื่นชมว่าเป็นโครงงานพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตของผู้คนและสถานการณ์ด้านสาธารณสุขในโลกปัจจุบัน สามารถต่อยอดเชิงพาณิชย์ได้จริง นอกจากนี้ยังได้เยี่ยมชมห้องเรียน อาคารหอพัก ที่ประเทศญี่ปุ่นให้ความสำคัญอย่างยิ่งในมิติด้านการจัดสภาพแวดล้อมทางกายภาพและความปลอดภัย ซึ่งดิฉันได้มอบหมายให้เลขาธิการ กพฐ.ศึกษารูปแบบที่ได้พบเห็นเพื่อประยุกต์ใช้ในบริบทประเทศไทยต่อไป นอกจากนี้ดิฉันยังได้หารือกับสถานกงสุลใหญ่ ณ นครโอซาก้า และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงแนวทางการสร้างโอกาสให้นักเรียนไทยได้เข้าศึกษาต่อที่สถาบันโคเซ็น ประเทศญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น รวมไปถึงการจัดสรรทุนในจำนวนที่มากขึ้น และ มีรูปแบบที่หลากหลาย โดยการสนับสนุนของภาคเอกชน หรือการสนันสนุนลักษณะทุนการศึกษาครึ่งหนึ่ง(half scholarship)ด้วย ” นางสาวตรีนุช กล่าว.


ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่: 28 พฤศจิกายน 2565

" ,