โลกเปลี่ยน ไทยต้องปรับ ทางเลือกใหม่ของการเมืองไทย ก้าวข้ามความขัดแย้ง สานพลังประชาราษฎร์ ร่วมสร้างชาติให้ยั่งยืน

ป้ายกำกับ: พรรคพลังประชารัฐ

“รมว.ธรรมนัส” ตรวจเยี่ยมโครงการก่อสร้างฝาย จ.ลำปาง เร่งชลประทานตรวจสอบระบบกระจายน้ำส่งถึงพื้นที่เกษตรกรรม

,

“รมว.ธรรมนัส” ตรวจเยี่ยมโครงการก่อสร้างฝาย จ.ลำปาง เร่งชลประทานตรวจสอบระบบกระจายน้ำส่งถึงพื้นที่เกษตรกรรม

ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจราชการ พร้อมมอบนโยบายด้านการเกษตรให้กับจังหวัดลำปาง โดยมี นายนวนิตย์ พลเคน รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้บริหารสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายพัชระ สิมะเสถียร รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับ ณ องค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง ตำบลศาลา อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง เพื่อรับฟังปัญหาด้านการเกษตร และการบริหารจัดการน้ำ รวมถึงมอบโฉนดเพื่อการเกษตรให้กับเกษตรกร จำนวน 200 ราย

“เนื่องจากลำปางเป็นพื้นที่แหล่งต้นน้ำของแม่น้ำเจ้าพระยา วันนี้จึงลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโครงการก่อสร้างฝายในตำบลปกยางคก อำเภอห้างฉัตร และตำบลนายาง อำเภอสบปราบ เพื่อให้ประชาชนและเกษตรกรมีน้ำใช้ให้เพียงพอ รวมถึงมารับฟังปัญหาของพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดลำปาง หากปัญหาสามารถแก้ไขได้ทันท่วงทีจะรีบสั่งการ แต่หากปัญหาใดที่ต้องร่วมกันแก้ไขหลายฝ่ายจะประสานหน่วยงานอื่นบูรณาการร่วมกันต่อไป”รมว.ธรรมนัส กล่าว

หลังจากนั้น รมว.ธรรมนัสเดินทางไปต่อที่คลองส่งน้ำที่อยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้างของโครงการ-กิ่วคอหมา ตำบลปงยางคก อำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง เพื่อตรวจเยี่ยมพื้นที่ก่อสร้างระบบส่งน้ำกิ่วลม 3 ระยะ 3 (โครงการกิ่วคอหมา) โดยมอบหมายให้กรมชลประทาน (ชป.) ดูแลการก่อสร้างให้เสร็จสิ้นภายในปี 2569 หรือเร็วที่สุดภายใน 15 เดือน รวมถึงให้ตรวจสอบระบบส่งน้ำในจังหวัดลำปางให้มีน้ำส่งทั่วถึงพื้นที่ทำเกษตรกรรมในช่วงหน้าแล้ง เพื่อบรรเทาความเดือนร้อนของประชาชนและเกษตรกรให้มีน้ำใช้ตลอดปี

สำหรับช่วงบ่าย รมว.ธรรมนัส เดินทางลงพื้นที่ไปตรวจเยี่ยมโครงการฝายแม่วังบ้านไร่-บ้านใหม่พัฒนา ตำบลนายาง อำเภอสบปราบ จังหวัดลำปาง ซึ่ง ชป. ได้ศึกษา สำรวจ และออกแบบฝายขนาดความยาว 150 ซม. ความสูง 350 ซม. ผลประโยชน์ที่จะได้รับครอบคลุมพื้นที่ 8 หมู่บ้าน 2 ตำบล ทั้งนี้ รมว.ธรรมนัส ได้สั่งการให้ ชป. ทำอนุมัติของบประมาณใช้เงินเหลือจ่ายปี 2567 และเร่งสร้างฝายทันที เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ประสบปัญหาน้ำไม่เพียงพอต่อการใช้งาน

ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่: 17 พฤษภาคม 2567

“รมช.อรรถกร” ลงพื้นที่ตลาดอาหารทะเลอ่างศิลา แก้ปัญหาแผงร้านค้าผิดระเบียบ สั่ง อสป.หามาตรการพัฒนาตลาด เพิ่มความเชื่อมั่นผู้บริโภค ดึงทุกฝ่ายมีส่วนร่วม

,

“รมช.อรรถกร” ลงพื้นที่ตลาดอาหารทะเลอ่างศิลา แก้ปัญหาแผงร้านค้าผิดระเบียบ
สั่ง อสป.หามาตรการพัฒนาตลาด เพิ่มความเชื่อมั่นผู้บริโภค ดึงทุกฝ่ายมีส่วนร่วม

(วันที่ 17 พ.ค.) นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตลาดประมงพื้นบ้าน อ่างศิลา บริเวณริมทะเล ต.อ่างศิลา อ.เมือง จ.ชลบุรี ในความรับผิดชอบขององค์การสะพานปลา (อสป.) เพื่อแก้ไขปัญหาร้านค้า ที่ไม่ปฏิบัติตามระเบียบ เนื่องจากพบว่าผู้ค้ามีการต่อเติมหลังคาและแบ่งพื้นที่เพื่อการเช่าช่วง พร้อมทั้งการตรวจความเรียบร้อยด้านความสะอาด ความปลอดภัย คุณภาพของอาหารทะเล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและเป็นธรรมกับผู้ค้าที่นำไปสู่การยกระดับมาตรฐานตลาดอาหารทะเลให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สามารถสร้างรายได้ให้กับทุกภาคส่วนอย่างยั่งยืน

นายอรรถกร กล่าวว่า การลงพื้นที่วันนี้ ทำให้ได้เห็นสภาพจริงของปัญหาและอุปสรรคในการจัดการและบริหารตลาดอาหารทะเลสด และแปรรูปตลาดประมงพื้นบ้าน อ่างศิลา เพื่อจะได้นำไปสู่การปรับปรุงและยกระดับให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สามารถสร้างรายได้ให้กับพี่น้องประชาชน ตามนโยบายของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ให้ความสำคัญในการส่งเสริมการประกอบอาชีพของกลุ่มเกษตรกร ควบคู่ไปกับการขจัดปัญหา และอุปสรรคที่เกิดขึ้นในด้านต่างๆ โดยให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องบูรณาการ ในการพัฒนาร่วมกัน ที่ให้เป็นไปตามข้อกฎหมายและสร้างประโยชน์สูงสุดให้กับทุกฝ่าย

