โลกเปลี่ยน ไทยต้องปรับ ทางเลือกใหม่ของการเมืองไทย ก้าวข้ามความขัดแย้ง สานพลังประชาราษฎร์ ร่วมสร้างชาติให้ยั่งยืน

หมวดหมู่: ข่าวกิจกรรม ส.ส. กาญจนา จังหวะ

“สส.กาญจนา” เผย ข่าวดีชาวบ้านโนนเหม่า หมู่ 3 มีน้ำดื่มชุมชนในหมู่บ้าน แก้ปัญหาขาดเเคลนน้ำได้สำเร็จ เชื่อ ระบบสาธารณูปโภคของท้องถิ่น คือจุดเริ่มต้นในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน

,

“สส.กาญจนา” เผย ข่าวดีชาวบ้านโนนเหม่า หมู่ 3 มีน้ำดื่มชุมชนในหมู่บ้าน แก้ปัญหาขาดเเคลนน้ำได้สำเร็จ เชื่อ ระบบสาธารณูปโภคของท้องถิ่น คือจุดเริ่มต้นในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน

น.ส.กาญจนา จังหวะ สส.ชัยภูมิ เขต 4 พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ตนได้ลงพื้นที่ บ้านโนนเหม่า ม.3 ต.นางแดด เพื่อติดตามโครงการน้ำประปาและน้ำดื่มชุมชน ที่จะเริ่มดำเนินการในเดือนตุลาคมนี้ เพื่อแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ให้ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดียิ่งขึ้น เพราะน้ำถือเป็นหัวใจสำคัญในการดำรงชีวิตและการทำเกษตรกรรม ไม่ว่าจะเป็นการอุปโภคบริโภค ทำนา เลี้ยงปลา หรือปลูกผัก แต่ในหลายๆ พื้นที่ของประเทศไทยก็ยังประสบปัญหาน้ำแตกต่างกันไป ทั้งน้ำแล้ง น้ำท่วม หรือขาดแคลนน้ำสะอาดสำหรับดื่มกินหรือใช้ในชีวิตประจำวัน เช่นเดียวกับในพื้นที่ต.นางแดด

“การพัฒนาระบบสาธารณูปโภคขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ถือเป็นจุดเริ่มต้นในการยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน มีเศรษฐกิจฐานรากที่เข้มแข็ง และสร้างระบบการบริหารจัดการน้ำอย่างถูกวิธีและมีประสิทธิภาพ อย่างยั่งยืน” น.ส.กาญจนา กล่าว

น.ส.กาญจนา กล่าวทิ้งท้ายว่า ปัญหาขาดเเคลนน้ำที่เกิดขึ้นสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนมานาน วันนี้ตนขอแสดงความยินดีกับชาวบ้านโนนเหม่า หมู่ 3 ที่ได้มีน้ำดื่มชุมชนในหมู่บ้านแล้ว ซึ่งตนก็เดินหน้าผลักดันเรื่องนี้มาอย่างต่อเนื่อง จนวันนี้ประสบความสำเร็จแก้ปัญหาให้ชาวบ้านได้ทันเวลา

ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่: 2 กันยายน 2567

“สส.กาญจนา”ขอบคุณ“ พล.ต.อ.พัชรวาท”ไม่เคยลืมชาวชัยภูมิ หลังลงพื้นที่ อ. หนองบัวแดง ติดตามโครงการพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรแปลงใหญ่ พื้นที่ 500 ไร่ ช่วยเกษตรกรมีน้ำต้นทุนทำเกษตรตลอดทั้งปี

,

“สส.กาญจนา”ขอบคุณ“ พล.ต.อ.พัชรวาท”ไม่เคยลืมชาวชัยภูมิ หลังลงพื้นที่
อ. หนองบัวแดง ติดตามโครงการพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรแปลงใหญ่ พื้นที่ 500 ไร่ ช่วยเกษตรกรมีน้ำต้นทุนทำเกษตรตลอดทั้งปี

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับมอบหมายจาก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้มาตอบกระทู้ของนายกฤช ศิลปชัย สส.ระยอง พรรคก้าวไกล ที่สอบถามความคืบหน้าข้อเสนอนโยบายประมงทะเล เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตชาวประมงพื้นบ้านไทย ว่า ร.อ.ธรรมนัส ได้ฝากมาขอโทษที่ท่านไม่ได้มาตอบกระทู้ด้วยตัวเอง เนื่องจากติดภารกิจ แต่ท่านเล็งเห็นถึงความตั้งใจและให้ความสำคัญในการที่จะแก้ไขปัญหาให้กับชาวประมง โดยเฉพาะพี่น้องประมงพื้นบ้าน และได้กำชับให้มาตอบกระทู้ของท่าน สส.

