โลกเปลี่ยน ไทยต้องปรับ ทางเลือกใหม่ของการเมืองไทย ก้าวข้ามความขัดแย้ง สานพลังประชาราษฎร์ ร่วมสร้างชาติให้ยั่งยืน

วัน: 1 กรกฎาคม 2024

“สส.อนุรัตน์” ร่วมคณะ กมธ.คมนาคมฯ ลุยญี่ปุ่น ศึกษาระบบขนส่งทางบก หวัง นำเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพมาปรับใช้พัฒนาประเทศไทย

,

“สส.อนุรัตน์” ร่วมคณะ กมธ.คมนาคมฯ ลุยญี่ปุ่น ศึกษาระบบขนส่งทางบก หวัง นำเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพมาปรับใช้พัฒนาประเทศไทย

นายอนุรัตน์ ตันบรรจง สส.พะเยา เขต 2 พรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า ตนได้เดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการคมนาคม สภาผู้แทนราษฎร ไปยังประเทศญี่ปุ่น เพื่อศึกษาดูงานเทคโนโลยีรถไฟฟ้าความเร็วสูง ท่าเรือน้ำลึก และการคมนาคมขนส่งทางบกของประเทศญี่ปุ่น เพราะเป็นประเทศที่มีระบบขนส่งที่มีประสิทธิภาพมาก และให้บริการทั่วถึงมากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก มีตารางเวลาที่หนาแน่นและตรงเวลา ทั้งยังสะอาด ปลอดภัยและสะดวกสบาย โดยเฉพาะการเดินทางโดยรถไฟ จึงเป็นที่นิยมมากที่สุด

“เครือข่ายการคมนาคมในประเทศญี่ปุ่น ถือว่าเป็นแบบอย่างที่ดีมาก ๆ เนื่องจากมีระบบขนส่งมวลชนที่ทันสมัยมากที่สุดในโลก โดยเฉพาะระบบการรถไฟที่ครอบคลุมเกือบทุกจุดหมายปลายทางทั้งหมดในประเทศ นอกจากนี้ยังมีทางหลวงและบริการการบินภายในประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างดี พร้อมทั้งยังมีรถบัสหรือรถแท็กซี่เป็นบริการเสริมการเดินทางภายในและรอบเมืองต่างๆ ขณะที่เรือเฟอรี่ก็มีบริการเชื่อมระหว่างเมืองท่ากับเมืองท่าบนเกาะหลายเส้นทาง”

นายอนุรัตน์ กล่าวต่อว่า คณะกรรมาธิการยังได้ไปดูการจัดการบริหารการท่าเรือโยโกฮาม่า ซึ่งเป็นเมืองท่าเรือแห่งแรก ที่เปิดตัวเองสู่โลกในฐานะทางเข้าสู่ประเทศญี่ปุ่น และนับตั้งแต่การเปิดท่าเรือโยโกฮาม่า เมืองแห่งนี้ก็ได้รับวัฒนธรรมใหม่ๆ อยู่เสมอ โดยได้ใช้ประโยชน์จากท่าเรือโยโกฮาม่าได้อย่างมีประสิทธิภาพ จนท่าเรือแห่งนี้นับเป็นท่าเรือการค้าระหว่างประเทศที่สำคัญแห่งหนึ่งในโลก

“การมาดูงานในครั้งนี้ทางคณะกรรมาธิการได้ความรู้ที่มีค่าอย่างมากต่อการนำมาพัฒนาระบบคมนาคมในประเทศไทย โดยเราจะนำความรู้ และแนวทางที่ได้รับมาปรับใช้เพื่อความเจริญก้าวหน้าของประเทศแลเความสะดวกสบายของพี่น้องประชาชน ทั้งนี้ ผมขอขอบคุณคณะกรรมาธิการ ที่ปรึกษาและข้าราชการทุกท่านที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจ”

ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่: 1 กรกฎาคม 2567

“พปชร.” จัดประชุมสาขาพรรค จ.เชียงใหม่ ประกาศ “ปกป้องสถาบัน ทันสมัยเศรษฐกิจ นำ” ปชช.เป็นศูนย์กลางวางนโยบาย สร้างพลัง ต่อยอดในการสร้างชาติ

,

“พปชร.” จัดประชุมสาขาพรรค จ.เชียงใหม่ ประกาศ “ปกป้องสถาบัน ทันสมัยเศรษฐกิจ นำ” ปชช.เป็นศูนย์กลางวางนโยบาย สร้างพลัง ต่อยอดในการสร้างชาติ

พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)นำโดย พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้มอบหมายให้นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล ประธานด้านวิชาการ พรรคพลังประชารัฐ และ หม่อมหลวงกรกสิวัฒน์ เกษมศรี รองประธานด้านวิชาการ พรรคพลังประชารัฐ เปิดเสวนาเรื่อง”ปกป้องสถาบัน ทันสมัยเศรษฐกิจ มีชีวิตที่สดใส”ในการประชุมใหญ่ สาขาพรรคภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ ณ ห้องประชุมโรงแรมราชพฤกษ์ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่