ทั้งนี้ที่ผ่านมา ตนได้รับแจ้งว่า เรื่องของร้านค้าในตลาด มีความขัดแย้งระหว่าง ผู้ค้าที่ไม่ปฏิบัติตามระเบียบ ส่งผลให้ อสป.เสียประโยชน์ จำเป็นต้องมีกลไก มาตรวจสอบข้อเท็จจริงจากทุกฝ่าย เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม จึงได้สั่งการให้ อสป.เร่งหามาตรการและแนวทางในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งแนวทางการพัฒนาตลาดแห่งนี้ให้มีมาตรฐานด้านสุขอนามัยความปลอดภัย เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นกับผู้บริโภค และผู้ประกอบอาชีพประมงพื้นบ้าน รวมถึงผู้ประกอบการร้านค้า ควบคู่ไปกับการรักษาชื่อเสียงแหล่งอาหารทะเลที่ได้รับความนิยมทั้งจากคนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างประเทศต่อไป

“จากการพบปะพ่อค้าแม่ค้ายังพบว่า มีปัญหาเรื่องของระบบสาธารณูปโภค เพื่อให้บริการกับประชาชนและนักท่องเที่ยว รวมถึงปัญหาของพ่อค้าแม่ค้าบางรายมีรายได้น้อย ทำให้ไม่สามารถชำระค่าเช่าได้ตรงตามเวลา แม้ตลาดจะมีผู้ใช้บริการเป็นจำนวนมาก ทำให้มีการกู้ยืมเงินนอกระบบมาชำระแทน ซึ่งเรื่องดังกล่าว ได้มอบหมายให้ผู้จัดการองค์การสะพานปลา ไปหาแนวทางร่วมกันกับทุกฝ่าย เพื่อให้ตลาดฯ มีระเบียบ และมาตรฐานการให้บริการที่สูงขึ้น และเน้นย้ำในเรื่องการดูแลด้านความสะอาด โดยเฉพาะห้องน้ำ หลังคาที่การต่อเติมโดยไม่ได้รับอนุญาต ให้เร่งดำเนินการโดยด่วน และมารายงานให้ทราบโดยเร็ว ซึ่งจะมีการติดตามในพื้นที่อีกครั้งหนึ่ง”นายอรรถกร กล่าว

ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่: 17 พฤษภาคม 2567

พปชร.ประชุมสาขาพรรค จ.สิงห์บุรี เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น สู่การกำหนดนโยบายพรรค ด้าน “ชัยวุฒิ”เปิดชู“อนุรักษ์นิยมทันสมัย“ขับเคลื่อนพรรคอย่างประนีประนอม ไม่ทำให้สังคมแตกแยก

,

พปชร.ประชุมสาขาพรรค จ.สิงห์บุรี เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น สู่การกำหนดนโยบายพรรค ด้าน “ชัยวุฒิ”เปิดชู“อนุรักษ์นิยมทันสมัย“ขับเคลื่อนพรรคอย่างประนีประนอม ไม่ทำให้สังคมแตกแยก

วันนี้ (17 พฤษภาคม 2567) ที่ห้องประชุมโรงแรมไชยแสง นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ร่วมเปิดงานประชุมใหญ่สาขาพรรคภาคกลาง จังหวัดสิงห์บุรี เวทีประชารัฐร่วมใจเพื่อสร้างชีวิตที่สดใสให้คนไทยทั้งประเทศ โดยมีกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเข้าร่วม อาทิ นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีต รมว.คลัง พล.ต.อ.ธรรมศักดิ์ วิชชารยะ

นายชัยวุฒิ กล่าวว่า พรรคพลังประชารัฐเป็นพรรคที่ผ่านการเป็นรัฐบาลมาแล้ว4 ปี และการเลือกตั้งรอบนี้ก็ยังได้เป็นรัฐบาลอีกครั้ง เพียงแต่เราไม่ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เนื่องจากจำนวน สส.ลดลง แต่สำหรับจังหวัดสิงห์บุรี เราก็ยืนหยัดอยู่กับพรรคพลังประชารัฐ และต้องขอบคุณที่ประชาชนไว้ใจและสนับสนุนให้ สส.โชติวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ เข้ามาทำหน้าที่ สส. เราก็จะทำให้จังหวัดสิงห์บุรีได้รับการพัฒนาและแก้ไขปัญหาต่างๆตนเชื่อว่าพรรคพลังประชารัฐเป็นพรรคที่มีความพร้อม มีความชัดเจนในการที่จะทำงานให้พี่น้องประชาชน และตนในฐานะรองหัวหน้าพรรค สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ในหลายๆด้าน

“ชาวจังหวัดสิงห์บุรี อาชีพหลักในพื้นที่คือการเกษตร ซึ่งพปชร.ก็ดูแลเต็มที่ในเรื่องน้ำ และระบบชลประทาน ผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนรู้สึกได้ที่พรรคเราทำงานอย่างเต็มที่มาโดยตลอด ทำให้เราได้รับการเลือกตั้งมาอย่างต่อเนื่อง แต่ที่สำคัญ นอกจากการดูแลพื้นที่ ตอนนี้มีการแข่งขันในด้านโซเชียลมีเดีย ซึ่งตรงนี้จะทำให้นักการเมืองดูแลพื้นที่ ดูแลชาวบ้านอย่างเดียวมันไม่พอแล้วพรรคพลังประชารัฐ จึงต้องปรับตัวและทำนโยบายทำความชัดเจนในเรื่องของอุดมการณ์ เพื่อสร้างกระแสให้พี่น้องประชาชนเข้าใจ”นายชัยวุฒิ กล่าว