ทั้งนี้ต้องขอบคุณ สส.พรรคก้าวไกลที่มีความห่วงใยให้กับพี่น้องชาวประมงพื้นบ้าน และท่านก็มีความเข้าใจในปัญหาที่เกิดขึ้นกับพี่ประมงพื้นบ้านอย่างแท้จริง ซึ่งปัญหาอุปสรรคในการประกอบอาชีพของชาวประมงขณะนี้มีต้นทุนมากกว่า 50% โดยเฉพาะราคาน้ำมัน ซึ่งกระทรวงเกษตร ได้ตั้งคณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาประมงทะเล และได้ทำการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาอีก 1ชุด เพื่อที่จะพิจารณาข้อเสนอตามนโยบายการประมงและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประมงพื้นบ้าน ซึ่งทางกรมประมงได้เสนอช่วยเหลือค่าน้ำมันสำหรับพี่น้องที่ประกอบอาชีพประมงพื้นบ้านจำนวน 1,275 บาทต่อเดือน เป็นระยะเวลาทั้งหมด 6 เดือน

อย่างไรก็ตามในที่ประชุม ยังมีข้อกังวลในการสนับสนุนค่าน้ำมันสำหรับการดำเนินโครงการนี้ ที่มีผู้เข้าร่วมประมาณ 45,000 ราย ใช้งบประมาณประมาณ 350 ล้านบาท จะมั่นใจได้อย่างไรว่า การใช้งบประมาณจะเกิดความยั่งยืน ขณะเดียวกัน พี่น้องชาวประมงที่รับเงินอุดหนุนแล้วจะนำไปซื้อน้ำมันจริง หากไม่ได้นำเงินไปซื้อน้ำมันตามวัตถุประสงค์ของการอนุมัติโครงการนี้ ที่ประชุมจึงมีความเห็นว่า ควรจะให้ชาวประมงพื้นบ้านได้รับการสนับสนุนอย่างแท้จริง ดังนั้นทางกรมประมง จึงผลักดันแนวทางในการที่จะสนับสนุนน้ำมันผ่านทางการเติมเงิน ผ่านสมาร์ทโฟนหรือโทรศัพท์มือถือ เราจะสามารถมั่นใจได้ว่าทุกบาททุกสตางค์ที่อุดหนุนช่วยเหลือพี่น้องประมงพื้นบ้าน จะถูกนำไปซื้อน้ำมันตรงตามวัตถุประสงค์มากยิ่งขึ้น

“ในเรื่องนี้ ร.อ.ธรรมนัส ท่านมีความกังวล และห่วงใย เนื่องจากที่ผ่านมา ภาครัฐเรามีการช่วยเหลือน้ำมันเขียว หรือว่าน้ำมันต่างๆที่มีราราคาถูกกว่าโดยเฉพาะให้กับผู้ประกอบการประมงที่เป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ แต่ความช่วยเหลือดัวกล่าว ถ้าเทียบกับพี่น้องประมงพื้นบ้านแล้วความช่วยเหลือต่างๆมีความเหลื่อมล้ำพอสมควร ดังนั้นแนวทางการทำงานของกรมประมง จะเปิดโอกาสให้พี่น้องประมงพื้นบ้านได้รับความช่วยเหลืออย่างแท้จริง โดยกรมประมงจะนำประเด็นนี้ไปหารือกับคณะทำงานเพื่อดำเนิน โครงการจำหน่ายน้ำมันดีเซล สำหรับชาวประมงพื้นบ้านในเขตต่อเนื่องของราชอาณาจักร โดยมีตัวแทน จากกรมประมงเข้าไปเป็นในคณะทำงานนี้ด้วย

