โลกเปลี่ยน ไทยต้องปรับ ทางเลือกใหม่ของการเมืองไทย ก้าวข้ามความขัดแย้ง สานพลังประชาราษฎร์ ร่วมสร้างชาติให้ยั่งยืน

Blog

“ร.อ.ธรรมนัส” เข้าปฏิบัติหน้าที่ขับเคลื่อนกระทรวงเกษตรฯ รุกนโนยายแก้ปัญหาเร่งด่วนให้พี่น้องเกษตรกร 100 วันเห็นผล

,

“ร.อ.ธรรมนัส” เข้าปฏิบัติหน้าที่ขับเคลื่อนกระทรวงเกษตรฯ รุกนโนยายแก้ปัญหาเร่งด่วนให้พี่น้องเกษตรกร 100 วันเห็นผล

6 ก.ย.2566 ร.อ.ธรรมนัส พรหมณ์เผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินทางเข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิประจำกระทรวง ศาลพระภูมิ ศาลท้าวเวสสุวรรณ ศาลตา – ยาย สักการะองค์พระพิรุณทรงนาค (หน้าอาคาร) และองค์พระพิรุณทรงนาค (ห้องพิพิธภัณฑ์) พร้อมด้วย 2 รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง ในเวลา 8.19 น. และได้ร่วมถ่ายภาพร่วมกับผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ บริเวณหน้าอาคารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทั้งนี้ยังได้เตรียมมอบหมายนโยบายให้นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผู้บริหารและหัวหน้าส่วนราชการทั้งหมดในวันนี้ เพื่อหารือมาตรการและการขับเคลื่อนการดำเนินงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่มีความเร่งด่วน อาทิ การแก้ปัญหาภัยแล้ง ผลจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในภาคเหนือตอนบนและภาคอีสาน การแก้ไขปัญหาการทำประมงที่ผิดกฎหมายตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี การปราบปรามการลักลอบนำเข้าเนื้อสัตว์ผิดกฎหมาย และนโยบายพักหนี้เกษตรกร เป็นต้น

ปัญหาเหล่านี้ ล้วนเป็นปัญหาเร่งด่วนที่นายกรัฐมนตรีให้ความเป็นห่วง และจะมีความชัดเจนหลังจากแถลงนโยบายของรัฐบาลในวันจันทร์ที่ 11 กันยายน 2566 ที่จะถึงนี้ ส่วนการแบ่งงานของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะมีการประชุมแบ่งงานภายหลังแถลงนโยบายฯ ทั้งนี้ ภายในสัปดาห์หน้าจะสามารถเดินหน้าทำงานได้ทันที

สำหรับปัญหาราคามังคุดใต้ที่ตกต่ำ ทั้งที่เป็นมังคุดปลายฤดูกาลผลิต ซึ่งได้เร่งระบายผลผลิตจนสถานการณ์คลี่คลายแล้ว นอกจากนี้ ได้มอบหมายปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินหน้ามาตรการแก้ปัญหาในระยะกลาง และระยะยาวอย่างยั่งยืนอีกด้วย

“ขอฝากถึงพี่น้องเกษตรกรทั่วประเทศ ว่ากระทรวงเกษตรฯ มีความตั้งใจที่จะช่วยเหลือและยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทย ให้มีความอยู่ดีกินดีอย่างยั่งยืน ซึ่งนโยบายเร่งด่วนต่าง ๆ ที่กล่าวข้างต้น ต้องมีความชัดเจนและเห็นผลภายใน 100 วันด้วย”รัฐมนตรีเกษตรฯ กล่าว

ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่: 6 กันยายน 2566

“พล.ต.อ. พัชรวาท” เกาะติดน้ำมันดิบรั่ว เกาะสีชัง ห่วงกระทบ ปชช และ สิ่งแวดล้อม

,

“พล.ต.อ. พัชรวาท” เกาะติดน้ำมันดิบรั่ว เกาะสีชัง ห่วงกระทบ ปชช และ สิ่งแวดล้อม

พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยถึงกรณีเหตุการณ์น้ำมันดิบรั่วไหล บริเวณทางตอนใต้ของเกาะสีชัง จ.ชลบุรี ว่า ได้รับรายงานสถานการณ์จาก นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นระยะ หลังจากที่เกิดเหตุการณ์ เมื่อช่วงกลางดึกวันที่ 3 ก.ย.ที่ผ่านมา

โดยได้กำชับสั่งการท่านปลัดกระทรวงฯ ไปแล้วว่า ขอให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งทรัพยากรชายฝั่ง ทรัพยากรทางทะเล โดยเฉพาะบริเวณที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของพื้นที่ และที่สำคัญที่สุดคือ ต้องไม่ส่งผลกระทบถึงชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนในพื้นที่

ซึ่งทางปลัดกระทรวงฯ ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คือ กรมควบคุมมลพิษ และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เฝ้าติดตามสังเกตการณ์สถานการณ์ในพื้นที่อย่างต่อเนื่องใกล้ชิด ทั้งการคาดการณ์การเคลื่อนตัวของคราบน้ำมัน การเก็บตัวอย่างน้ำและน้ำมันเพื่อวิเคราะห์และประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การสำรวจผลกระทบต่อแนวปะการัง เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบในวงกว้าง รวมถึงได้กำชับให้มีการประสานงานและให้ความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดและทันท่วงที

ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่: 6 กันยายน 2566

“พล.ต.อ.พัชรวาท” ร่วมสักการะสิ่งศักดิ์ พร้อมทีมนายกฯ ฤกษ์ดีเป็นสิริมงคล พร้อมปฏิบัติภารกิจ มุ่งมั่นทำเพื่อประชาชน

,

“พล.ต.อ.พัชรวาท” ร่วมสักการะสิ่งศักดิ์ พร้อมทีมนายกฯ ฤกษ์ดีเป็นสิริมงคล พร้อมปฏิบัติภารกิจ มุ่งมั่นทำเพื่อประชาชน