โดย นายธีระชัย ได้กล่าวกับสมาชิกพรรคในช่วงหนึ่งว่า พรรคพลังประชารัฐขอเป็นพรรคอนุรักษ์นิยมทันสมัยด้วยอุดมการณ์ที่แน่วแน่ในการปกป้องสถาบันและบริหารเศรษฐกิจทันสมัย เพื่อชีวิตที่สดใสให้กับคนไทยทั้งประเทศ พรรคการเมืองทุกพรรคมักจะเสนอนโยบายที่ต้องการให้ประเทศก้าวหน้า แต่วิธีการของแต่ละพรรคก็จะแตกต่างกันออกไป แต่สำหรับพรรคพลังประชารัฐเราเชื่อว่า ประเทศจะก้าวหน้าได้ก็เพราะประชาชน ถ้าประเทศก้าวหน้าแต่ประชาชนไม่มีศักยภาพ ไม่มีความรู้ ไม่สามารถทำงานได้เต็มกำลัง มีสุขภาพที่ไม่ดี และเครื่องมือในการทำงานก็ไม่ครบถ้วน ไม่ทันสมัย จะหวังให้ประเทศก้าวหน้าคงเป็นไปไม่ได้

นายธีระชัย กล่าวต่อว่า พรรคพลังประชารัฐจะนำประชาชนเป็นศูนย์กลางในการวางนโยบาย พรรคสร้างพลังให้ประชาชน เพราะประชาชนมีหน้าที่ในการสร้างชาติ จึงเป็นที่มาของชื่อพรรคพลังประชารัฐ ฟังมาถึงตรงนี้หลายคนอาจจะมองว่า อนุรักษ์กับทันสมัยมันไปด้วยกันไม่ได้ หลักคิดของของอนุรักษ์นิยมคือการ เอาสิ่งที่ดีอยู่แล้ว เอาไปต่อยอด เอาสิ่งที่ดีเป็นฐานในการพัฒนาและเอื้ออำนวยให้ประชาชนเป็นศูนย์กลาง ให้ประชาชนเป็นโอกาสในการที่จะก้าวหน้าในตัวเอง เพื่อที่จะปรับตัวให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลก ประชาชนจะสามารถทำตัวให้เป็นประโยชน์ต่อตนเองและคนรอบข้าง

“อนุรักษ์นิยมทันสมัย สามารถแยกออกมาได้”5 อนุรักษ์ 5 ทันสมัย ได้แก่ อนุรักษ์สถาบัน,อนุรักษ์ผลประโยชน์ของชาติ,อนุรักษ์ทรัพยากรของชาติ,อนุรักษ์วัฒนธรรม และอนุรักษ์ระเบียบทางสังคม ในส่วนของ 5 ทันสมัย ได้แก่ เศรษฐกิจทันสมัย,วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทันสมัย,สิ่งแวดล้อมทันสมัย,สังคมทันสมัย และภาครัฐทันสมัย” นายธีระชัย กล่าว

ด้านหม่อมหลวงกรกสิวัฒน์ กล่าวว่า คำขวัญของพรรคพลังประชารัฐ “ปกป้องสถาบัน ทันสมัยเศรษฐกิจ”ถามว่า มันจะมาเกี่ยวข้องกันได้อย่างไรนั้น ตนมองว่า การปกป้องสถาบันที่ดีที่สุดก็คือ การทำให้ประชาชนอยู่ดีกินดี สิ่งที่สำคัญก็คือ ศักยภาพของประเทศไทย แม่หลายคนอาจจะมองว่าประเทศเราสู้กับประเทศอื่นไม่ได้แต่จากการที่ตนใช้ชีวิตอยู่ทั้งอเมริกาและอังกฤษกว่า 10 ปี ตนยืนยันว่า แผ่นดินไทยเป็นแผ่นดินที่ดีที่สุด ประเทศของเราเพียงแค่โยนเมล็ดผลไม้ลงไปในดินก็เติบโตเป็นต้น ออกดอก ออกผล แต่อย่างเมืองแคลิฟอร์เนียพื้นดินเป็นกึ่งทะเลทราย โยนอะไรไปก็ไม่ขึ้น วันนี้เราอยู่กับสิ่งที่ดีที่สุด แต่เรามองไม่เห็น ถ้าจะพูดว่าเราดีที่สุดในอาเซียนก็คงไม่แปลก และจากนโยบายของพรรคพลังประชารัฐวันนี้สินค้าทางการเกษตรของเราถูกส่งออกไปขายที่ประเทศจีนจำนวนมาก

“อย่างเมล็ดกาแฟในภาคเหนือก็เป็นสิ่งที่น่าสนใจ เนื่องจากคนดื่มกันทั่วโลก ความต้องการจากชาวจีนและยุโรปมีจำนวนมาก แต่เราจะยกระดับกาแฟเราให้เป็นกาแฟระดับโลกได้อย่างไร ประเด็นนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญ รวมไปถึงที่ดินในการเพาะปลูก ผมมองว่าประเด็นนี้ถือเป็นเรื่องที่ดีที่เราควรนำมาคุยกันเพราะจะสามารถขายได้อย่างต่อเนื่อง เพียงแต่เราต้องรักษาคุณภาพของผลิตภัณฑ์รวมไปถึงเรื่องการโปรโมทสินค้าให้กลายเป็นแบรนด์ระดับโลกได้ สิ่งเหล่านี้ก็เป็นเรื่องสำคัญที่พรรคพลังประชารัฐของเราจะพยายามผลักดันต่อไป”

ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่: 1 กรกฎาคม 2567