นายชัยวุฒิ กล่าวต่อว่า คำว่า อนุรักษ์นิยมทันสมัย ก็คือ สิ่งที่ดีเราก็ดูแลส่งเสริมให้มันเข้มแข็งให้สิ่งดีๆเหล่านั้นอยู่กับสังคมไทยสืบทอดไปให้ลูกหลายของเรา แต่ขณะเดียวกัน เราก็พัฒนาสิ่งใหม่ ๆ ให้ต่อเนื่องกันไป และอนุรักษ์สิ่งที่ดีไว้ สิ่งสำคัญก็คือ การหารือร่วมกัน ประนีประนอมเข้าใจกัน หาทางออกร่วมกันไม่ใช่ใช้ความรุนแรง ไม่ใช้ความรู้สึกที่เกลียดชังกัน ไม่ใช่การที่ทำให้สังคมแตกแยกกัน และอีกสิ่งหนึ่งคือ เรายึดมั่นในอุดมการณ์ปกป้องสถาบัน ทำให้บ้านเมืองสงบสุข และพัฒนาประเทศไปร่วมกัน นี่คือแนวทางของพรรคพลังประชารัฐ และตนเชื่อว่าแนวทางนี้อยู่ในหัวใจของเราทุกคนตลอดไปแน่นอน

ทั้งนี้ นายชัยวุฒิ กล่าวภายหลังการประชุมว่า การประชุมประจำปีของสมาชิกพรรคที่จังหวัดสิงห์บุรีเรียบร้อยดี เป็นการประชุมและรับฟังความคิดเห็นของสมาชิกพรรคและพี่น้องประชาชน เพื่อนำไปกำหนดเป็นนโยบายของพรรคต่อไป

ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่: 17 พฤษภาคม 2567

“สส. สัมพันธ์” รับหนังสือร้องเรียน “นิคมสหกรณ์ปิเหล็ง”วอน“รมว.ธรรมนัส”เร่งช่วยหลือปมที่ดินของสหกรณ์ฯ เป็นที่ทับซ้อนกับกรมป่าไม้

,

“สส. สัมพันธ์” รับหนังสือร้องเรียน “นิคมสหกรณ์ปิเหล็ง”วอน“รมว.ธรรมนัส”เร่งช่วยหลือปมที่ดินของสหกรณ์ฯ เป็นที่ทับซ้อนกับกรมป่าไม้

นายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ นราธิวาส เขต 3 พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)เปิดเผยว่า ทางผู้ใหญ่บ้านปิเหล็ง ต.มะรือโบออก อ.เจาะไอร้อง พร้อมด้วยคณะกรรมการนิคมสหกรณ์ปิเหล็ง ได้เข้ามายื่นหนังสือ เพื่อขอให้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ความช่วยเหลือสมาชิกสหกรณ์ปิเหล็ง ที่มีความเดือดร้อน กรณีป่าสงวนแห่งชาติทับซ้อนกับพระราชฎีกา ในการจัดตั้งนิคมสหกรณ์ปิเหล็งในท้องที่

”ผมจะนำเสนอไปยังท่านร้อยเอกธรรมนัส เพื่อให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนต่อไป เพราะทราบมาว่าพื้นที่แห่งนี้เป็นพื้นที่ที่รอการแก้ไขมานานกว่า 30 ปี วันนี้ ซึ่งผมมั่นใจว่า รัฐบาลไม่ทอดทิ้งและจะร่วมกันหาทางออกทุกวิถีทางในการแก้ไขปัญหาเพื่อทำให้ชาวบ้านได้รับที่ดินอย่างถูกต้องตามกฎหมายหลังรอคอยมานาน“นายสัมพันธ์ กล่าว

ทั้งนี้ ในส่วนของที่ดินทับซ้อนในพื้นที่นิคมสหกรณ์ปิเหล็ง เกิดขึ้นเนื่องจากเส้นแนวเขตของพื้นที่ทับซ้อน บางส่วนระหว่างเขตห้ามล่าสัตว์ป่ากับพื้นที่นิคมสหกรณ์ปิเหล็ง

ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่: 17 พฤษภาคม 2567

“สส.สุธรรม”ชวน ปชช.พูดคุย สะท้อนปัญหาในกิจกรรม “ผู้แทนฯสัญจร ครั้งที่1”อ.ทุ่งสงฯ เตรียมรวบรวมข้อมูล ชงเข้าสภาฯแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม

,

“สส.สุธรรม”ชวน ปชช.พูดคุย สะท้อนปัญหาในกิจกรรม “ผู้แทนฯสัญจร ครั้งที่1”อ.ทุ่งสงฯ เตรียมรวบรวมข้อมูล ชงเข้าสภาฯแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม

นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา เขต 4 พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงการแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำด้วยโครงการปรับปรุงประตูระบายน้ำ ซึ่งมีแผนการก่อสร้างอีก 4 เดือน โดยจะทำให้ปีต่อไปพี่น้องประชาชนจะมีน้ำกินน้ำใช้อย่างเพียงพอ เนื่องจากเป็นสายน้ำเส้นเลือดใหญ่ของชาวระโนดและสิงหนคร ในการประกอบอาชีพการเกษตรและอุปโภคบริโภค

นายชนนพัฒฐ์ กล่าวต่อว่า ในส่วนของประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณท้ายน้ำ คลองอาทิตย์ ที่ได้รับผลกระทบจากการทำโครงการปรับปรุงประตูระบายน้ำ ซึ่งเป็นคลองสายหลักที่ระยะทาง 57.4 กิโลเมตร ของอ.ระโนด ถึงอ.สิงหนคร จ.สงขลา ที่จะต้องปิดกั้นลำน้ำเพื่อดำเนินโครงการ ตนได้เร่งประสานกับกรมชลประทาน เพื่อวางแผนแก้ไข โดยการใช้เครื่องสูบน้ำจำนวน 5 เครื่องและวางระบบท่อผันน้ำบริเวณก่อสร้างท่อขนาด 1.2 เมตรคูณ 1.2 เมตร ซึ่งในวันนี้สามารถเปิดใช้ได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

นายชนนพัฒฐ์ ยังกล่าวถึงโครงการวางท่อซีเมนต์ว่า ขณะนี้ได้ดำเนินการแล้วเสร็จเร็วกว่าแผน 1 วัน จึงต้องขอขอบคุณกรมชลประทาน และผู้รับเหมาที่ได้เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ตนในฐานะตัวแทนประชาชน ไม่ได้นิ่งนอนใจ จึงได้ประสานงานและติดตามงานร่วมกับกรมชลประทานมาอย่างต่อเนื่อง