วันที่ 6 กันยายน 2566 พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.)ร่วมพิธีสักการะพระพรหม บนตึกไทยคู่ฟ้า จากนั้น เวลา 8.09 น. ถือฤกษ์ดี ได้ทำการสักการะศาลพระภูมิเจ้าที่ ศาลตาศาลยาย สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบรัฐบาล ก่อนประชุม คณะรัฐมนตรีนัดพิเศษ ที่ตึกบัญชาการ 1 ชั้น 5 ทำเนียบรัฐบาล

โดยพร้อมปฏิบัติภารกิจอย่างเต็มกำลัง ในการทำงานเพื่อประโยชน์ของประชาชน

ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่: 6 กันยายน 2566

3 รัฐมนตรีพรรคพลังประชารัฐ เข้าเฝ้าถวายสัตย์ พร้อมร่วมถ่ายรูปหมู่คณะรัฐมนตรีชุดใหม่

,

3 รัฐมนตรีพรรคพลังประชารัฐ เข้าเฝ้าถวายสัตย์ พร้อมร่วมถ่ายรูปหมู่คณะรัฐมนตรีชุดใหม่

5 กันยายน 2566 พรรคพลังประชารัฐ นำโดย “พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ”ประธานที่ปรึกษาพรรค ในฐานะรองนายกฯ และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า”สส.พะเยา และเลขาธิการพรรค ในฐานะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ “สันติ พร้อมพัฒน์”รองหัวหน้าพรรค รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เดินทางมารวมตัวกันที่ทำเนียบรัฐบาล โดยคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ ก่อนจะขึ้นรถเดินทางไปพร้อมกัน เพื่อเข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณตน จากนั้นได้เดินทางกลับมาที่ทำเนียบรัฐบาลเพื่อถ่ายรูปรวมคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ทั้งนี้ จะมีการเริ่มประชุมครั้งแรกในวันที่ 6 ก.ย.นี้

ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่: 5 กันยายน 2566

“สนธิรัตน์” ลงพื้นที่นครศรีธรรมราช ควง “สส.สุธรรม” สร้างการเมืองมิติใหม่ ลุยทำงานเพื่อ ปชช. พร้อมร่วมถกสมาพันธ์บริษัทประชารัฐฯ 14 จังหวัดภาคใต้ ขับเคลื่อนต่อ “บริษัทประชารัฐรักสามัคคี” สร้างโมเดลความสำเร็จ ตั้งเป้าผลักดันเข้าตลาดหลักทรัพย์

,

“สนธิรัตน์” ลงพื้นที่นครศรีธรรมราช ควง “สส.สุธรรม” สร้างการเมืองมิติใหม่ ลุยทำงานเพื่อ ปชช. พร้อมร่วมถกสมาพันธ์บริษัทประชารัฐฯ 14 จังหวัดภาคใต้ ขับเคลื่อนต่อ “บริษัทประชารัฐรักสามัคคี” สร้างโมเดลความสำเร็จ ตั้งเป้าผลักดันเข้าตลาดหลักทรัพย์

วันที่ 2-3 กันยายน 2566 ที่อำเภอเมือง-ทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ประธานกรรมการด้านการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ พร้อมด้วย นายสุธรรม จริตงาม สส.จังหวัดนครศรีธรรมราช เขต 6 พรรคพลังประชารัฐ นายวัชระ กรรณิการ์ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ นายทวี สุระบาล สส.จังหวัดตรัง เขต 2 พรรคพลังประชารัฐ และนายคอซีย์ มามุ สส. จังหวัดปัตตานี เขต 2 ลงพื้นที่อำเภอเมือง และอำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช รับฟังเสียงพี่น้องประชาชน เดินหน้าแก้ปัญหา พัฒนาพื้นที่ สร้างความอยู่ดีกินดีให้กับพี่น้องประชาชน

โดยนายสนธิรัตน์ และนายสุธรรม ได้เปิดเวทีถก “ทิศทางการพัฒนาอำเภอทุ่งสง” ซึ่งมีผู้นำชุมชน 13 ตำบล ในอำเภอทุ่งสง เข้าร่วมกว่า 100 คน นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า การลงพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราชครั้งนี้ ตนตั้งใจมาช่วย สส.สุธรรม จริตงาม ในการลงพื้นที่พบปะประชาชน เพื่อรวบรวมปัญหาและข้อเสนอแนะจากพี่น้องประชาชนในการพัฒนาขับเคลื่อนพื้นที่อำเภอทุ่งสงนำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งมาวันนี้ก็ได้รับทราบหลายปัญหาในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเรื่องน้ำแล้ง น้ำหลาก ปัญหาราคาผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ เช่น ราคามังคุด ยางพารา ปัญหายาเสพติด และปัญหาพื้นที่ทำกิน เป็นต้น ซึ่งตนและ สส.สุธรรม เก็บรวบรวมทุกปัญหา เพื่อนำไปสู่การวางแนวทางการบริหารให้สอดรับกับทุกปัญหาที่ผู้นำชุมชนได้สะท้อนออกมา ซึ่งตนในฐานะประธานกรรมการด้านการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ พร้อมจะช่วยคิด ช่วยวางแนวทางแก้ปัญหาให้อย่างแน่นอน

“การลงพื้นที่ในวันนี้ ถือเป็นมิติใหม่ทางการเมืองที่ยึดปัญหาพี่น้องประชาชนและบ้านเมืองเป็นตัวตั้ง ซึ่งที่ผ่านมาจะเห็นว่าผมและ สส. สุธรรม มาพร้อมกับ สส. ทวี จังหวัดตรัง และ สส. คอซีย์ จังหวัดปัตตานี มาลงพื้นที่ร่วมกัน เพราะแนวทางการทำงานของพรรคพลังประชารัฐ เน้นการทำงานทั้งองคาพยพ ผมเชื่อว่าการพัฒนาและการแก้ปัญหา ที่จะช่วยสร้างความเข้มแข็งและความยั่งยืนต้องมาจากความร่วมมือที่จะปิดจุดด้อย ส่งเสริมจุดเด่นร่วมกัน ดังนั้น สส. ภาคใต้ของพรรคพลังประชารัฐหรือแม้แต่ สส. ทุกภาคก็ยึดแนวทางการทำงานแบบนี้ วันนี้ ผมอยากให้พี่น้องประชาชนชาวทุ่งสงมั่นใจในตัว สส.สุธรรม ว่าท่านเลือกคนไม่ผิดแน่นอน” นายสนธิรัตน์ กล่าว