นายอรรถกร กล่าวต่อว่า เรื่องนี้ จะนำไปหารือ สมาคม สมาพันธ์ประมงพื้นบ้านแห่งประเทศไทย ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อไปรับฟังความเห็นจาก ถ้ามีความคิดเห็นที่ตรงกัน ก็สามารถเดินหน้าต่อได้เต็มที่ เพื่อการยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนที่ทำประมงพื้นบ้านด้วย รวมทั้งกระทรวงได้ตั้งงบประมาณที่จะสนับสนุนการทำกิจกรรมอนุรักษ์ทรัพยากรมาอย่างต่อเนื่อง โดยจุดประสงค์เพื่อจะอุดหนุนไปยังองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่นที่ขึ้นทะเบียนไว้กับกรมประมง เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับกลุ่มการผลิตด้านประมง ซึ่งโครงการต่างๆ องค์กรชุมชน จะได้รับอุดหนุนไม่เกิน 100,000 บาท ซึ่งดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2562 ส่วนปี 2568 จะได้รับจัดสรรงบประมาณมาประมาณ 200 กองทุน ดังนั้นองค์กรชุมชนท้องถิ่นจะสามารถนำงบประมาณตรงนี้ไปใช้ในเรื่องของการเพิ่มผลผลิตให้กับสัตว์น้ำ เรื่องของธนาคารสัตว์น้ำ การพัฒนาอาชีพทางด้านการประมง หรือการเปลี่ยนและซ่อมแซมเครื่องมือประมงได้

“ในส่วนความห่วงใยของเพื่อนสมาชิกในส่วนของกองทุนประกันภัยแก่ประมงพื้นบ้าน เพื่อช่วยเหลือในกรณีอุบัติเหตุหรือในกรณีที่เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ ต้องยอมรับว่า เงื่อนไขในกรมธรรม์อาจจะยังไม่เป็นที่พอใจสำหรับพี่น้องที่เป็นชาวประมงพื้นบ้านมากนัก เพราะว่ามีอุปสรรคหลายอย่าง เช่น การชดเชยความสูญเสียจากธรรมชาติหรือว่าภัยพิบัติ จะต้องดูในเรื่องของระเบียบทางราชการ ซึ่งต้องเป็นการประกาศภัยพิบัติระดับจังหวัดเท่านั้น ถ้าเป็นภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในเฉพาะพื้นที่ผมเชื่อว่าทางจังหวัดก็ไม่สามารถประกาศเป็นภัยพิบัติได้ ทำให้ไม่สามารถรับค่าสินไหมทดแทนได้ แต่ขณะนี้กรมประมงอยู่ระหว่างการเจรจาในเรื่องนี้ เพื่อจะเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขให้สามารถครอบคลุม หรือว่าดูแลเฉพาะเจาะจงมากยิ่งขึ้น“

นายอรรถกร กล่าวต่อด้วยว่า กรมประมงกำลังทำร่างใหม่ เพื่อเสนอไปที่กรมบัญชีกลาง เช่น ชดเชยเวลาเกิดความเสียหาย ก็ชดเชยตามความยาวของเรือ แต่ที่เรากำลังจะนำเสนอเป็นการชดเชยตามปริมาตรความจุของเรือ หรือแม้แต่เรื่องของอัตราการช่วยเหลือในกรณีที่เสียหาย จะจ่ายไม่เกิน 20,000 บาท แต่เราจะเพิ่มขึ้นเป็น 30,000 การช่วยเหลือเยียวยาประมาณ 10,000 แล้วก็ปรับขึ้นเป็น 15,000 บาท หรือแม้แต่ในกรณีที่เรือจมนะที่สามารถจ่ายได้ไม่เกิน 66,000 บาท แต่ร่างใหม่สามารถเพิ่มขึ้นมาเป็นจ่ายได้ไม่เกิน 100,000 บาท

ส่วนการจ่ายเงินเยียวยาให้กับชาวประมงพื้นบ้านในพื้นที่จังหวัดระยองนั้น กรมประมงมีนโยบายในการที่จะดำเนินการช่วยเหลือชาวประมงพื้นบ้านมาตลอด โดยมีกิจกรรมต่างๆที่ช่วยเหลือดำเนินการในพื้นที่ ๆ จะร่วมกันส่งเสริมสนับสนุนแล้วก็พัฒนาให้พี่น้องชาวประมงพื้นบ้านมีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น เช่น การปรับปรุงซ่อมแซมธนาคารปูม้า สนับสนุนการจัดหาเครื่องมือประมง สนับสนุนอุปกรณ์ซ่อมเรือ หรือแม้แต่กิจกรรมในการผลิตลูกพันธุ์สัตว์น้ำเพื่อปล่อยในแหล่งน้ำธรรมชาติ เราจะต้องลงไปแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ร่วมกับหน่วยงานต่างๆในการหาทางออก ที่ทำให้ทุกฝ่ายพึงพอใจ โดยไม่ผิดกฎหมาย

