โลกเปลี่ยน ไทยต้องปรับ ทางเลือกใหม่ของการเมืองไทย ก้าวข้ามความขัดแย้ง สานพลังประชาราษฎร์ ร่วมสร้างชาติให้ยั่งยืน

“พล.อ.ประวิตร” ลงสุราษฎร์สั่งรับมือฤดูมรสุมเข้าภาคใต้ ติดตามแก้ปัญหาราคาปาล์มหนุนเพิ่มมูลค่าช่วยชาวสวน

“พล.อ.ประวิตร” ลงสุราษฎร์สั่งรับมือฤดูมรสุมเข้าภาคใต้
ติดตามแก้ปัญหาราคาปาล์มหนุนเพิ่มมูลค่าช่วยชาวสวน

วันที่ 17 ต.ค. 2565 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมของไทย นายสันติ พร้อมพร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง พล.อ. ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม นายวิรัช รัตนเศรษฐ สส.บัญชีรายชื่อ เดินทางลงจ. สุราษฎร์ธานี เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำและเตรียมการรับมือฤดูฝน รวมทั้งความคืบหน้าการแก้ปัญหาปาล์มน้ำมันในพื้นที่ภาคใต้ โดยมีสส.พปชร. อาทิ นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง ส.ส.จ.นครศรีธรรมราช เขต 2 นายอาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ นครศรีธรรมราช เขต 3 นายสายัณห์ ยุติธรรม ส.ส. นครศรีธรรมราช เขต 7 ณ ศาลากลาง จ.สุราษฎร์ธานี และนายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัด และ หัวหน้าราชการให้การต้อนรับ ทั้งนี้พล.อ.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษก ประจำ รองนายกรัฐมนตรี ได้รายงานสถานการณ์ภาพรวมปริมาณฝนที่กำลังเข้าสู่ฤดูฝนในพื้นที่ภาคใต้ ปริมาณน้ำสะสมในพื้นที่มากขึ้น เสี่ยงต่อน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมฉับพลัน ซึ่งเกิดจากร่องมรสุมพาดผ่านและพายุโซนร้อนจากทะเลจีนใต้ ส่งผลฝนตกหนักในหลายพื้นที่ ในจ.ชุมพร ระนอง พังงาน กระบี่ ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และสตูล

พล.อ.ประวิตร’ ได้ย้ำให้ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช. จว.)และทุกส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ กรมชลประทาน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เตรียมการรับฤดูฝนภาคใต้ที่กำลังมาถึง พร้อมการบริหารจัดการลุ่มน้ำและโครงการแหล่งเก็บกักน้ำ พร้อมที่จะมุ่งแก้ปัญหาอุทกภัยเป็นหลักรวมถึงการแก้ปัญหาภัยแล้งไปพร้อมกัน โดยเน้น 13 มาตรการรับมือฤดูฝน และให้ความสำคัญ สำรวจพื้นที่เสี่ยงและความพร้อมของสถานีสูบน้ำ สิ่งกีดขวางทางน้ำ โดยให้บริหารจัดการน้ำ ผ่านคณะกรรมการลุ่มน้ำและคณะอนุกรรมการทรัพยากรน้ำจังหวัด พร้อมทั้งขอให้มีการนำบทเรียน การป้องกันและแก้ปัญหา พื้นที่เสี่ยงปีที่ผ่านมา มาบริหารจัดการลดความเสี่ยงและผลความเสียหายที่เกิดจากอุทกภัย และต้องให้ความสำคัญ แจ้งเตือนและนำประชาชนออกจากพื้นที่ให้ทันเหตุการณ์ หากเกิดน้ำป่าไหลหลากดินโคลนถล่ม เพื่อความปลอดภัยของประชาชน พร้อมกันนี้ ขอให้ สทนช.เตรียมความพร้อมจัดตั้ง ศูนย์บริหารจัดการน้ำส่วนหน้า ในพื้นที่ จว.สุราษฎร์ธานี โดยทันที

พล.อ.ประวิตรในฐานะประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มแห่งชาติ (กปน.) ได้เดินเยี่ยมชมนิทรรศการการบริหารจัดการปาล์มน้ำมัน พร้อมพบปะประชาชนและพูดคุยกับเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน สำหรับแนวทางการแก้ปัญหาปาล์มน้ำมัน รัฐบาลปัจจุบันให้ความสำคัญและมีมาตรการต่างๆออกมาต่อเนื่อง ที่ส่งผลราคาปาล์มน้ำมันดีขึ้นต่อเนื่องกว่า ร้อยละ 150 และสามารถทำสถิติส่งออกสูงสุด 6.2 แสนตันในปี 64 และคาดว่าราคาปาล์มน้ำมันในปี 65 เฉลี่ยอยู่ที่ 7.5 บาท/กก.