นายสุธรรม กล่าวยืนยันว่า ตนมีความตั้งใจที่จะทำงานเพื่อพี่น้องประชาชน จะเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนเข้าไปขับเคลื่อนงบประมาณเข้ามาพัฒนาแก้ปัญหา ไม่ใช่แค่ สส. อีเว้น งานศพ งานบวช งานแต่ง แต่ตนจะเป็น สส. ที่ประชาชนเข้าถึง ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับพ่อแม่พี่น้องทุกคน ตามนโยบายที่ผู้บริหารพรรคพลังประชารัฐตั้งมั่นไว้เป็นแนวทางให้ สส. ของพรรคทุกคนได้ทำหน้าที่ของตนในพื้นที่อย่างแน่นอน ซึ่งหลังจากนี้ ตนจะเดินหน้าโครงการ สส. สัญจร พบปะพี่น้องประชาชนทุกพื้นที่ต่อไป

จากนั้น นายสนธิรัตน์ และ นายสุธรรม ได้เดินทางไปดูพื้นที่ช่องเขาหินลูกช้าง พร้อมรับหนังสือติดตามความคืบหน้าโครงการก่อสร้างถนนเขตป่าสงวนช่องเขาหินลูกช้าง จากนายเดชพล แก้วคุ้มภัย นายกองค์การบริหารส่วนตำบลนาไม้ไผ่ ซึ่งดำเนินการยื่นเรื่องมาตั้งแต่ปี 63 แต่โครงการไม่คืบหน้า เนื่องจากติดกฎหมายของกรมป่าไม้ โดยโครงการตัดถนนดังกล่าว จะเป็นเส้นทางสัญจร และการขนส่งพืชผลทางการเกษตร ที่เชื่อมต่อพื้นที่อำเภอทุ่งสง เช่น ตำบลเขาขาว และอำเภอทุ่งใหญ่ ไปจนเชื่อมต่อจังหวัดกระบี่และภูเก็ตได้ นอกจากนี้ ยังสามารถพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาตห้กับอำเภอทุ่งส่ง เนื่องจากเขาหินลูกช้าง เป็นจุมชมวิวที่สามารถมองเห็นอำเภอทุ่งสงได้ทั้งเมือง และบางพื้นที่ในจังหวัดตรังและกระบี่ได้อีกด้วย

นอกจากนี้ ที่โรงแรมทวินโลตัส อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ประธานกรรมการด้านการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ พบปะตัวแทน บริษัท ประชารัฐรักสามัคคี วิสาหกิจเพื่อสังคม (ประเทศไทย) จำกัด ภาคใต้ 14 จังหวัด ประกอบด้วย กลุ่มจังหวัดอันดามัน กลุ่มจังหวัดอ่าวไทย และกลุ่มจังหวัด 3 ชายแดนใต้ เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในหัวข้อ บริษัทประชารัฐฯ จากอดีต ปัจจุบัน อนาคต จะไปอย่างไร ในระหว่างการประชุมสมาพันธ์บริษัทประชารัฐฯ ภาคใต้ ครั้งที่ 3/2566

นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า บริษัท ประชารัฐรักสามัคคี วิสาหกิจเพื่อสังคม (ประเทศไทย) จำกัด เกิดขึ้นในสมัยที่พรรคพลังประชารัฐเป็นรัฐบาลบริหารประเทศ ภายใต้แนวคิดความร่วมมือแบบบูรณาการระหว่างรัฐ เอกชน และประชาชน เพื่อเป้าหมายสร้างชุมชนทั่วประเทศให้เกิดความเข้มแข็งที่คลอบคลุมทั้งด้านสังคม อาชีพ รายได้ คุณภาพชีวิตของประชาชน และสิ่งแวดล้อม

โดยพรรคพลังประชารัฐยังยืนยันที่จะขับเคลื่อนและพัฒนาบริษัทประชารัฐฯ ทั่วประเทศต่อไป เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบเศรษฐกิจฐานรากเพราะวันนี้ตนเชื่อว่าบริษัทประชารัฐฯ ยังคงเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะขับเคลื่อนชุมชนทั่วประเทศให้อยู่ดีกินดีและพึ่งพาตัวเองได้

“บริษัทประชารัฐรักสามัคคี เป็นเครื่องมือที่ดี และยังเป็นความหวังของชุมชนที่จะสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็งได้ โดยรวมเอาจุดดีของ CSR ระบบสหกรณ์ และ Business model ของภาคเอกชนมาบูรณาการเป็นบริษัทประชารัฐรักสามัคคีซึ่งวันนี้พรรคพลังประชารัฐมีความตั้งใจที่จะสร้างให้เข้มแข็งและเติบโตก้าวไปให้ถึงตลาดหลักทรัพย์ เพื่อเป็นโมเดลความสำเร็จของบริษัทประชารัฐรักสามัคคี และเป็นเครื่องมือแก้จนให้ประชาชนอยู่ดีกินดีได้อย่างยั่งยืน” นายสนธิรัตน์ กล่าว

ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่: 3 กันยายน 2566

“บุญชัย ส.ส.เพชรบูรณ์ “ร่วมมือปชช. เร่งทำฝายน้ำล้น เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำแม่น้ำป่าสัก ลดผลกระทบภัยแล้งอิทธิเอลนีโญหวังแก้ปัญหามีน้ำกินน้ำใช้เพื่อการเกษตรในพื้นที่

“บุญชัย ส.ส.เพชรบูรณ์ “ร่วมมือปชช. เร่งทำฝายน้ำล้น เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำแม่น้ำป่าสัก
ลดผลกระทบภัยแล้งอิทธิเอลนีโญหวังแก้ปัญหามีน้ำกินน้ำใช้เพื่อการเกษตรในพื้นที่