“ร.อ.ธรรมนัส ให้ความสำคัญและลงไปประชุมกับพี่น้องชาวประมงพาณิชย์ที่ต้องการที่จะขายเรืออยู่เรื่อยๆ ตอนนี้ผมเชื่อว่า อยู่ในกระบวนการในการที่จะหาข้อสรุปที่ทุกฝ่ายพึงพอใจ ก็คงจะใช้เวลาสักนิดนึง แต่ผมเรียนด้วยความเคารพว่า พวกผมก็ต้องต่อสู้ในฐานะเป็นนักการเมือง ร.อ.ธรรมนัส ก็เป็นนักการเมือง เราก็ต่อสู้เพื่อที่ประชาชนจะได้รับสิ่งที่เขาสามารถได้รับกลับมาให้เหมาะสม ท่านไม่ต้องกังวลใจ เราในฐานะกระทรวงเกษตรฯ เราจะทำตรงนี้เพื่อให้เกิดความยุติธรรมและรอบคอบที่สุด” นายอรรถกร กล่าว

ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่: 5 กรกฎาคม 2567

“สส.กาญจนา”วอน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ผ่อนปรนให้ผู้สูงอายุ-ผู้พิการ หลังระเบียบใหม่ต้องสแกนหน้าทุกครั้งที่ใช้

,

“สส.กาญจนา”วอน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ผ่อนปรนให้ผู้สูงอายุ-ผู้พิการ หลังระเบียบใหม่ต้องสแกนหน้าทุกครั้งที่ใช้

น.ส.กาญจนา จังหวะ สส.ชัยภูมิ เขต 4 พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)กล่าวหารือในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรถึงปัญหาความเดือดร้อนในการใช้ถนนของพ่อแม่พี่น้องประชาชน อำเภอหนองบัวแดง ถนนสายบ้านหนองไฮพัฒนา หมู่ที่ 8 ตำบลหนองบัวแดง อำเภอหนองบัวแดง ซึ่งเป็นเส้นทาง บ้านนาทุ่งใหญ่ ตำบลกุดชุมแสง อำเภอหนองบัวแดง ซึ่งถนนสายดังกล่าวเป็นเส้นทางที่ชาวตำบลกุดชุมแสงต้องใช้เดินทาง ทำธุรกรรมต่างๆ ที่มายังอำเภอ และส่งบุตรหลานมาโรงเรียนในตัวเมือง

“ดิฉันจึงกราบเรียนท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิ คณะผู้บริหาร และทางหลวงชนบท ให้มีการผลักดันงบประมาณซ่อมแซมผิวจราจรตรงนี้ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพ่อแม่พี่น้องที่ต้องเดินทางมาในตัวเมือง”น.ส.กาญจนา กล่าว

น.ส.กาญจนา ยังกล่าวถึงความเดือดร้อนในกลุ่มผู้สูงอายุในการใช้บัตรประชารัฐ แบบระบบใหม่ ซึ่งมีข้อแตกต่างจากระบบเก่าอย่างสิ้นเชิง โดยผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะต้องใช้แสดงตนและสแกนใบหน้าทุก ๆ ครั้งในการใช้สิทธิ์เพื่อรับสินค้าตามวงเงินที่ได้รับ อนุมัติในรอบเดือน แต่ระบบเก่าผู้ถือบัตรสวัสดิการ แห่งรัฐสามารถที่จะอนุมัติให้ลูกหลานนำบัตรไปใช้แทนได้ เพียงแค่เสียบบัตรและบอกรหัสของบัตร ก็สามารถ รับสินค้าตามวงเงินได้

“ระบบใหม่เช่นนี้ ทำให้ผู้ถือบัตรที่เป็นผู้สูงอายุ และผู้พิการ ไม่สามารถที่จะเดินทางมาสแกนใบหน้าในทุกๆครั้งตามระเบียบใหม่ได้ จึงเป็นภาระกับการเดินทาง ซึ่งกลุ่มผู้สูงอายุและผู้พิการไม่สามารถหาเลี้ยงชีพได้ ดิฉันจึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผ่อนปรน ช่วยเหลือผู้สูงอายุและผู้พิการกลุ่มนี้” น.ส.กาญจนา กล่าว

ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่: 4 กรกฎาคม 2567

“สส.กาญจนา” รับหนังสือชาวบ้าน ต.ห้วยต้อน วอน จัดงบ 68 ให้โครงการขุดลอกอ่างเก็บน้ำ และระบบกระจายน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ แก้ปัญหาน้ำอุปโภคบริโภคในพื้นที่ยังไม่ทั่วถึง

,

“สส.กาญจนา” รับหนังสือชาวบ้าน ต.ห้วยต้อน วอน จัดงบ 68 ให้โครงการขุดลอกอ่างเก็บน้ำ และระบบกระจายน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ แก้ปัญหาน้ำอุปโภคบริโภคในพื้นที่ยังไม่ทั่วถึง

น.ส.กาญจนา จังหวะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.)พรรคพลังประชารัฐ พปชร. เขต4 จ.ชัยภมิ กล่าวว่า ได้รับหนังสือจากตัวแทนผู้นำท้องถิ่น ประกอบด้วย นายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยต้อน ผู้นำท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน คณะกรรมการหมู่บ้าน และ คณะกรรมการน้ำประปาบ้านชีลองกลาง หมู่ 7 ต.ห้วยต้อน อ.เมือง จ.ชัยภูมิ ขอให้ผลักดันโครงการขุดลอกอ่างเก็บน้ำ บรรจุในปีงบประมาณประจำปี 2568 เพราะจะเป็นการเพิ่มปริมาณการเก็บกักน้ำ และการจัดหาแหล่งน้ำบาดาลและการกระจ่ายน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ ให้ประชาชนและเกษตรกรในพื้นที่ได้ใช้ประโยชน์ รวมทั้งในช่วงหน้าฝน ก็จะยังสามารถกักเก็บน้ำไว้ใช้ในระยะยาวช่วงหน้าแล้ง และเป็นการบริหารจัดการน้ำ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องชาวชัยภูมิ

น.ส.กาญจนา กล่าวต่อว่า โครงการระบบกระจายน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์เข้าพื้นที่การเกษตรและประปาหมู่บ้าน เป็นอีกโครงการหนึ่งที่พี่น้องประชาชนในพื้นที่มีความต้องการ โดยจะสามารถสร้างประโยชน์ให้แก่ประชาชนในพื้นที่ได้มาก ทั้งน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคและเสริมการเกษตร ตลอดจนการช่วยระบบนิเวศน์ในพื้นที่ได้ดีมากขึ้นด้วย เพราะปัจจุบันการใช้น้ำด้านอุปโภคบริโภคก็ยังไม่ทั่วถึง

“ดิฉันจึงได้ลงพื้นที่เพื่อสำรวจถึงปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน และความต้องการของเกษตรกรและประชาชนให้มีน้ำประปาหมู่บ้านในพื้นที่ใช้ได้อย่างทั่วถึงและเพียงพอ เพื่อนำข้อมูลมารวบรวมและนำเสนอต่อ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงผู้บริหารพรรค พปชร.เพื่อเร่งผลักดันความต้องการประชาชน” น.ส.กาญจนา กล่าว

ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่: 30 มิถุนายน 2567

“สส.กาญจนา”ยกสำนักงาน ส.ป.ก.มาให้เกษตรกรถึงที่ ช่วยลดภาระลดค่าใช้จ่าย ในการเดินทาง หวัง จะไม่มีใครตกหล่น

“สส.กาญจนา”ยกสำนักงาน ส.ป.ก.มาให้เกษตรกรถึงที่ ช่วยลดภาระลดค่าใช้จ่าย ในการเดินทาง หวัง จะไม่มีใครตกหล่น

น.ส.กาญจนา จังหวะ สส.ชัยภูมิ เขต 4 พรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการลงทะเบียน ส.ป.ก.เป็นโฉนดเพื่อเกษตรกรรม ของกระทรวงเกษตรกและสหกรณ์ นโยบายเพื่อเกษตรกรของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่า ในพื้นที่ของตน มีประชาชนสนใจนโยบายนี้เป็นจำนวนมาก แต่เนื่องจากการเดินทางไปประสานยังสำนักงานการปฏิรูปที่ดิน จังหวัดชัยภูมิ ต้องมีค่าใช้จ่ายทำให้เกษตรกรบางคนไม่สะดวกในจุดนี้ และตนก็กังวลว่า ปัญหาดังกล่าวจะทำให้การลงทะเบียนของเกษตรกรบางรายตกหล่นไปได้

