โลกเปลี่ยน ไทยต้องปรับ ทางเลือกใหม่ของการเมืองไทย ก้าวข้ามความขัดแย้ง สานพลังประชาราษฎร์ ร่วมสร้างชาติให้ยั่งยืน

เดือน: กรกฎาคม 2025

พปชร.เร่งรัฐรับมือปัญหาจากแรงงานต่างชาติ

, ,

พปชร.เร่งรัฐรับมือปัญหาจากแรงงานต่างชาติ

วันนี้ 31 ก.ค.68 นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รองหัวหน้าพรรคฝ่ายเศรษฐกิจพรรคพลังประชารัฐ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แถลงข่าวเตือนให้รัฐบาลเตรียมเร่งรับมือปัญหาเศรษฐกิจที่เกิดจากความขัดแย้งไทย-กัมพูชา

นายธีระชัยกล่าวว่าสถานการณ์มีความไม่แน่นอนว่าความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจจะกลับสู่ปกติเมื่อใด รัฐบาลจึงควรประกาศแผนรองรับสำหรับภาคธุรกิจได้แล้ว โดยเน้นหาทางออกให้แก่ผู้ประกอบการรายย่อย ดังที่ตนเคยแถลงข่าวว่ารัฐบาลควรทบทวนการใช้งบประมาณ 157,000 ล้านบาท แทนที่จะทุ่มไปในการกระตุ้นเศรษฐกิจแบบทั่วไป ควรกันส่วนหนึ่งมาเพื่อรองรับสถานการณ์นี้

”ภาคอุตสาหกรรมที่ถูกกระทบจากแรงงานกัมพูชากลับประเทศไปนั้น ส่วนใหญ่น่าจะมีความสามารถยืดหยุ่นโดยปรับขบวนการผลิต แต่ภาคเกษตรโดยเฉพาะธุรกิจที่อาศัยแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านในการเก็บผลไม้เป็นหลัก จะมีความเสี่ยงเกิดความเสียหายได้ง่าย รัฐบาลจึงต้องประกาศแผนรองรับแต่เนิ่นๆ“ นายธีระชัยกล่าว

พปชร. จี้รัฐบาลอย่าอ้ำอึ้ง เร่งฟ้องโลก “กัมพูชา” ละเมิดข้อตกลงหยุดยิง ซัดฝ่ายตรงข้ามปั่นข้อมูลใส่ร้ายไทย

, ,

พปชร. จี้รัฐบาลอย่าอ้ำอึ้ง เร่งฟ้องโลก “กัมพูชา” ละเมิดข้อตกลงหยุดยิง ซัดฝ่ายตรงข้ามปั่นข้อมูลใส่ร้ายไทย

วันนี้ 30 ก.ค. 68 นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เรียกร้องรัฐบาลโดยกระทรวงการต่างประเทศ เร่งดำเนินการตอบโต้เชิงหลักการต่อกรณี “กัมพูชา” ละเมิดข้อตกลงหยุดยิงในหลายพื้นที่ชายแดน พร้อมส่งหลักฐานแจ้งต่อเวทีโลก ไม่ว่าจะเป็น มาเลเซีย สหรัฐอเมริกา จีน และประชาคมนานาชาติ

นายชัยวุฒิระบุว่า ขณะนี้รัฐบาลไทยที่นำโดยนายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการนายกรัฐมนตรี ยังขาดความชัดเจนและล่าช้าในการสื่อสารกับประชาคมโลก ขณะที่ฝ่ายกัมพูชาเร่งเผยแพร่ข้อมูลฝ่ายเดียวเพื่อบิดเบือนข้อเท็จจริง เช่น กรณีประธานรัฐสภากัมพูชา ควน โซะดารี ที่ถึงขั้นสะอื้นกลางเวทีการประชุมรัฐสภาสตรีนานาชาติในเจนีวา กล่าวหาว่าไทยใช้อาวุธเคมีและรุกรานกัมพูชา ทั้งที่ไม่เป็นความจริง

“เราจะปล่อยให้ประเทศอื่นเข้าใจผิด และทหารไทยที่เสียสละปกป้องแผ่นดินไม่มีความหมายไม่ได้ รัฐบาลต้องตอบโต้อย่างเด็ดขาด อย่าปล่อยให้กัมพูชาปั้นภาพฝ่ายเดียวบนเวทีโลก” นายชัยวุฒิกล่าว

นอกจากนี้ พรรคยังตั้งข้อสังเกตถึงการเคลื่อนไหวล่าสุดของกัมพูชา ที่เชิญผู้ช่วยทูตทหารจาก 13 ประเทศอาเซียนและชาติมหาอำนาจ ลงพื้นที่ช่องอานม้า อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี เพื่อสร้างภาพว่ากัมพูชาเคารพข้อตกลงหยุดยิง ทั้งที่ความจริงยังคงมีการกระทำที่ละเมิดสิทธิเหล่านี้อยู่ตลอดเวลา
“รัฐบาลไทยต้องเร่งตั้งโต๊ะแถลงชี้แจงข้อเท็จจริงให้ชัดเจน และดำเนินการฟ้องร้องในเวทีโลกทันที อย่าให้ประเทศไทยต้องตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบอีกต่อไป” พรรคพลังประชารัฐย้ำจุดยืน