นายบุญชัย กิตติธาราทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.)จ. เพชรบูรณ์ เขต 3 พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) กล่าวว่า ได้ร่วมมือกับผู้นำชุมชน ชาวบ้านและ เกษตรกรในแผนเพิ่มปริมาณกักเก็บน้ำ ในแม่น้ำป่าสัก เพื่ออุปโภคและบริโภค และให้มีเพียงพอเพื่อภาคการเกษตร ซึ่งจะเป็นการบรรเทาปัญหาความแห้งแล้งที่เกิดขึ้นจากอิทธิพลสถานการณ์เอลนีโญในหลายตำบล ของ อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ที่ขณะนี้กำลังประสบปัญหาอย่ากหนัก พบว่าปริมาณน้ำในแม่น้ำป่าสักแห้งแล้งกว่าปกติ เพราะตลอดกว่า 60-70 ปี ไม่เคยประสบปัญหาเช่นนี้มาก่อน

ดังนั้นได้ร่วมมือกันจากทุกภาคส่วน กว่า 250-300 คน นำกระสอบทรายมากั้นแม่น้ำป่าสัก เพื่อทำเป็นฝายน้ำล้น กักเก็บน้ำไว้ใช้ในช่วงที่ฝนทิ้งช่วง เพื่อป้อนให้กับประชาชนกว่า 3,000 ครัวเรือน ในหลายตำบลได้รับผลกระทบอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็น ต.สักหลง ต.บ้านโสก ต.ห้วยไร่ ต.บ้านหวาย ต.ปากช่องและ ต.ตาลเดี่ยว ซึ่งเป็นตำบลที่มีคลองชลประทานที่มีการรับน้ำจากแม่น้ำป่าสักโดยตรง จากปัญหาดังกล่าวสร้างผลกระทบพื้นที่เพาะปลูกข้าวประมาณ 11,963 ไร่ ยังไม่รวมถึงพื้นที่เพาะปลูกพืชชนิดอื่นอีก

“แม้ว่าขณะนี้ทางจ. เพชรบูรณ์ จะได้รับการทำฝนหลวง ในพื้นที่อำเภอหล่มเก่าและอำเภอหล่มสัก แต่ปริมาณน้ำฝนก็ยังมีไม่มากพอ เพื่อป้อนให้พื้นที่เกษตรกรพี่น้องประชาชน ที่ทำการเพาะปลูกพืชผัก ปลูกข้าวและข้าวโพด ซึ่งถือเป็นอาชีพหลักของคนในพื้นที่”

ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่: 3 กันยายน 2566

“วรโชติสส.พปชร.” ขอบคุณ “สันติ พร้อมพัฒน์” ช่วยเกษตรกร จ.เพชรบูรณ์ ผลักดันครม.เร่งทำฝนหลวงแก้ปัญหาภัยแล้งให้ชาวบ้าน

,

“วรโชติสส.พปชร.” ขอบคุณ “สันติ พร้อมพัฒน์” ช่วยเกษตรกร จ.เพชรบูรณ์ ผลักดันครม.เร่งทำฝนหลวงแก้ปัญหาภัยแล้งให้ชาวบ้าน

นายวรโชติ สุคนธ์ขจร สส.เพชรบูรณ์ เขต 4 พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)กล่าวว่า ในช่วงที่ฝนทิ้งช่วง จากภัยเอลนีโญ ส่งผลให้พี่น้องเกษตรกรและประชาชนประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ ในจ.เพชรบูรณ์ เพื่อการเกษตรและการอุปโภคบริโภค ในพื้นที่อย่างรุนแรงเพราะเป็นพื้นที่สูง

ทั้งนี้จากการได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านในพื้นที่ของจังหวัด ทั้งอำเภอชนแดน,อำเภอวังโป่ง,อำเภอหนองไผ่ และอำเภอภายในเขตจังหวัดเพชรบูรณ์ จึงได้ประสานงานไปยังนายสันติ พร้อมพัฒน์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง รวมถึง สส.เพชรบูรณ์ ของพรรคพลังประชารัฐอีกทั้ง 5 เขต ได้แก่ นางสาวพิมพ์พร พรพฤฒิพันธุ์,นายจักรัตน์ พั้วช่วย,นายบุญชัย กิตติธาราทรัพย์,นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์,นายอัคร ทองใจสด และยังประสานไปยังนายอัครเดช ทองใจสด นายก อบจ.เพชรบูรณ์ และนายกฤษณ์ คงเมือง ผวจ.เพชรบูรณ์ ร่วมกันผลักดันให้เกิดการทำฝนเทียมที่ จ.เพชรบูรณ์

“ล่าสุด จากความร่วมมือกันผลักดัน เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ทางคณะรัฐมนตรีจึงได้มีมติ อนุมัติให้ดำเนินการ ทำฝนหลวง โดยกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เพื่อเร่งดำเนินการแก้ปัญหาภัยแล้ว และประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำให้พี่น้องชาวเพชรบูรณ์เป็นกลุ่มแรกแล้ว เนื่องจากภาวะฝนทิ้งช่วงจากภัยเอลนีโญ ทั้งนี้ภารกิจที่สามารถบรรลุเป้าหมาย ในการช่วยเหลือประชาชนในครั้งนี้ได้ต้องขอขอบพระคุณท่านสันติ พร้อมพัฒน์ และสส.จังหวัดเพชรบูรณ์ทุกเขต รวมไปถึงหน่วยงานราชการที่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย

สำหรับการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนได้ลงพื้นที่ประสานกับนายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยโป่ง (อบต.)และองค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบูรณ์ อบจ เพื่อนำเครื่องจักร เพื่อดำเนินการวางท่อ เพื่อดำเนินการผันน้ำจากแม่น้ำป่าสักเข้าพื้นที่เกษตรกรเป็นการเร่งด่วน เพื่อให้เกษตรกรมีน้ำใช้ในการประกอบอาชีพเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน

ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่: 1 กันยายน 2566

“พล.อ.ประวิตร”ร่วมเปิดงาน” วันน้ำโลก ปี66 ” ห่วงวิกฤตน้ำในอนาคต วอนคนไทย มีส่วนร่วมเห็นคุณค่าฟื้นฟูใช้ประโยชน์ ประหยัดและยั่งยืน