“เราไม่ยอมให้ใครตกหล่น และทุกคนต้องได้รับเพื่อเป็นลดภาระลดค่าใช้จ่าย ในการเดินทาง เราได้ประสานไปยังสำนักงานการปฏิรูปที่ดิน จังหวัดชัยภูมิ เพื่อให้จัดเจ้าหน้าที่หน่วยเคลื่อนที่ ออกรอบพิเศษทุกตำบล ทุกพื้นที่ ซึ่งตามความตั้งใจจะทำเพื่อประชาชนเขต 4 ทุกคนได้เอกสารสิทธิ์ที่สำคัญต่อการพัฒนา และทำให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงแหล่งทุนในระบบได้”น.ส.กาญจนา กล่าว

น.ส.กาญจนา กล่าวต่อว่า ตนต้องขอขอบคุณผู้อำนวยการสำนักงานการปฏิรูปที่ดิน จังหวัดชัยภูมิ และเจ้าหน้าที่หน่วยเคลื่อนที่ทุกท่าน รวมถีงท่านนายก อบจ.กำนันทุกตำบล และผู้ใหญ่บ้านทุกหมู่บ้าน ที่ร่วมมือกันช่วยเหลือพี่น้องประชาชนของเราเป็นอย่าง ทั้งนี้ หากยังมีเกษตรกรที่ตกหล่นไป สามารถยื่นเอกสารที่สำนักงานฯ

“การมอบของขวัญให้เกษตรกรในครั้งนี้นอกจากต้องขอบคุณรัฐบาลและ ร.อ.ธรรมนัสแล้ว ยังต้องขอบคุณพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ที่ท่านอยากให้ประชาชนทุกคนมีที่ดินทำมาหากิน เพื่อจะได้มีที่อยู่กินเลี้ยงตัวเอง ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น และเรื่อง ส.ป.ก.เป็นโฉนดก็เป็นเรื่องที่ท่านขับเคลื่อนมาอย่างต่อเนื่องในสมัยที่เป็นรองนายกรัฐมนตรี รวมถึงยังเป็นนโยบายของพรรคพลังประชารัฐ ที่ได้ดำเนินการมาหลายปีแล้วด้วย“น.ส.กาญจนา กล่าว

ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่: 12 มิถุนายน 2567

“สส.กาญจนา” ร่วมประชุมส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ หารือปัญหาขาดแคลนน้ำ เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำท่วมช่วงฤดูฝน ห่วง ปชช.ดูแลสุขภาพ อาจเกิดอันตรายได้

,

“สส.กาญจนา” ร่วมประชุมส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ หารือปัญหาขาดแคลนน้ำ เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำท่วมช่วงฤดูฝน ห่วง ปชช.ดูแลสุขภาพ อาจเกิดอันตรายได้

น.ส.กาญจนา จังหวะ สส.ชัยภูมิ เขต 4 พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)เปิดเผยว่า ตนได้เข้าร่วมประชุมกับหัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัดชัยภูมิ หัวหน้าส่วนราชการประจำอำเภอหนองบัวแดง นายกเทศมนตรีตำบลทั้ง 2 แห่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลทุกแห่งกำนันทุกตำบลผู้ใหญ่บ้าน และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านทุกหมู่บ้าน แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน เพื่อนำปัญหาความเดือดร้อนในแต่ละพื้นที่มาร่วมหาทางออกแก้ไขร่วมกัน ซึ่งต้องขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ให้ความสำคัญและไม่นิ่งเฉยต่อปัญหาของพี่น้องจังหวัดชัยภูมิ

น.ส.กาญจนา กล่าวต่อว่า เนื่องด้วยสถานการณ์ภัยแล้งในขณะนี้ ส่งผลทำให้ปัจจุบันจังหวัดชัยภูมิ มีปริมาณน้ำในลำน้ำชีลดระดับอย่างต่อเนื่อง และอาจส่งผลกระทบต่อปริมาณน้ำที่ประชาชนต้องการใช้ จึงต้องบูรณาการทุกภาคส่วน ในการระดมความคิดเห็นร่วมกันวางแผนในการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง และเตรียมความพร้อมของเครื่องมืออุปกรณ์ ต่าง ๆ หากเกิดสถานการณ์จำเป็นจะต้องใช้งานได้ทันที

