โลกเปลี่ยน ไทยต้องปรับ ทางเลือกใหม่ของการเมืองไทย ก้าวข้ามความขัดแย้ง สานพลังประชาราษฎร์ ร่วมสร้างชาติให้ยั่งยืน

“พล.อ.ประวิตร”เคาะงานวิจัยการเพิ่มประสิทธิภาพจัดการน้ำทั่วปท. เร่งสวทช.ศึกษาให้สมบูรณ์ก่อนเสนอกนช.-ครม.เพื่อปชช.

“พล.อ.ประวิตร”เคาะงานวิจัยการเพิ่มประสิทธิภาพจัดการน้ำทั่วปท.
เร่งสวทช.ศึกษาให้สมบูรณ์ก่อนเสนอกนช.-ครม.เพื่อปชช.

วันที่ 16 กันยายน 2565“พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน คณะกรรมการกำหนดนโยบายขับเคลื่อนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศ โดยมี พล.ท.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์ ผช.โฆษก รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าที่ประชุมเห็นชอบงานวิจัยเพิ่มประสิทธิภาพบริหารจัดการน้ำ พร้อมเร่งศึกษาให้สมบูรณ์ก่อนเสนอกนช.และครม. เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน

ทั้งนี้ คณะกรรมการกำหนดนโยบายขับเคลื่อนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ของประเทศ เห็นชอบผลการศึกษา โครงการวิจัยการศึกษานวัตกรรม เชิงระบบ โครงสร้างและกลไกการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ของประเทศ โดยสำนักงาน สภานโยบาย การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ได้จัดทำ บันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ได้ดำเนินการศึกษาตามกรอบ เพื่อรองรับระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ให้เกิดประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน โดยมีข้อสรุปซึ่งเป็นแนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งของ สทนช.ได้แก่ 1)เสริมสร้างความเข้มแข็งในระดับลุ่มน้ำ โดยการจัดตั้งสำนักบริหารจัดการลุ่มน้ำ 1-22 2)เพิ่มการพัฒนาศักยภาพคณะกรรมการลุ่มน้ำ ,องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และองค์กรผู้ใช้น้ำ โดยการจัดตั้งกองส่งเสริมองค์ความรู้และความสัมพันธ์ระหว่างองค์กร (กอส.)

ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร ได้สั่งการให้นำผลการศึกษา ที่ปรับปรุงให้เกิดความสมบูรณ์และเสนอต่อคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.)และคณะรัฐมนตรี ต่อไป พร้อมทั้งได้มอบหมายให้ TDRI ร่วมกับ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมหรือ อว.เร่งรัดจัดทำรายงานผลการศึกษา ให้มีความสมบูรณ์ เพื่อรายงานให้นายกรัฐมนตรี ทราบความคืบหน้า ต่อไป

พล.อ.ประวิตร ได้กล่าวย้ำว่า การบริหารจัดการ”ทรัพยากรน้ำ” มีความสำคัญอย่างยิ่งในภาวะปัจจุบันและอนาคต เนื่องจากสถานการณ์น้ำมีแนวโน้มความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น ทั้งจากภาวะน้ำท่วม ภัยแล้ง และอื่นๆ จึงมีความจำเป็นต้องบูรณาการทำงานร่วมกัน อย่างแน่นแฟ้น ของหน่วยงานมากกว่า 38 หน่วย เพื่อให้การแก้ไขปัญหาครอบคลุมทุกมิติ ปิดช่องว่างการทำงาน ลดความซ้ำซ้อน ลดความเสี่ยง ซึ่งจะก่อให้เกิดความมั่นคงด้านน้ำ อย่างยั่งยืน และสามารถรองรับ สถานการณ์น้ำ เพื่อความอยู่ดีกินดี และความเป็นธรรมแก่พี่น้องประชาชน ต่อไป

ที่มา: ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคพลังประชารัฐ
วันที่:
16 กันยายน 2565

" ,