,

“พล.อ.ประวิตร”ร่วมเปิดงาน” วันน้ำโลก ปี66 ” ห่วงวิกฤตน้ำในอนาคต
วอนคนไทย มีส่วนร่วมเห็นคุณค่าฟื้นฟูใช้ประโยชน์ ประหยัดและยั่งยืน

เมื่อ 1 ก.ย.66 09.30 น. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางไปเป็นประธานจัดกิจกรรม ” ความร่วมมือ และการมีส่วนร่วมบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ เนื่องใน “วันน้ำโลก ประจำปี 2566” พร้อมชมนิทรรศการพร้อมมอบใบประกาศเกียรติคุณให้แก่หน่วยงานที่รับผิดชอบและสนับสนุนการดำเนินงานการบริหารจัดการน้ำที่ผ่านมา พร้อมรับรายงานวัตถุประสงค์การจัดกิจกรรมดังกล่าว จาก ดร.สุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาฯ สทนช. และได้เป็นประธานพิธีเปิดงาน พร้อมกล่าวเจตนารมย์ของไทยเนื่องใน วันน้ำโลก ประจำปี 2566 โดยมีสาระสำคัญ คือ “น้ำ”ถือเป็นทรัพยากรที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง ต่อการดำรงชีวิต และการพัฒนาในทุกมิติ ซึ่ง UN ได้กำหนดให้วันที่ 22 มีนาคม

ทุกปีเป็นวันน้ำโลก (World Water Day) โดยให้ประชาคมโลกร่วมกันรณรงค์ให้เกิดการฟื้นฟูและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรน้ำ อย่างยั่งยืน เร่งการเปลี่ยนแปลงด้วยการลงมือปฏิบัติ เพื่อลดวิกฤติด้านน้ำ และสุขาภิบาล ทั้งนี้ ประเทศไทยได้ให้ความสำคัญกับการบริหารทรัพยากรน้ำในทุกมิติ ที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยการขับเคลื่อนการบริหารจัดการ แบบพลวัต ด้วยความร่วมมือของคณะกรรมการลุ่มน้ำ ซึ่งจะเป็นข้อกลางเชื่อมโยงการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ตั้งแต่ระดับชุมชนพร้อมกับการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึง การใช้น้ำที่มีคุณภาพ เพียงพอ และเท่าเทียมกัน

พล.อ.ประวิตร ได้เน้นย้ำถึง เจตนารมย์ของรัฐบาลไทยที่พร้อมเดินหน้าไปกับประเทศสมาชิก เพื่อยืนยันความร่วมมือ ภายใต้กรอบ UN และไทยพร้อมรับข้อเสนอและแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับหน่วยงาน และองค์กรด้านน้ำของประเทศสมาชิก เพื่อเพิ่มอัตราเร่งการพัฒนาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นด้วย ซึ่ง พล.อ.ประวิตร ยังได้ รณรงค์ขอให้ประชาชน และทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมบริหารจัดการน้ำ และใช้น้ำอย่างประหยัด เห็นคุณค่าในโอกาสนี้ด้วย

ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่: 1 กันยายน 2566

‘สส.อรรถกร’ ยื่นญัตติด่วนขอสภาฯช่วยเกษตรกรเลี้ยงกุ้งเดือดร้อนหนัก หลังมีการนำเข้ากุ้งจากต่างประเทศ ด้าน รอ.ธรรมนัส เลขาฯพปชร. ร่วมรับฟังข้อเสนอ เร่งแก้ปัญหา ก่อนสภาฯล่มไปต่อไม่ได้ ย้ำพร้อมเดินหน้าเร่งแก้ปัญหาให้เกษตรกรอย่างเร็วที่สุด

,

‘สส.อรรถกร’ ยื่นญัตติด่วนขอสภาฯช่วยเกษตรกรเลี้ยงกุ้งเดือดร้อนหนัก หลังมีการนำเข้ากุ้งจากต่างประเทศ ด้าน รอ.ธรรมนัส เลขาฯพปชร. ร่วมรับฟังข้อเสนอ เร่งแก้ปัญหา ก่อนสภาฯล่มไปต่อไม่ได้ ย้ำพร้อมเดินหน้าเร่งแก้ปัญหาให้เกษตรกรอย่างเร็วที่สุด

ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยมีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมได้พิจารณาญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาราคากุ้งตกต่ำ กำลังพิจารณาซึ่งมีญัตติทำนองเดียวกันอีก 11 ญัตติ โดยที่ประชุมเห็นชอบให้นำมาพิจารณาพร้อมกัน จึงให้พิจารณารวมเป็น11ฉบับ ทั้งนี้ 1 ในญัตติที่เสรอต่อสภาเป็นของนายอรรถกร ศิริลัทธยากร ส.ส.ฉะเชิงเทรา เขต2 พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)

นายอรรถกร ได้กล่าวเสนอญัตติด่วนในที่ประชุมเพื่อขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาราคากุ้งตกต่ำ เนื่องจากส่งผลกระทบกับผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งทั้งขนาดกลาง และขนาดย่อยกำลังได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก ซึ่งตนต้องขอขอบคุณประธานสภาที่ท่านกรุณาบรรจุ และเปิดโอกาสให้ตนและเพื่อนสมาชิกได้มีโอกาสนำเสนอญัตติ ซึ่งเป็นความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง วันนี้พรรคพลังประชารัฐเรามีเลขาธิการของพรรคพลังประชารัฐ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ก็อยู่กับพวกเราด้วย ซึ่งทราบว่าเมื่อเช้ามีตัวแทนของผู้เลี้ยงกุ้งที่ตั้งความหวังรอการแก้ไขมาร่วมยื่นหนังสือ และพูดคุยถึงปัญหา ราคากุ้งตกต่ำ นี่เป็นสิ่งที่พิสูจน์ได้ว่าญัตติของตนนั้นเป็นญัตติที่เร่งด่วนที่ต้องการแก้ไขปัญหา นอกจากนี้ยังมีเพื่อนสมาชิกที่ร่วมลงชื่อและยื่นญัตตินี้กับตนอีกหลายท่าน