นอกจากนี้ จ.ชัยภูมิ ยังเกิดภาวะอากาศร้อนจัดเกิดภัยแล้งหนัก และเกิดพายุฤดูร้อนพัดถล่มหนักรุนแรงสุดในรอบหลายสิบปีอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนเป็นประวัติการณ์ ทำให้พื้นที่ทั้ง 16 อำเภอ เริ่มประสบภัยแล้งหนักแล้ว เนื่องจากปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนมีปริมาณน้อย ประชาชนจึงได้รับผลกระทบจากปัญหาขาดน้ำและไม่มีน้ำสำหรับการเพาะปลูก จึงต้องริเริ่มวางแผนเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้งในพื้นที่อย่างจริงจัง รวมทั้งการเตรียมพร้อมรับมือและดำเนินการวางแผนเพื่อรองรับสถานการณ์น้ำท่วมในช่วงฤดูฝนด้วย

“ตนเดินหน้าทำงานหนักต่อเนื่อง เพราะเข้าใจในสภาพปัญหาที่พี่น้องประชาชนต้องเผชิญมาตลอด ซึ่งตนจะค่อยๆ พัฒนาให้ครบทุกพื้นที่ โดยในช่วงนี้นอกจากสภาพอากาศที่ร้อนจัดแล้วยังมีพายุฤดูร้อนทำให้ฝนตกด้วย ก็ขอให้ประชาชนดูแลสุขภาพร่างกายด้วย โดยเฉพาะผู้สูงอายุหากอยู่กลางแดดเป็นระยะเวลานาน อาจเกิดอันตรายถึงชีวิตได้” น.ส.กาญจนา กล่าว

ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่: 7 พฤษภาคม 2567

“กาญจนา สส.ชัยภูมิ” เร่ง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ปรับปรุงถนนทางหลวงหมายเลข 2159 ให้กว้าง 12 เมตร เพิ่มความปลอดภัยให้ ปชช.ในการสัญจร

,

“กาญจนา สส.ชัยภูมิ” เร่ง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ปรับปรุงถนนทางหลวงหมายเลข 2159 ให้กว้าง 12 เมตร เพิ่มความปลอดภัยให้ ปชช.ในการสัญจร

น.ส.กาญจนา จังหวะ สส.ชัยภูมิ เขต 4 พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)กล่าวหารือในที่ประชุมสภาถึงความเดือดร้อนของประชาชนว่า ตนได้ลงพื้นที่ด้วยตัวเองในถนนทางหลวงหมายเลข 2159 ช่วงชัยภูมิ หนองบัวแดง ระยะทาง 42 กิโลเมตร สภาพถนน
ทั้ง 8 เมตร โดยมีพื้นทางกว้าง 7เมตร ไหลทางกว้าง 0.5 เมตร ซึ่งถนนทางหลวงดังกล่าวไม่ได้รับการพัฒนายังคงสภาพเดิม ตั้งแต่เริ่มก่อสร้างเมื่อครั้งแรก และปัจจุบันกลายเป็นถนนที่แคบ อีกทั้งจราจรเพิ่มขึ้นทุกปีไม่ว่าจะเป็นรถจักรยานยนต์ รถบรรทุกขนาดใหญ่ ที่บรรทุกพืชผลทางเกษตรไปยังจังหวัดจำนวนมากทำให้ เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง

“ดิฉันจึงขอฝากไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ สายทางหลวงดังกล่าว ปรับปรุงให้เป็นมาตรฐานกว้าง 12 เมตร เพิ่มทางสะดวกและปลอดภัยให้แก่พี่น้องประชาชนในการสัญจรไปมาในเส้นทางหลวงดังกล่าวด้วย“น.ส.กาญจนา กล่าว