โดยที่ผ่านมาได้แก้ไขปัญหาราคาปาล์ม ล้นตลาดและราคาปาล์มตกต่ำมาโดยตลอด จนสำเร็จเป็นรูปธรรมในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา สนับสนุนให้นำน้ำมันปาล์มดิบในสต๊อกส่วนเกินจำนวน 3.6 แสนตันไปผลิตไฟฟ้า เพื่อให้ราคาปาล์มมีเสถียรภาพ โดยตั้งแต่ปี 2562 ราคาปาล์มน้ำมันไม่เคยต่ำกว่า 4 บาทจนถึงขณะนี้ จากบาทกว่ามาถึง 8 บาทกว่า จนเห็นได้ชัดว่าชาวสวนปาล์มมีรายได้เพิ่มขึ้น ตลอด 9 เดือนที่ผ่านมา ราคาปาล์มเฉลี่ยกิโลกรัมละ 8.50 บาท คาดว่าทั้งปีน่าจะอยู่ที่ 7.50 บาทถึง 8 บาท

พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า การแก้ปัญหากับเกษตรกรผู้ปลูกปาล์ม รัฐบาลได้บริหารจัดการปาล์มน้ำมัน ผ่าน คณะกรรมการปาล์มน้ำมันแห่งชาติ ที่มุ่งแก้ปริมาณปาล์มล้นตลาดและราคาปาล์มน้ำมันตกต่ำมาตลอด โดยผลักดันการส่งออกและนำน้ำมันปาล์มส่วนเกินมาผลิตพลังงานผสมในน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อใช้เป็นพลังงานทดแทน พร้อมทั้งติดมิเตอร์วัดน้ำมันปาล์มดิบป้องกันการลักลอบการนำเข้านำมันปาล์มเถื่อน ส่งผลให้ราคาปาล์มน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง

ทั้งนี้รัฐบาลยังได้เตรียมออกมาตรการระยะยาว โดยการนำน้ำมันปาล์มมาแปรรูป เพิ่มมูลค่าให้ปาล์มน้ำมันเป็นพืชเศรษฐกิจที่ยั่งยืน สำหรับ การบูรณาการพัฒนาปาล์มน้ำของ จว.สุราษฎร์ธานี ขอให้มุ่งเป้า Oil Palm City ที่ส่งเสริมการผลิตปาล์มน้ำมันเพื่อให้เกิดความอย่างยั่งยืน และราคามีเสถียรภาพ กำหนดราคาซื้อขายปาล์มน้ำมันที่เป็นธรรม เพื่อให้เกษตรกรได้รับประโยชน์ทั่วถึง ในทุกพื้นที่ เพื่อขับเคลื่อนมาตรการปาล์ม้ำมันอย่างเป็นรูปธรรม

พล.อ.ประวิตร ได้เดินพบปะ จับมือทักทายเกษตรกรชาวสวนปาล์ม โดยมีกลุ่มเกษตรกรขอให้ช่วยเหลือแก้ไขปัญหาเรื่องที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย ซึ่งระหว่างการเยี่ยมประชาชน มีเด็กผู้ชาย 2 คน อายุประมาณ 3-4 ขวบ เข้าสวมกอดพล.อ.ประวิตร ท่ามกลางเสียงตะโกนของชาวบ้าน ให้กำลังใจว่า “ลุงป้อมสู้ๆ” โดยตลอดการเดินพบปะชาวบ้าน พล.อ.ประวิตรมีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส และโบกมือทักทายชาวบ้านอย่างต่อเนื่อง


ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่: 17 ตุลาคม 2565

" ,