ในขณะนี้ผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรเลี้ยงกุ้งทั้งขนาดกลางและขนาดย่อย ได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากราคากุ้งเลี้ยงตกต่ำอย่างรวดเร็ว สาเหตุส่วนหนึ่งที่ราคากุ้งตกต่ำเกิดจากคณะกรรมการบริหารจัดการห่วงโช่การผลิตกุ้งทะเลและผลิตภัณฑ์ (Shrimp Board) หรือบอร์ดกุ้งอนุมัติการนำเข้ากุ้งจากเอกวาดอร์และอินเดียอ้างว่าเกษตรกรไทยมีโครงการประกันราคากุ้งอยู่แล้ว

นอกจากนี้ยังมีปัญหาการขาดทุนจากการเลี้ยงกุ้งของเกษตรกร เกิดมาจากราคาน้ำมันเซื้อเพลิงมีราคาสูง และ มีโรคระบาดในกุ้ง ประกอบกับราคาประกันขั้นต่ำที่ห้องเย็นตั้งไว้นั้นเท่ากับราคาตันทุนการผลิตที่ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายอย่างอื่น ซึ่งเท่ากับเป็นการบังคับให้เกษตรกรขายในราคาขาดทุน ทำให้เกษตรกรประสบปัญหาหนี้สินแม้ราคากุ้งจะถูกกำหนด โดยคณะบริหารจัดการ ห่วงโซ่ การผลิตกุ้งและผลิตภัณฑ์ก็ตาม ราคาของกุ้งก็ไม่ได้เป็นไปตามที่คณะกรรมการกำหนด เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งจึงขอให้รัฐบาลช่วยลดภาระของพวกเขา เช่น ค่าอาหาร ค่าปูน ค่าไฟฟ้า ซึ่งส่งผลกระทบต่อกำไรของเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งโดยตรง

นายอรรถกร กล่าวต่อว่า ขณะนี้ประเทศผู้นำเข้าอเมริกาญี่ปุ่นหรือประเทศทางยุโรปเริ่มชะลอการนำเข้าใช้กุ้งในสต๊อกของตนเอง นี่คือเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ราคาตกต่ำอีกประเด็นปัญหาอำนาจในการต่อรองของเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งในประเทศไทยน้อยมาก เมื่อเช้าจังหวัดฉะเชิงเทรามีการขายกุ้งจำนวน 2.8 ตันขายหมด ไม่พอแม่ค้ารับซื้ออย่างรวดเร็ว แต่เป็นการขายในราคาที่พี่น้องเกษตรกรไม่ได้กำไร และพ่อค้าแม่ค้า คนกลางไปขายต่อ ทำให้เป็นอีกปัญหาหลักของเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง

ทั้งนี้เกษตรกรที่เลี้ยงกุ้งที่มีความรู้ความสามารถ ไม่ใช่มีแต่ประเทศไทย ประเทศเดียวเท่านั้น ในตลาดโลกเรามีหลายประเทศที่น่ากลัว ไม่ว่าจะเป็นเอกวาดอร์ อินเดียเวียดนาม รวมถึงอินโดนีเซีย ที่สามารถผลิตกุ้งได้เป็นจำนวนมาก แต่มีข้อแตกต่างตรงที่ว่า สามารถลดต้นทุนได้มากกว่าประเทศไทยทำให้มีความได้เปรียบในการส่งออก

“ข้อเรียกร้องต่างๆของพวกเขาคือ อยากให้กระทรวงพาณิชย์ช่วยสนับสนุนปัจจัยการผลิตกุ้งมีราคาลดลง รวมถึงชะลอการนำเข้ากุ้งจากต่างประเทศในทันท่วงทีโดยเฉพาะในช่วงราคากุ้งตกต่ำ และเงินชดเชยของเกษตรกรทุกคนต้องได้เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นบ่อใหญ่ บ่อกลาง และบอร์ดเล็ก สุดท้ายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องแก้ไขปัญหาจริงจังในระยะสั้น กลาง ระยะยาว โดยเริ่มต้นตั้งแต่ วันนี้ผมขอเสนอญัตติด้วยความเป็นห่วงพี่น้องเกษตรกรให้มีการตั้งกรรมาธิการ แต่เมื่อดูจากระยะเวลา ถ้าเราทำเป็นรายงานส่งต่อให้กับนายกรัฐมนตรีคนใหม่แก้ไข คงจะเป็นทางออกรวดเร็วที่สุด”นายอรรถกร กล่าว

ต่อมาเมื่อนายอรรถกรเสนอญัตติจบ และกำลังจะ เข้าสู่การอภิปรายของผู้เสนอเหรอญัตติคนถัดไป ปรากฎว่า ส.ส.กทม.พรรคก้าวไกล ได้ลุกขึ้นเสนอญัตติให้มีการนับองค์ประชุม โดยมีผู้รับรองถูกต้อง ทำให้สส.พรรคร่วมรัฐบาล พยายามขอร้องให้พรรคก้าวไกลถอนญัตติดังกล่าวออกไป แต่ไม่เป็นผล ทำให้นายวันมูหะมัดนอร์ รอสมาชิกแสดงตนพักใหญ่ แต่สมาชิกไม่ครบองค์ประชุม จึงทำให้องค์ประชุมไม่สามารถพิจารณาเรื่องดังกล่าวต่อได้

จากนั้น นายอรรถกร ได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนเกี่ยวกับกรณีที่เกิดขึ้นว่า วันนี้เพื่อน สส.พร้อมใจที่จะมาร่วมกันอภิปราย เดินหน้าการประชุมเพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกร โดยหวังว่า สภาฯจะได้ส่งปัญหาและความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรไปให้กับนายกรัฐมนตรีคนใหม่แก้ไขโดยเร็วที่สุด แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ตนก็ต้องแสดงความเสียใจจริง ๆ แต่ในการประชุมสภาครั้งต่อไปในสัปดาห์หน้า ตนก็จะเดินหน้าให้ที่ประชุมสภาฯพิจารณาญัตติดังกล่าวต่อ เพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาให้พี่น้องเกษตรกรอย่างเร็วที่สุด

ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่: 31 สิงหาคม 2566

“พล.อ.ประวิตร” ร่วมหารือรองประธาน อลป.จีน ยกระดับด้านกีฬา กระชับความสัมพันธ์ ไทย-จีน เพิ่มศักยภาพนักกีฬาไทย

,

“พล.อ.ประวิตร” ร่วมหารือรองประธาน อลป.จีน ยกระดับด้านกีฬา
กระชับความสัมพันธ์ ไทย-จีน เพิ่มศักยภาพนักกีฬาไทย

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ ได้ให้การต้อนรับ นายหวัง รุ่ยเหลียน (Mr.Wang Ruilian) รองประธานคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งสาธารณรัฐ ประชาชนจีน และคณะ ณ บ้านอัมพวัน คณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย ในโอกาสที่เดินทางมาเข้าร่วมประชุม รัฐมนตรีอาเซียน – สาธารณรัฐประชาชนจีน ในด้านกีฬา

พล.อ.ประวิตร ได้ให้การต้อนรับพร้อมกล่าวขอบคุณ นายหวัง รุ่ยเหลียน และคณะทุกท่าน ที่ให้เกียรติมาเข้าพบในวันนี้ ซึ่งประเทศไทยกับจีนมีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน มาอย่างยาวนาน ในทุกระดับ รวมทั้งประชาชนของทั้ง 2 ประเทศ ที่มีความรักความผูกพันกันอย่างแน่นแฟ้น ทั้งด้านการค้า วัฒนธรรม ประเพณี และอื่นๆรวมถึงด้านการกีฬาด้วย ซึ่งในโอกาสที่จีนจะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 19 ณ นครหางโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่าง 23 ก.ย.- 8 ต.ค.66 โดยมีนักกีฬาของไทยหลายประเภท เข้าร่วมการแข่งขันด้วย ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร ได้กล่าวอวยพรขอให้จีนประสบความสำเร็จ ในการจัดการแข่งขันด้วยดี

นายหวัง รุ่ยเหลียน ได้กล่าวขอบคุณ พล.อ.ประวิตร ที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น ในวันนี้ และยืนยันความสัมพันธ์อันดีที่มีมาอย่างมั่นคงของทั้ง 2 ประเทศ ที่ผ่านมา พร้อมทั้งได้กล่าวเรียนเชิญ พล.อ.ประวิตร และคณะ เพื่อเป็นเกียรติเข้าร่วมพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 19 ณ นครหางโจว สาธารณรัฐประชาชนจีนด้วย ต่อจากนั้นทั้งสองฝ่าย ยังได้หารือความร่วมมือทางด้านกีฬา เพื่อส่งเสริมการกีฬาของทั้ง 2 ประเทศ ให้มีการพัฒนาร่วมกัน และนำไปสู่ความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศให้มากยิ่งขึ้นต่อไปด้วย พร้อมกล่าวยินดีต้อนรับ และสนับสนุนนักกีฬา และเจ้าหน้าที่ของไทยอย่างเต็มที่ ในการเข้าร่วมแข่งขันครั้งนี้ ภายหลังเสร็จสิ้นการหารือ ทั้ง2ฝ่ายได้มอบของที่ระลึกระหว่างกัน ก่อน รองประธาน คณะกรรมการโอลิมปิกฯของจีน พร้อมคณะจะเดินทางกลับ สำหรับ พล.อ.ประวิตร ได้เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโอลิมปิคฯของไทย ต่อเนื่องทันที

ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่: 31 สิงหาคม 2566

“จักรัตน์ พั้วช่วย”วอนกรมชลประทาน สร้างฝายกั้นน้ำในแม่น้ำป่าสัก เพื่อเก็บน้ำไว้ใช้เป็นช่วงๆ พร้อม เร่งสร้างถนนเชื่อม 2 อำเภอ ช่วยนักท่องเที่ยวเดินทางได้สะดวกและปลอดภัยมากขึ้น

,

“จักรัตน์ พั้วช่วย”วอนกรมชลประทาน สร้างฝายกั้นน้ำในแม่น้ำป่าสัก เพื่อเก็บน้ำไว้ใช้เป็นช่วงๆ พร้อม เร่งสร้างถนนเชื่อม 2 อำเภอ ช่วยนักท่องเที่ยวเดินทางได้สะดวกและปลอดภัยมากขึ้น

นายจักรัตน์ พั้วช่วย ส.ส.เพชรบูรณ์ เขต 2 พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) กล่าวหารือในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรว่า ขณะนี้ประเทศไทย กำลังเกิดปรากฏการณ์เอลนีโญ ทำให้พื้นที่เขค 2 ประสบปัญหาภัยแล้งหนักมากในช่วงเวลาปกติ ช่วงนี้เป็นช่วงฤดูฝนปกติแล้ว อำเภอหล่มสัก บ้านผมน้ำตรงท่วม 2 รอบแต่ ปีนี้น้ำในแม่น้ำป่าสักยังมีจำนวนน้อยอยู่เลย จึงข้องกรมชลประทานให้สำรวจออกแบบก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ 4 แห่ง นะครับ แห่งแรก อ่างเก็บน้ำปากช่องอำเภอปากช่อง ตำบลแหลมสัก 2 อ่างเก็บน้ำห้วยน้ำพาย ตำบลบ้านกลางอำเภอหล่มสัก 3 อ่างเก็บน้ำตำบลนางั่ว อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ และ 4 อ่างเก็บน้ำหนาว อำเภอน้ำหนาวเพื่อช่วยเรื่องการบริหารจัดการน้ำ แก้ไขปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้งได้อย่างยั่งยืน