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เสนอ 4 แนวทางเร่งด่วนให้รัฐบาลรับมือวิกฤตชายแดนไทย–กัมพูชา

, ,

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เสนอ 4 แนวทางเร่งด่วนให้รัฐบาลรับมือวิกฤตชายแดนไทย–กัมพูชาอย่างเฉียบขาด

พร้อมเรียกร้องความชัดเจนจากรัฐบาลต่อประชาชน และผลักดันมาตรการถาวรป้องกันการรุกล้ำ ดังนี้

1.ยืนยันอธิปไตยไทยทุกตารางนิ้ว พร้อมตอบโต้เชิงการทูตและความมั่นคงทันที

2.เรียกร้องให้นายกฯ และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง แถลงต่อรัฐสภาและประชาชนโดยตรง เพื่อสร้างความเชื่อมั่น

3.จัดตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ตรวจสอบสถานการณ์ชายแดน และบทบาทนักการเมืองที่อาจขัดขวางการทำงานของฝ่ายความมั่นคง

4.เร่งสร้าง “กำแพงคอนกรีตถาวร” ในจุดเสี่ยง เพื่อป้องกันการรุกล้ำในระยะยาวอย่างเป็นรูปธรรม

พล.อ.ประวิตร ย้ำ แผ่นดินไทยไม่ใช่พื้นที่ให้ใครรุกล้ำแล้วจากไปโดยไม่มีความรับผิดชอบ ชีวิตของทหารไทย และศักดิ์ศรีของชาติ ต้องได้รับการปกป้อง ไม่ใช่ถูกมองข้ามโดยฝ่ายการเมือง

พปชร.เรียกร้องทีมเจรจาใช้แผนที่ 1/50,000 เพื่อรักษาดินแดนไทยทุกตารางนิ้ว อย่าลืม “อธิปไตยต้องมาก่อนทุกแรงกดดัน”

, ,

พปชร.เรียกร้องทีมเจรจาใช้แผนที่ 1/50,000 เพื่อรักษาดินแดนไทยทุกตารางนิ้ว อย่าลืม “อธิปไตยต้องมาก่อนทุกแรงกดดัน”

วันที่ 28 ก.ค.68 นายสุรเดช ยะสวัสดิ์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ แสดงจุดยืนชัดเจนต่อสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา เรียกร้องให้รัฐบาลปกป้องผลประโยชน์ของชาติอย่างถึงที่สุด โดยย้ำว่าควร ยึดแผนที่มาตราส่วน 1/50,000 ซึ่งมีความชัดเจนกว่าแผนที่ที่กัมพูชาใช้ พร้อมเสนอให้ ยกเลิก MOU ฉบับที่ 43 และ 44 ซึ่งไม่เอื้อต่อไทย

นายสุรเดชระบุว่า พื้นที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ เช่น ปราสาทเขาพระวิหาร ปราสาทตาเมือนธม และแนวชายแดนเสียมราฐ–พระตะบอง มีหลักฐานทางภูมิศาสตร์ที่ชัดเจนว่าเคยอยู่ในเขตแดนไทย จึงต้องปกป้องด้วยจุดยืนที่หนักแน่น ไม่ประนีประนอมในเรื่องอธิปไตย

รอง หน.พรรคพลังประชารัฐ กล่าวต่อว่า ตนกังวลต่อท่าทีของรัฐบาลในการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ โดยเฉพาะกรณีลดภาษีนำเข้า ซึ่งไม่ควรถูกใช้เป็นเงื่อนไขในช่วงที่ประเทศเผชิญแรงกดดันด้านเขตแดน นายสุรเดชเสนอให้ เลื่อนเส้นตายการเจรจาทางการค้าออกไป จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย เพื่อแสดงให้เห็นว่าไทยให้ความสำคัญกับอธิปไตยเหนือผลประโยชน์ระยะสั้น

สำหรับภารกิจของทีมเจรจาที่เดินทางไปมาเลเซีย พรรคพลังประชารัฐสนับสนุนแนวทางสันติวิธี แต่ขอเน้นว่า ทุกกระบวนการต้องตั้งอยู่บนหลักอธิปไตยของไทยเป็นหลัก

“พรรคพลังประชารัฐขอยืนเคียงข้างประชาชนในการปกป้องแผ่นดินไทย และพร้อมสนับสนุนทุกแนวทางที่ยึดมั่นใน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ อย่างไม่ประนีประนอม” นายสุรเดชกล่าว