“ผมเชื่อว่าหลังจากนี้การส่งน้ำผ่านคลองอาทิตย์ไปยังประชาชนจะสามารถทำได้ทันที และบรรเทาความเดือดร้อนได้ ซึ่งคาดว่าจะส่งน้ำได้มากถึง 338,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน และยังเชื่อว่าเมื่อโครงการขยายคลองอาทิตย์แล้วเสร็จ ปัญหาน้ำในพื้นที่เขต 4 จ.สงขลาจะหมดไป ซึ่งในปีนี้นับเป็นปีแรกที่ผมได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการวางแผนบริหารจัดการน้ำในคลองอาทิตย์ ซึ่งเป็นสายน้ำที่เป็นเส้นเลือดใหญ่ของชาวระโนดและสิงหนครให้มีน้ำใช้อย่างเพียงพอ ” นายชนยพัฒน์ กล่าว

ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่: 15 พฤษภาคม 2567

“สส.สุธรรม”ชวน ปชช.พูดคุย สะท้อนปัญหาในกิจกรรม “ผู้แทนฯสัญจร ครั้งที่1”อ.ทุ่งสงฯ เตรียมรวบรวมข้อมูล ชงเข้าสภาฯแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม

,

“สส.สุธรรม”ชวน ปชช.พูดคุย สะท้อนปัญหาในกิจกรรม “ผู้แทนฯสัญจร ครั้งที่1”อ.ทุ่งสงฯ เตรียมรวบรวมข้อมูล ชงเข้าสภาฯแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม

นายสุธรรม จริตงาม สส.นครศรีธรรมราช เขต 6 พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)กล่าวว่า ในวันพรุ่งนี้ วันอาทิตย์ที่ 12 พฤษภาคม 2567 เวลา 13.00 น.ตนขอเชิญชวนพี่น้องประชาชน เข้าร่วมกิจกรรมทางการเมือง “ผู้แทนฯสัญจร ครั้งที่1” ณ.บ้านวังยวน ม.8 ต.ที่วัง อ.ทุ่งสงฯ โดยมาร่วมนั่งกินกาแฟ พบปะ พูดคุยกัน สอบถามสารทุกข์สุขดิบ บอกกล่าวปัญหาของท่านได้ และสะท้อนความต้องการพร้อมเสนอแนวทางการแก้ไข

“แม้ว่าผมอาจจะไม่สามารถแก้ไขปัญหาของท่านได้ทุกเรื่อง แต่ผมมั่นใจว่า ด้วยความตั้งใจจริงที่ผมมี และพรรคพลังประชารัฐที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาล ที่กำกับดูแลกระทรวงเกษตรฯ กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงทรัพยากรฯ จะเยียวยาและแก้ไขปัญหาของท่านได้พอสมควร ในบางเรื่องอาจจะไม่เห็นผลในทันทีทันใด แต่เราต้องวางแผนไว้เผื่อล่วงหน้า เพื่ออนาคตที่ดีของลูกหลานเรา”นายสุธรรม กล่าว

นายสุธรรม กล่าวต่อว่า ยังมีอีกหลายปัญหาเช่น เรื่องสิทธิทำกิน เรื่องภัยแล้งรุนแรงที่เรากำลังเผชิญอยู่ รวมไปถึงปัญหาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ปัญหายาเสพติด ที่ไม่คลี่คลาย ปัญหาเหล่านี้จึงต้องหยิบขึ้นมาถกเถียงและส่งเสียงของเราต่อไปให้เกิดการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรมให้ได้ โดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้กำชับ สส.ของพรรคมาตลอดว่า ให้ลงพื้นที่รับฟังปัญหาของประชาชน และเสียงสะท้อนความต้องการของประชาชน และเมื่อเปิดสมัยประชุมสภาช่วงเดือน ก.ค.นี้ ตนจะนำปัญหาของประชาชนไปขับเคลื่อนแก้ไขให้เป็นรูปธรรม

ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่: 15 พฤษภาคม 2567

“รมว.ธรรมนัส-รมช.อรรถกร” ลงพื้นที่เมืองโอ่ง พัฒนาแหล่งน้ำแก้ปัญหาภัยแล้งลุ่มน้ำลำภาชี

,

“รมว.ธรรมนัส-รมช.อรรถกร” ลงพื้นที่เมืองโอ่ง พัฒนาแหล่งน้ำแก้ปัญหาภัยแล้งลุ่มน้ำลำภาชี

ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่รับฟังปัญหาของพี่น้องเกษตรกร สภาพปัญหาภัยแล้งและการพังทลายของตลิ่ง รวมถึงแนวทางการพัฒนาท้องที่ โดยมีผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่ เกษตรกร และประชาชน เข้าร่วม ณ ศาลาประชุม (บ้านเก่ากะเหรี่ยง) ต.บ้านทับตะโก อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ โดยกรมชลประทาน มีแผนพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำลำภาชี โดยมีโครงการอาคารทดน้ำบ้านท่าครูเทียนพร้อมระบบส่งน้ำ ต.ด่านทับตะโก อ.จอมบึงจ.ราชบุรี เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้ชาวบ้านในพื้นที่ จากปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคในช่วงฤดูแล้ง และปัญหาน้ำท่วมกัดเซาะตลิ่งพังในช่วงฤดูน้ำหลาก
ปัจจุบันกรมชลประทานได้ดำเนินการออกแบบและจัดทำกระบวนการมีส่วนร่วมแล้ว หากดำเนินโครงการแล้วเสร็จ จะสามารถเก็บกักน้ำและยกระดับน้ำในแม่น้ำลำภาชี เพื่อส่งเข้าระบบชลประทานให้ชาวบ้านในพื้นที่กว่า 80 ครัวเรือนได้ใช้อุปโภคบริโภคในช่วงฤดูแล้ง มีพื้นที่ชลประทานได้รับประโยชน์กว่าอีก 3,600 ไร่นอกจากนี้ ยังทำหน้าที่บริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูน้ำหลาก ลดปัญหาน้ำท่วมพื้นที่ริมตลิ่งได้อีกด้วย
จากนั้นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และคณะ ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าโครงการทำนบดินพุส้มป่อย พร้อมอาคารประกอบ และพบปะรับฟังปัญหาจากพี่น้องเกษตรกรและประชาชนในพื้นที่ ณสำนักงานเทศบาลทุ่งหลวง อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี โดยโครงการทำนบดินพุส้มป่อย พร้อมอาคารประกอบ มีลักษณะเป็นเขื่อนดิน มีความจุที่ระดับน้ำเก็บกัก100,000 ลบ.ม. พร้อมระบบส่งน้ำ และอาคารบังคับน้ำลงสระเก็บน้ำ เพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนชาวตำบลทุ่งหลวง ที่ประสบกับปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค และการเกษตรในช่วงฤดูแล้ง เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวอยู่นอกเขตชลประทาน และไม่มีแหล่งเก็บน้ำสำหรับกักเก็บน้ำไว้ใช้ฤดูแล้ง หากโครงการฯ แล้วเสร็จ จะสามารถบรรเทาปัญหาการขาดแคลนน้ำให้แก่ประชาชนในเขตพื้นที่หมู่ 11 ตำบลทุ่งหลวง สามารถส่งน้ำให้พื้นที่การเกษตรได้เพิ่มขึ้นประมาณ 200 ไร่ และยังเป็นแหล่งน้ำต้นทุนเพื่อให้เทศบาลตำบลทุ่งหลวงจัดทำระบบน้ำประปาให้กับประชาชนในพื้นที่ได้อีกด้วย

ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่: 15 พฤษภาคม 2567

“สส.อนุรัตน์”เผย กมธ.คมนาคม สภาฯ ลงพื้นที่รถไฟฟ้ามหานคร สายสีเหลือง เร่งตรวจสอบอุบัติเหตุชิ้นส่วนรถไฟฟ้าตกหล่น เตรียมชงเข้ากระทรวงคมนาคม

,

“สส.อนุรัตน์”เผย กมธ.คมนาคม สภาฯ ลงพื้นที่รถไฟฟ้ามหานคร สายสีเหลือง เร่งตรวจสอบอุบัติเหตุชิ้นส่วนรถไฟฟ้าตกหล่น เตรียมชงเข้ากระทรวงคมนาคม

นายอนุรัตน์ ตันบรรจง สส.พะเยา เขต 2 พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการคมนาคม สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า คณะ กมธ.ได้ตรวจเยี่ยมการทำงานของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดอุบัติเหตุชิ้นส่วนรถไฟฟ้าตกหล่น ขณะให้บริการแก่ประชาชน จนเกิดอันตรายต่อผู้รับบริการ รวมถึงผู้ใช้ถนนใต้รถไฟฟ้า สายสีชมพู และสายสีเหลือง โดย รฟม.ได้ให้นายกิตติกร ตันเปาว์ รองผู้ว่าการ (วิศวกรรมและก่อสร้าง) และ นายสาโรจน์ ต.สุวรรณ รองผู้ว่าการ (กลยุทธ์และแผน) มาให้การต้อนรับคณะกรรมาธิการการคมนาคม

นายอนุรัตน์ กล่าวต่อว่า คณะฯ กมธ.ได้เข้าเยี่ยมชมการดำเนินโครงการรถไฟฟ้ามหานคร สายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว – สำโรง ณ ศูนย์ควบคุมการเดินรถไฟฟ้าและศูนย์ซ่อมบำรุง รถไฟฟ้ามหานคร สายสีเหลืองฯ เพื่อเร่งตรวจสอบถึงสาเหตุดังกล่าวจึงได้เดินทางมาตรวจอู่เก็บรถไฟฟ้าดังกล่าว เพื่อรายงานต่อกระทรวงคมนาคมต่อไป

ทั้งนี้ รฟม. ได้นำเสนอข้อมูลภาพรวมการดำเนินกิจการรถไฟฟ้าของ รฟม. และได้ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ตอบข้อซักถาม พร้อมทั้งรับฟังข้อเสนอแนะจากคณะกรรมาธิการฯ เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและอำนวยความสะดวกในการเดินทางให้แก่ประชาชนต่อไป

ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่: 15 พฤษภาคม 2567

“สันติ รมช.สธ.” ดัน อ.หัวหิน พื้นที่นำร่องด้านท่องเที่ยวปลอดภัย สร้างความเชื่อมั่นปชช. – นักท่องเที่ยว รับบริการสาธารณสุขไทย

,

“สันติ รมช.สธ.” ดัน อ.หัวหิน พื้นที่นำร่องด้านท่องเที่ยวปลอดภัยสร้างความเชื่อมั่นปชช. – นักท่องเที่ยว รับบริการสาธารณสุขไทย

เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2567 นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข ลงพื้นที่ตรวจราชการก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นอกสถานที่พื้นที่ในกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 (ประจวบคีรีขันธ์, เพชรบุรี, สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร) เพื่อติดตามการดำเนินงานตามนโยบายของกระทรวงสาธารณสุข และจังหวัดนำร่องด้านนักท่องเที่ยวปลอดภัย (SAFETY TOURISM) ของโรงพยาบาลหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านการแพทย์และสาธารณสุข ในการพัฒนาระบบสาธารณสุขให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นสามารถรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินและโรคอุบัติใหม่ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งจะช่วยเสริมศักยภาพภาคการท่องเที่ยวของประเทศ สอดรับนโยบายของรัฐบาลที่จะผลักดันการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว

ทั้งนี้ อ.หัวหิน เป็นพื้นที่ดำเนินการตามมาตรการ นโยบายของกระทรวงสาธารณสุขที่เกี่ยวข้องการท่องเที่ยวปลอดภัยตาม 4 มาตรการ ประกอบด้วย 1. ยกระดับระบบเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคและภัยสุขภาพให้ได้มาตรฐานทันเวลา ทันต่อสถานการณ์ โดยเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวปลอดโรคพิษสุนัขบ้า (Rabies Free Zone) และได้ผลักดันการประเมินรับรองพื้นที่ปลอดโรคพิษสุนัขบ้า 3 อำเภอ ได้แก่ หัวหิน บางสะพาน และทับสะแก
2. ยกระดับบริการการแพทย์ฉุกเฉิน รวมถึงระบบสาธารณสุขฉุกเฉินให้ครอบคลุม โดยทำงานร่วมกับหน่วยปฏิบัติการการแพทย์ฉุกเฉินสังกัดโรงพยาบาล องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มูลนิธิต่างๆ ระบบส่งต่อรักษา ที่มีการแบ่งเป็นเครือข่าย โซนเหนือมีโรงพยาบาลหัวหินเป็นแม่ข่าย และโซนใต้มีโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์เป็นแม่ข่าย ช่วยให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลรักษาอย่างทันท่วงที ลดการส่งต่อระยะทางไกล รวมมีความพร้อมระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉิน ทั้งทางบก ทางน้ำ และอากาศ ทำงานเป็นเครือข่ายแบบไร้รอยต่อ ช่วยให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้รับบริการที่ศักยภาพและเกิดความมั่นใจ

3. ยกระดับเรื่องที่พักและอาหารปลอดภัยมีอาหารริมบาทวิถี (SAN Plus Street Food Good Health) ระดับดีขึ้นไป 2 แห่ง คือ ถนนคนเดินเมืองประจวบฯ และตลาดลงเลสามร้อยยอด มีสถานที่จำหน่ายอาหาร SAN Plus (CFGT+) 5 แห่ง SAN (CFGT) ระดับพื้นฐาน 80 แห่ง, ทุกอำเภอมีร้านเมนูชูสุขภาพรวม 51 ร้าน 155 เมนู, โรงแรมประเภท 4 ที่ผ่านมาตรฐาน GHH 100% 4แห่ง, โรงแรมประเภท 2,3,4 ผ่านมาตรฐาน GHH 34แห่ง, มาตรฐานแหล่งท่องเที่ยว GREEN Health Attraction ที่ วนอุทยานหาดวนกร อ.ทับสะแก และน้ำประปาในที่พักที่กิน ที่เที่ยว ผ่านเกณฑ์คุณภาพน้ำทางด้านแบคทีเรียครบ 100% และ 4.การจัดตั้งหรือยกระดับศูนย์เวชศาสตร์การเดินทางการท่องเที่ยว

นายสันติ กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุข มีความตั้งใจที่จะดูแล ผู้ป่วย ไม่ว่าจะเป็นประชาชน และนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่ได้มาท่องเที่ยว จ.ประจวบคีรีขันธ์ ถือว่าเป็นเรื่องที่เป็นประโยชน์ ที่ได้สนองนโยบายการท่องเที่ยวปลอดภัยของนักท่องเที่ยว ได้เดินทางมาเที่ยว ให้เกิดความไว้วางใจในการบริการ สาธารณสุขที่จะดูแลอย่างดีเยี่ยม ทำให้ยกระดับเศรษฐกิจ ดีขึ้น ระบบการแพทย์ของสาธารณสุข ตอบสนองการท่องเที่ยว ของท่องเที่ยวดีเยี่ยมมีการเฝ้าระวังให้นักท่องเที่ยวเกิดความปลอดภัยก็จะเกิดความอบอุ่น

“ใน 8 อำเภอ มีปัญหาบุคลากรทางการแพทย์ที่ยังขาดแคลน เช่น อ.ปราณบุรี มีแพทย์ 7 คน ถือว่าน้อยมาก อ.สามร้อยยอด มีแพทย์ 3 คน อ.กุยบุรี มีแพทย์ 3 คน อ.ทับสะแก มีแพทย์ 5 คน อ.บางสะพานมีแพทย์ 14 คน ซึ่งจริงๆแล้วแพทย์จะต้องดูแลผู้ป่วย ไม่ว่าจะฉุกเฉิน และ กลางคืน จะต้องเฝ้าระวัง 24 ชั่วโมง หากมีแพทย์จำนวนน้อย ประสิทธิภาพการทำงานก็จะลดลง สิ่งเหล่านี้จะมีความสำคัญ ในการดูแลพี่น้องประชาชน แม้แพทย์มีความตั้งใจ เอาใจใส่ในการทำงาน แต่คงไม่มีประสิทธิภาพสูงสุด ปัญหาประเด็นเหล่านี้ อยากให้รายงานเข้าไปที่กระทรวงสาธารณสุขได้ทราบ เพื่อจะผลักดัน ให้เกิดการผลิตแพทย์ให้เกิดความเพียงพอ” นายสันติ กล่าว

หลังจากนั้นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขพร้อมคณะลงพื้นที่จุดให้บริการฉีดวัคซีนนอกสถานที่ ณ ห้างสรรพสินค้ามาร์เก็ตวิลเลจ หัวหิน ซึ่งเป็นจุดบริการฉีดวัคซีน ป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ตามนโยบายสาธารณสุขประจำปี 2507 เป็นวัคซีนตามนโยบายนักท่องเที่ยวปลอดภัย ซึ่ง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้รับการจัดสรร 1,900 โดส ทั้งหมดมาลงที่ อ.หัวหิน ให้กับกลุ่มเป้าหมาย 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ 1.ผู้บริการด้านขนส่งสาธารณะ กลุ่มที่ 2. ผู้ให้บริการสถานที่พัก และ กลุ่มที่ 3 ผู้ประกอบการบริการสถานบริการ พร้อมพบปะผู้ประกอบการร้านค้าโดยได้นำมาตรฐาน SAN ในศูนย์อาหารมาตรฐาน Clean Food Good Taste หลังจากนั้นเดินทางตรวจเยี่ยมสถานประกอบการที่พักโรงแรมบ้านทะเลดาว ซึ่งเป็นบ้านพักตากอากาศใกล้ชายหาดเขาตะเกียบ สร้างเป็นบูติกรีสอร์ท ที่มีความเป็นธรรมชาติผ่านการรับรองตามมาตรฐาน SHA Plus มีพนักงานได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว มากกว่า ร้อยละ 70 และเดินทางต่อเยี่ยม บ้านกางมุ้ง สลีปอีซี่ โฮสเทล หัวหิน (Sleepeasy Hostel Hua Hin by Baan Kangmung) ที่ผ่านการรับรองตามมาตรฐาน SHA Extra Plus อีกด้วย

ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่: 15 พฤษภาคม 2567

“สส. อัครแสนคีรี หารือรัฐมนตรีจีน เปิดตลาดส่งออกวัวไทย กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก พร้อมหารือแนวทางพัฒนาสิ่งแวดล้อม

,

“สส. อัครแสนคีรี หารือรัฐมนตรีจีน เปิดตลาดส่งออกวัวไทย กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก พร้อมหารือแนวทางพัฒนาสิ่งแวดล้อม

นายอัครแสนคีรี โล่ห์วีระ สส.ชัยภูมิ เขต 7 พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)เปิดเผยว่า ตนได้นำสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน เดินทางมายังสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อเข้าพบนางซุน ไฮ่ แหยน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงวิเทศสัมพันธ์ และนายเผิง ซิ้ว ปิง อธิบดีกรมที่ 1 แห่งกระทรวงวิเทศสัมพันธ์ ซึ่งเป็นกระทรวงที่มีหน้าที่ประสานการเมือง กับพรรคการเมืองในต่างประเทศ โดยตนได้หารือถึงประเด็นการส่งออกสินค้าไทย โดยเฉพาะสินค้าเกษตร และปศุสัตว์ โดยเฉพาะโคไทย ที่ราคาซบเซา เกษตรกรผู้เลี้ยงวัว ต่างขาดทุนต่อเนื่องหลายปี ซึ่งทางกระทรวงเกษตรฯ ได้วางมาตรการเพื่อเตรียมการส่งออกไว้แล้ว ในโอกาสที่มาเยือนจีน ตนจึงได้ติดตามความคืบหน้าต่อเพื่อพี่น้องประชาชน

นายอัครแสนคีรี กล่าวต่อว่า การส่งออกโคไทยไปจีนเป็นความร่วมมือของทั้ง 2 ประเทศ โดยล่าสุด อยู่ระหว่าง กรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดทำพื้นที่ปลอดโรค เพื่อการส่งออกโคเนื้อมีชีวิตจากราชอาณาจักรไทย ไปสาธารณรัฐประชาชนจีน ภายใต้หลักการ Regionalization เพื่อขับเคลื่อนผลักดันการส่งออก ขอเปิดตลาดในจีนต่อไป พร้อมกันนี้ ยังได้หารือ กับผู้นำรัฐบาลท้องถิ่นในเรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจควบคู่กับการพัฒนาสิ่งแวดล้อม อย่างผู้นำมณฑลเจียงซู

โดย มณฑลเจียงซู ถือเป็นเมืองเศรษฐกิจ ลำดับ 6 ของจีน มีขนาดเศรษฐกิจกว่า 10 ล้านๆ บาททั้งนี้ยังได้ศึกษาดูงานถึง 3 เมือง ได้แก่ เมืองซูโจว เมืองหนานจิง และมหานครปักกิ่ง โดยได้ศึกษาแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น รวมถึงการอนุรักษ์บ้านเมือง และพื้นที่ที่ติดลุ่มน้ำแยงซีเกียง

สำหรับการเดินทางมาสาธารณรัฐประชาชนจีน ครั้งนี้ มี ตัวแทน สส. และนักการเมืองคนรุ่นใหม่ ทั้งรัฐบาล และฝ่ายค้าน เช่น นายเสมอกัน เที่ยงธรรม สส.สุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา ,นายปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์ สส.กทม. พรรคก้าวไกล,นายชุติพงศ์ พิภพภิญโญ สส.ระยอง พรรคก้าวไกล,นายณรงเดช อุฬารกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล,นางสาวรัชดา ธนาดิเรก พรรคประชาธิปัตย์ อดีตรองโฆษกรัฐบาล,นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ พรรคประชาธิปัตย์,นายวสวรรธน์ พวงพรศรี หัวหน้าพรรคไทรวมพลัง,นายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ พรรครวมไทยสร้างชาติ และโฆษกกระทรวงพลังงาน และนายนายกิติ วงษ์กุหลาบ รองหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย

ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่: 15 พฤษภาคม 2567

“สส.ไผ่”ตรวจการขุดลอกวัชพืชคลองผู้ว่า ต.ลานดอกไม้ เพื่อประสิทธิภาพส่งน้ำเข้าพื้นที่เกษตร บรรเทาความเดือดร้อนปชช.

,

“สส.ไผ่”ตรวจการขุดลอกวัชพืชคลองผู้ว่า ต.ลานดอกไม้ เพื่อประสิทธิภาพส่งน้ำเข้าพื้นที่เกษตร บรรเทาความเดือดร้อนปชช.

นายไผ่ ลิกค์ สส.กำแพงเพชร เขต 1 พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวว่า ตนได้ลงพื้นที่ ต.ลานดอกไม้ อ.เมือง จ.กำแพงเพชร ร่วมกับ สจ.ไพรัช ตัณนิติศุภวงศ์ และนายกสม กลัดอยู่ ลงพื้นที่ตำบลลานดอกไม้ เพื่อพบปะพี่น้องประชาชน พร้อมทั้งตรวจเยี่ยมดูการปฎิบัติงานการขุดลอกคลองผู้ว่า ในการกำจัดวัชพืชที่เป็นอุปสรรคในการส่งน้ำเข้าพื้นที่การเกษตร ของเกษตรกรท้ายน้ำ พร้อมทั้งเตรียมการรับปริมาณน้ำในช่วงฤดูฝนที่กำลังจะมาถึง ให้มีเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการน้ำในอนาคต

“ประชาชนในตำบลลานดอกไม้ได้รับความเดือดร้อน ขาดแคลนน้ำในการทำการเกษตรจึงได้ประสานงานไปยังชลประทานจังหวัดกำแพงเพชร เพื่อนำเครื่องจักรมาช่วยกำจัดวัชพืชคลองผู้ว่า เพื่อให้ประชาชนมีน้ำใช้ในการเกษตรและบรรเทาปัญหาในเบื้องต้น ซึ่งตนต้องขอขอบคุณชลประทานจังหวัดกำแพงเพชรที่ได้อนุเคราะห์เครื่องจักรในครั้งนี้”นายไผ่ กล่าว

ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่: 15 พฤษภาคม 2567

‘สส.จักรัตน์’ นำ กมธ.บริหารจัดการน้ำ สภาฯลงพื้นที่ เกาะพีพี เร่งประสาน 3 กระทรวงหลักแก้ปัญหาน้ำขาดแคลนช่วงหน้าแล้ง ย้ำ ยังรองรับภาคการท่องเที่ยวได้ นทท.ไม่ต้องกังวล

,

‘สส.จักรัตน์’ นำ กมธ.บริหารจัดการน้ำ สภาฯลงพื้นที่ เกาะพีพี เร่งประสาน 3 กระทรวงหลักแก้ปัญหาน้ำขาดแคลนช่วงหน้าแล้ง ย้ำ ยังรองรับภาคการท่องเที่ยวได้ นทท.ไม่ต้องกังวล

นายจักรัตน์ พั้วช่วย สส.เพชรบูรณ์ เขต 2 พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการบริหารจัดการน้ำ สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า ตนพร้อมด้วยคณะ กมธ.ได้ลงพื้นที่ติดตามการแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค จังหวัดกระบี่ โดยได้ประสานหน่วยงานฝ่ายบริหารภายใต้สังกัดกระทรวงเกษตรฯ, กระทรวงทรัพย์ฯ และ กระทรวงมหาดไทย ได้แก่ ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่, อบจ.กระบี่, อบต.อ่าวนาง, นายอำเภอเมืองกระบี่, การประปาส่วนภูมิภาคสาขากระบี่, สนง.เขตชลประทานที่ 15, สนง.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดกระบี่ เพื่อติดตามการแก้ไขปัญหาและร่วมขับเคลื่อนแผนการบริหารจัดการทั้งระยะเร่งด่วน ระยะกลาง และระยะยาวอย่างจริงจัง

นายจักรัตน์ กล่าวต่อว่า จากสถานการณ์ภัยแล้งรุนแรงในพื้นที่จังหวัดกระบี่ โดยเฉพาะในเขตเทศบาลเมือง ที่มีการจ่ายน้ำวันเว้นวัน รวมทั้งปัญหาน้ำดิบสำหรับผลิตน้ำประปาบนเกาะพีพีไม่เพียงพอ เนื่องจากปริมาณน้ำฝนน้อย เพราะฝนไม่ตกตั้งแต่เดือนมกราคม และน้ำบาดาลคุณภาพต่ำหรือ น้ำกร่อย เกิดผลกระทบต่อการท่องเที่ยว ผู้ประกอบการรายย่อย และประชาชน
ซึ่งสำหรับแผนการแก้ไขปัญหาน้ำแล้งได้ข้อสรุปทั้งระยะเร่งด่วน ระยะกลาง และระยะยาวเป็นที่เรียบร้อย

โดยเฉพาะการเพิ่มกำลังการผลิตน้ำประปา ด้วยการก่อสร้างระบบผลิต สถานีผลิต-จ่ายน้ำหนองทะเล ต.หนองทะเล อ.เมือง จ.กระบี่ งบประมาณ 174 ล้านบาท ตลอดจนวางท่อน้ำดิบความยาว 22 กม. จากอ่างเก็บน้ำคลองแห้งมายังสถานีผลิตน้ำตลาดเก่า งบประมาณ 400 ล้านบาท และแผนระยะยาว ในการขยายกำลังการผลิตจาก 1,500 คิว เป็น 2,250 คิว และ ก่อสร้างถังน้ำใสขนาด 6,000 ลบ.ม. ที่สถานีจ่ายน้ำนครธรรม’

“เราได้ค้นพบแหล่งน้ำดิบใหม่ของจังหวัด ได้แก่ สระคลองหวายเล็ก พื้นที่ประมาณ 264 ไร่ เป็นขุมเหมืองเดิม ซึ่งอาจจะมีความลึกถึง 1,500 เมตร คุณภาพน้ำดิบระดับผิวน้ำถึงระดับความลึก 15 เมตร สามารถนำมาใช้เป็นน้ำประปาได้ ได้รับการยืนยันว่าผ่านการทดสอบเมื่อวาน นับเป็นข่าวดีล่าสุดของพื้นที่กระบี่ในการเพิ่มปริมาณน้ำดิบทั้งเพื่อการอุปโภคบริโภคและการเกษตร”

สำหรับพื้นที่บนเกาะพีพี รองนายกอบต.อ่าวนาง และ การประปาส่วนภูมิภาค กล่าวว่า พื้นที่เกาะพีพี มีสัดส่วนของแหล่งน้ำดิบมาจากน้ำบาดาล 60% และจัดซื้อจากเอกชน 40% แปลว่าพื้นที่ที่กระทบไม่ได้มากตามที่เป็นข่าว ยังสามารถรองรับภาคการท่องเที่ยวได้เต็มที่ โดยขณะนี้ให้ผู้ประกอบการเอกชนปรับเปลี่ยนการจ่ายน้ำโดยสูบจากบาดาลแทนการจ่ายน้ำจากอ่างเก็บน้ำที่แห้งเพราะฝนไม่ตก และยังมีการขนน้ำจากแพภูเก็ตมาเพิ่ม อีกทั้งยังได้เตรียมแผนระยะยาวในการทำน้ำอาร์โอ ระบบกรองน้ำเค็มเป็นน้ำจืด ซึ่งอยู่ระหว่างขอรับจัดสรรงบกลางปี 68 เพื่อการศึกษาวางระบบ ทั้ง 3 ด้าน ได้แก่ ข้อกฎหมาย, ผลกระทบสิ่งแวดล้อม, ระยะเวลาและการคุ้มทุน

“สำหรับภาคท่องเที่ยว ต้องขอขอบคุณทางฝ่ายบริหาร นายสมชาย หาญภักดีปฏิมา ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ยืนยันว่าการดูแลนักท่องเที่ยวไม่มีปัญหา เนื่องจากโรงแรมส่วนมากมีบ่อบาดาลของตนเอง ขอให้ผู้ที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวที่จังหวัดกระบี่และเกาะพีพีไม่ต้องกังวล และในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติก็จะช่วยพิจารณาผลักดันงบประมาณโครงการที่พื้นที่นำเสนอในวันนี้เพื่อมาแก้ไขในการบริหารจัดการน้ำ”นายจักรัตน์ กล่าว

ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่: 10 พฤษภาคม 2567