นายจักรัตน์ กล่าวต่อว่า จากแผนที่จังหวัดเพชรบูรณ์จะเห็นได้ว่า แม่น้ำป่าสัก ถือว่าเป็นเส้นเลือดใหญ่ ไหลจากอำเภอเหนือสุดของจังหวัด ก็คืออำเภอหล่มเก่า ไปสู่อำเภอใต้สุดของจังหวัดก็คือ อำเภอศรีเทพ จึงอยากให้กรมชลประทานก่อสร้างฝายกั้นน้ำในแม่น้ำป่าสักจุดประสงค์เพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้เป็นช่วงๆ เพราะว่าแม่น้ำป่าสักมีความลาดชันสูง น้ำจะมาไวและไปไว ถ้ามีฝายเป็นช่วงๆจะช่วยชะลอน้ำไว้ใช้ได้ และช่วยในด้านการเกษตรด้วย โดยได้มีทั้งหมด 4 จุดที่สำคัญ จุดแรกบ้านวังบนเหนือตำบลไพบูลย์อำเภอหล่มสัก จุดที่ 2 ก็คือ ในเขตเทศบาลหล่มสัก จุดที่ 3 บ้านพปุยขอนแก่น ตำบลตาลเดียวอำเภอหล่มสัก และ จุดที่ 4 บ้านวังคลอง ตำบลท่าพล อำเภอเมืองเพชรบูรณ์

นอกจากนี้ นายจักรัตน์ยังขอให้กรมทางหลวง สำรวจออกแบบก่อสร้างทางหลวง เชื่อมระหว่าง 2 อำเภอระหว่างอำเภอหล่มสักและอำเภอน้ำหนาว ระหว่างทางหลวงหมายเลข 2343 ตำบลชัยบุณอำเภอหล่มสักกลับทางหลวงหมายเลข 2216 ตำบลหลักด่านอำเภอน้ำหนาว เพราะถ้าทำสำเร็จจะช่วยให้พี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางได้สะดวกและปลอดภัยมากขึ้นโดยปัจจุบันทั้งสองอำเภอนี้ เวลาจะเดินทางไปหากันจะต้องขับอ้อมไปที่จังหวัดชัยภูมิ

ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่: 31 สิงหาคม 2566

“สัมพันธ์”แนะ ด่านศุลกากรชายแดนใต้ ควรเป็นบริการสต็อปเซอร์วิสให้จบในที่เดียว พร้อมวอน หน่วยงานรัฐ เร่งทำไหล่ทางพร้อมติดตั้งไฟส่องสว่างบนถนนทางหลวง

,

“สัมพันธ์”แนะ ด่านศุลกากรชายแดนใต้ ควรเป็นบริการสต็อปเซอร์วิสให้จบในที่เดียว พร้อมวอน หน่วยงานรัฐ เร่งทำไหล่ทางพร้อมติดตั้งไฟส่องสว่างบนถนนทางหลวง

นายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ สส.นราธิวาส เขต 3 พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) กล่าวหารือในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรว่า ตนได้รับเรื่องร้องเรียนจากชาวตำบลบูกิต อำเภอเจาะโอร้อง จากการสัญจรถนนสายมะโต๊อีร้อง ทางหลวงชนบทที่ 5002 นราธิวาสจากอำเภอเจาะโอร้อง ซึ่งเส้นทางนี้ เป็นเส้นทางที่ประชาชนใช้สัญจรเลียบทางรถไฟช่วย ร่นระยะทางในการเดินทางจากบ้านบูกิต อำเภอศูนย์ละปาดี ระยะทางกว่าหลาย 10 กิโลเมตร แต่ในปัจจุบันประสบปัญหาเรื่องของเส้นทางที่แคบ ถูกตัดขาด และชำรุดเสียหาย

นายสัมพันธ์ กล่าวต่อว่า ในบริเวณคลองไอร์บอง เกิดปัญหาขาดไฟฟ้าสองสว่าง ซึ่งตอนนี้ทาง อบต.คิดบรรเทาปัญหาของพี่น้องประชาชน แต่ทำได้เพียงทำทางผ่านชั่วคราว โดยการฝังท่อระบายน้ำบริเวณคลองดังกล่าว และส่วนของภาคใต้นั้นมีน้ำท่วมไหลลงมาจาก เทือกเขาสร้างปัญหาความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชนจนแทบไม่สามารถสัญจรผ่านไปได้ เนื่องจากยังไม่มีสะพานที่ได้มาตรฐาน ถนนดังกล่าวอยู่ภายใต้การดูแลของทางหลวงชนบทในการซ่อมแซมก่อสร้างเป็นถนนที อยู่ในพื้นที่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย

“ผมจึงขอเรียนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มีการสร้างถนนทำไหล่ทางพร้อมติดตั้งไฟส่องสว่าง ตลอดเส้นทางคือทางหลวงชนบทที่ 5002 นราธิวาส ซ่อมแซมสะพานข้ามตัดขาดข้ามไปพร้อมขยายสะพานในบางช่วงให้กว้างขึ้นจากเดิมด้วย”

นายสัมพันธ์ กล่าวต่อว่า ในส่วนของเรื่องด่านศุลกากรอำเภอแว้ง ตำบลบูเก๊ะตา จังหวัดนราธิวาส เนื่องจากด่านศุลกากร ตำบล บูเก๊ะตา มองเห็นได้ว่าเป็นด่านมั่นคงถาวรมีเพียงตู้คอนเทนเนอร์อยู่ในการตรวจสอบคนเข้าออกระหว่างประเทศ มองดูแล้วเหมือนไม่ใช่ด่านศุลกากร แต่เป็นเพียงเป็นด่านธรรมดา ในขณะเดียวกันฝั่งประเทศมาเลเซียมีด่านศุลกากร มีมาตรฐานและความพร้อม สำหรับการต้อนรับนักท่องเที่ยวและสินค้าต่างๆ ตนได้ไปสำรวจพื้นที่ในบริเวณดังกล่าวพบว่า ด่านศุลกากร มีอาคารสร้างเป็นที่เรียบร้อย แต่ไม่ได้มีการเข้าทำการ ใด ๆ ตนได้สอบถามเจ้าหน้าที่ ได้รับคำตอบว่าด่านศุลกากร ณ เวลานี้เป็นเพียงแค่ด่านธรรมดาในการเข้าออกของชาวบ้าน และสำรวจรถสินค้าทางการเกษตรและบรรทุกอาหารทะเลจะต้องไปตรวจ เนื่องจากทุกอย่างจะอยู่ที่ด่านแล้ว ทำไมไม่ให้บริการสต็อปเซอร์วิสให้จบไปในที่เดียวกัน

ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่: 31 สิงหาคม 2566