น.ส.กาญจนา กล่าวต่อถึงการก่อสร้างข้ามลำน้ำเจา เป็นหมู่บ้านที่ขาดการพัฒนา แต่เดิมสะพานนี้ ชาวบ้านบริจาคเงินสมทบในการสร้างสะพานเอง โดยไม่ได้รับ แบบมาตรฐาน ความเดือดร้อนอันยิ่งใหญ่ของพ่อแม่พี่น้องอำเภอภักดีชุมชน หมู่บ้านวังตระกูล ตำบล แหลมทอง ตนขอฝากหน่วยงานที่รับผิดชอบ เร่งสร้างสะพานให้ได้แบบมาตรฐานอย่างเร่งด่วน เพราะสะพานดังกล่าวชำรุดมาก จึงขอให้ดำเนินการอย่างโดยเร็ว เพื่อความสะดวกและปลอดภัยแก่พี่น้องประชาชน

ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่: 11 ตุลาคม 2566

“สส.กาญจนา จ.ชัยภูมิ” หารือร่วมหน่วยงานรัฐเร่งหาแนวทางแก้ปัญหาน้ำในพื้นที่ เพื่อลดผลกระทบพี่น้องปชช.

,

“สส.กาญจนา จ.ชัยภูมิ” หารือร่วมหน่วยงานรัฐเร่งหาแนวทางแก้ปัญหาน้ำในพื้นที่ เพื่อลดผลกระทบพี่น้องปชช.

น.ส.กาญจนา จังหวะ สส.จ.ชัยภูมิ เขต 4 พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้ร่วมประชุมกับ น.ส.อัจฉรา อาษาสู้ นายอำเภอภักดีชุมพล และนายสมบัติ มีลักษณะสม ผู้อำนวยการโครงการชลประทานชัยภูมิ ถึงสถานการณ์น้ำในพื้นที่ ซึ่งรวมถึงปัญหาอุปสรรค ที่จะนำไปสู่การวางแผนการบริหารจัดการน้ำให้เกิดประสิทธิภาพ เนื่องจากในขณะนี้ในพื้นที่มีปริมาณฝนตกอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีปริมาณน้ำสะสมในพื้นที่ ประกอบกับภูมิประเทศเป็นพื้นที่ลาดชัน เมื่อมีปริมาณฝนที่สะสมมาก จะก่อให้เกิดน้ำป่าไหลบ่าเข้าท่วมบ้านเรือนของพี่น้องประชาชนในบางพื้นที่สร้างความเสียหายเกิดขึ้น

อย่างไรก็ตามสถานการณ์น้ำฝนเป็นผลจากอิทธิพลของมรสุมที่พาดผ่าน และความผิดปกติของสภาวะอากาศในประเทศที่มาจากเอลนีโญ ซึ่งการบริหารจัดการจะมีความสำคัญมาก เนื่องจากในพื้นที่พี่น้องประชาชนมีความต้องการใช้น้ำทั้งเพื่อการเกษตร และอุปโภค บริโภคในช่วงฤดูแล้ง และในช่วงฤดูฝน เนื่องจากไม่สามารถเก็บกักน้ำส่วนเกินได้

ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่: 1 ตุลาคม 2566

“สส.กาญจนา” เผย ฝนตกหนักกัดเซาะถนนเข้าพื้นที่ทำเกษตรพัง ประสาน อบต.เร่งซ่อมแซมลดความเดือดร้อนให้ ปชช.

,

“สส.กาญจนา” เผย ฝนตกหนักกัดเซาะถนนเข้าพื้นที่ทำเกษตรพัง ประสาน อบต.เร่งซ่อมแซมลดความเดือดร้อนให้ ปชช.

น.ส.กาญจนา จังหวะ สส.ชัยภูมิ เขต 4 พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่เยี่ยมเยียนพี่น้องประชาชน ตนได้รับแจ้งจากพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ บ้านวังตะกู ต.แหลมทอง อ.ภักดีชุมพล จ.ชัยภูมิ ถึงปัญหาความเดือดร้อน เนื่องจากเส้นทางเข้าพื้นที่ทำการเกษตรได้รับความเสียหายจากปริมาณฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดน้ำไหลหลากและกัดเซาะถนนพื้นที่เกษตรกรเสียหาย และความเดือดร้อนดังกล่าวเกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี เนื่องจากขณะนี้เป็นช่วงฤดูทำนาปี แต่ยังไม่ได้รับซ่อมแซม จึงส่งผลกระทบในการประกอบอาชีพ ตนจึงได้เร่งประสานกับองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านวังตะกู เข้าดำเนินการแก้ไขอย่างเร่งด่วน เพื่อลดความเดือดร้อนให้กับประชาชน

ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่: 17 กันยายน 2566